Economics

ส่องการค้าไทย-สหรัฐ ย้อนหลัง 5 ปี หลังทรัมป์สั่งรีดภาษี 36% สะเทือนถ้วนหน้า

ส่องภาวะการค้าไทย-สหรัฐ ย้อนหลัง 5 ปี ไทยเตรียมรับมือขาดดุลการค้า หลังสหรัฐประกาศเก็บภาษีนำเข้าจากไทย 36% สะเทือนทุกหย่อมหญ้า

หลังจากสหรัฐ ภายใต้การกุมบังเหียบของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศฟ้าผ่า เรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากไทย 36% ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนเชิงลบต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคส่งออกที่เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ไทย-สหรัฐ

นโยบายการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐ มีเป้าหมายเพื่อลดการขาดดุลทางการค้า และเพิ่มการจ้างงานในสหรัฐ โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศกลุ่มเสี่ยง ที่มีส่วนต่างของภาษีกับสหรัฐฯ และเกินดุลการค้ากับสหรัฐ ในระดับสูง จึงเป็นเป้าหมายระดับต้น ๆ ที่สหรัฐพุ่งเป้าเพื่อลดการขาดดุลการค้า

สำนักงานสถิติสหรัฐฯ (U.S. Census Bureau) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ รายงานว่า ในเดือนเมษายน 2568 สหรัฐขาดดุลการค้าทั้งสิ้น 61,617 ล้านดอลลาร์ ลดลง 76,699 ล้านดอลลาร์จาก 138,316 ล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคม 2568 หรือลดลง 55.5% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา

ปัจจุบัน ไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 16 ของสหรัฐ โดย สำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐฯ (U.S. Bureau of Economic Analysis) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ (U.S. Department of Commerce) ระบุว่า ในเดือนเมษายน 2568 สหรัฐและไทยมีมูลค่าการค้าทั้งสิ้น 31,400.28 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 21.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา และคิดเป็นสัดส่วน 1.62% ของมูลค่าการค้าทั้งหมดของสหรัฐ โดยสหรัฐขาดดุลไทยเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 17,495.32 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 32.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา

ข้อมูลยังระบุอีกว่า สหรัฐนำเข้าจากไทยเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 24,447.80 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 25.59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยสินค้าหลักนำเข้าจากไทย ได้แก่ อุปกรณ์โทรศัพท์ เครื่องประมวลผลข้อมูล ยางนอกชนิดอัดลม เครื่องปรับอากาศ และหม้อแปลงไฟฟ้า

ภาวะการค้าสหรัฐ

ในส่วนของมูลค่าการค้าที่สหรัฐส่งออกไปไทย เดือนเมษายน 2568 รวมมูลค่าทั้งสิ้น 6,952.48 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 10.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยสินค้าหลักส่งออกไปไทย ได้แก่ น้ำมันปิโตรเลียม แผงวงจร เครื่องประมวลผลข้อมูล เศษอะลูมิเนียม และรัตนชาติและกึ่งรัตนชาติ

ย้อนรอยการค้าไทย-สหรัฐในรอบ 5 ปี

จากการรวบรวมข้อมูลภาวะการค้าระหว่างไทย-สหรัฐ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 1563-2567) พบว่า

  • ปี 2567 มูลค่าการค้ารวม 2,623,640.79 ล้านบาท ไทยส่งออกไปสหรัฐ 1,928,483.71 ล้านบาท นำเข้าจากสหรัฐ 695,157.08 ล้านบาท
  • ปี 2566 มูลค่าการค้ารวม 2,340,825.68 ล้านบาท ไทยส่งออกไปสหรัฐ 1,667,729.34 ล้านบาท นำเข้า 673,096.33 ล้านบาท
  • ปี 2565 มูลค่าการค้า 2,272,669.08 ล้านบาท ไทยส่งออกไปสหรัฐ 1,648,710.21 ล้านบาท นำเข้า 623,958.87 ล้านบาท
  • ปี 2564 มูลค่าการค้า 1,779,568.41 ล้านบาท ไทยส่งออกไปสหรัฐ 1,321,358.11 ล้านบาท นำเข้า 458,210.30 ล้านบาท
  • ปี 2563 มูลค่าการค้า 1,531,989.34 ล้านบาท ไทยส่งออกไปสหรัฐ 1,067,083.60 ล้านบาท นำเข้า 464,905.74 ล้านบาท

ภาวะการค้า

ทั้งนี้จะเห็นได้ว่า ปัจจุบัน สหรัฐ เป็นประเทศคู่ค้าสำคัญของไทยมายาวนาน โดยเป็นตลาดส่งออกมากเป็นอันดับที่สองรองจากจีน และยังเกินดุลการค้าสหรัฐมาอย่างต่อเนื่อง

เปิดผลกระทบสหรัฐขึ้นภาษีไทย

การที่สหรัฐลงดาบขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากไทยสูงถึง 36% ในครั้งนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในวงกว้าง ไม่เฉพาะภาคส่งออกเท่านั้น เนื่องจากหากภาคส่งออกได้รับผลกระทบ ย่อมส่งผลสะเทือนเป็นโดมิโน่ไปยังภาคการผลิตที่เกี่ยวข้องทั้งระบบห่วงโซ่ รวมถึงการลงทุนจากต่างประเทศที่อาจลดลง เนื่องจากนักลงทุนนอกหันไปลงทุนในประเทศที่ได้เปรียบภาษีมากกว่าไทยโดยเฉพาะเวียดนาม

สิ่งที่คาดเดาได้และควรเตรียมตัวรับมือคือ ภาวะการจ้างงานในอุตสาหกรรมการผลิต โดยเฉพาะสินค้าที่ส่งออกไปตลาดสหรัฐ ที่อาจต้องลดกำลังการผลิตและส่งผลถึงการลดหรือเลิกจ้างงาน กลุ่มผู้ผลิตสินค้าโออีเอ็ม ที่เป็นซัพพลายเออร์รายย่อยของโรงงานผลิตรายใหญ่ที่ย่อมได้รับผลกระทบตามไปด้วย และเมื่อแรงงาน ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ ย่อมส่งผลสะเทือนเศรษฐกิจของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้น สิ่งสำคัญในขณะนี้คือ การหาทางออกเพื่อลดผลกระทบดังกล่าว โดยเฉพาะการพิจารณาอย่างรอบคอบถึงเงื่อนไขในการเจรจากับสหรัฐรอบใหม่ เพื่อไม่ให้ไทยตกอยู่ในสถานะเสียเปรียบอย่างเช่นขณะนี้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo