Economics

‘มนพร’ สั่งคุมเข้ม ปล่อยโคมลอยใกล้สนามบิน ช่วงลอยกระทง พร้อมเฝ้าระวัง 24 ชม.

“มนพร” สั่งคุมเข้ม ปล่อยโคมลอยใกล้สนามบิน ช่วงลอยกระทง พร้อมเฝ้าระวัง 24 ชม. ย้ำต้องขออนุญาต ฝ่าฝืนโทษหนักทั้งจำท้งปรับ

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้กำชับให้กรมท่าอากาศยาน (ทย.) ตระหนักถึงความปลอดภัยของอากาศยานและผู้โดยสาร ในช่วงเทศกาลลอยกระทงที่มีการปล่อย โคมลอยและโคมไฟในหลายพื้นที่

ปล่อยโคมลอย

เฝ้าระวังการปล่อยโคมลอย 24 ชม.

พร้อมนี้ได้สั่งการให้ท่าอากาศยานในสังกัด เพิ่มการดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเฝ้าระวังในพื้นที่เขตปลอดภัยในการเดินอากาศ ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงต่อแนวร่อนของอากาศยานที่ทำการขึ้น – ลง ตลอด 24 ชั่วโมง

และยึดถือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการจุดพลุ และปล่อย โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันไปบนอากาศ

รวมถึงให้ร่วมบูรณาการกับจังหวัดในการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากประชาชน และทุกภาคส่วนให้ระมัดระวัง หรือหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการปล่อยวัตถุอันตรายขึ้นสู่ท้องฟ้า ทั้งการปล่อย โคมลอย โคมไฟ โคมควัน พลุ หรือวัตุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นไปสู่อากาศอย่างเคร่งครัด

เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่ออากาศยาน และการมองเห็นของนักบินในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ โดยเฉพาะบริเวณสนามบินและพื้นที่ใกล้เคียง

กฎหมายควบคุมการปล่อยโคมลอย

นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวเสริมว่า ทย. ได้แจ้งมาตรการในการควบคุม และป้องกันอันตรายจากการปล่อย โคมลอย โคมควัน ในช่วงเทศกาลลอยกระทง ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 27/2559 เรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการจุดและปล่อยบั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน และตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2562 มาตรา 59/1 และ 59/2 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา109/1 มาตรา 109/2 และมาตรา 109/3 แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497

ปล่อยโคมลอย

ฝ่าฝืนโทษหนักทั้งจำทั้งปรับ

ซึ่งหากผู้ใดฝ่าฝืน มีผลทางกฎหมายในการกำหนดโทษ ดังนี้

มาตรา 109/1 ผู้ใดจุดและปล่อยหรือกระทำการใดเพื่อให้บั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศซึ่งเป็นการรบกวนหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อการเดินอากาศหรือปฏิบัติการของอากาศยานภายในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 59/1 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 109/2 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 59/2 หรือประกาศที่ผู้อำนวยการประกาศตามมาตรา 59/2 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 120,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 109/3 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศตามมาตรา 59/3 วรรคหนึ่งหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในมาตรา 59/3 วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

รวมถึงพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2558 มาตรา 18 (2) ได้ระบุว่า ผู้ใดกระทำการให้อากาศยานในระหว่างบริการเสียหาย จนเป็นเหตุให้อากาศยานนั้นไม่สามารถทำการบินได้หรือเป็นเหตุหรือน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายต่อความปลอดภัยของอากาศยานในระหว่างบิน ต้องระวางโทษประหารชีวิตจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 600,000 บาท ถึง 800,000 บาท

และตามประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เรื่อง การดำเนินกิจกรรมภายในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ พ.ศ. 2563 ห้ามมิให้การปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน บั้งไฟ พลุ ตะไล หรือวัตถุอื่นใด ที่คล้ายคลึงกันขึ้นไปสู่อากาศโดยเด็ดขาด รวมถึงห้ามปล่อยแสงเลเซอร์ในบางพื้นที่

และประกาศ กพท. เรื่อง แนวทางในการพิจารณาอนุญาตให้อากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอกทำการบินภายในระยะ 9 กิโลเมตร (ห้าไมล์ทะเล) จากสนามบินหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยาน พ.ศ. 2561 ซึ่งกำหนดให้ผู้บังคับหรือปล่อยโดรนต้องขออนุญาตจากผู้มีอำนาจอนุญาตตามกฎหมายก่อนทุกครั้งและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด

ทั้งนี้ สำหรับพื้นที่นอกเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ ขอให้ผู้ที่ต้องการปล่อย โคมลอยฯ ตรวจสอบรายละเอียดในข้อบัญญัติตามกฎหมายของกระทรวงมหาดไทยแต่ละจังหวัด ซึ่งจะระบุรายละเอียดของพื้นที่ที่สามารถอนุญาตปล่อยได้ โดยในการจะปล่อยนั้นต้องดำเนินการขออนุญาตล่วงหน้าจากผู้อำนวยการเขต หรือนายอำเภอในพื้นที่นั้น ๆ ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo