Economics

คณะกรรมการ PPP ไฟเขียวโครงการร่วมลงทุนสุวรรณภูมิมูลค่ากว่า 1.45 หมื่นล้าน

คณะกรรมการ PPP เห็นชอบโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้นการให้บริการผู้โดยสารภาคพื้นและกิจการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มูลค่าโครงการเฉียด 1.45 หมื่นล้านบาท สนับสนุนเป้าหมายศูนย์กลางการบินของภูมิภาค

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการนโยบาย
การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐ
และเอกชน (คณะกรรมการ PPP) ครั้งที่ 3/2567 เมื่อวันศุกร์ที่ 27 กันยายน 2567 โดยสรุปผลการประชุมได้ ดังนี้

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

คณะกรรมการ PPP ได้เห็นชอบหลักการโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้นและกิจการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 2 ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) โดยเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการในรูปแบบ PPP Net Cost มูลค่าโครงการรวม 14,498 ล้านบาท

ทั้งนี้ เอกชนจะรับผิดชอบการจัดหาเงินทุน การออกแบบและก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง พร้อมทั้ง จัดหาเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับการให้บริการ ตลอดจนรับผิดชอบในการดูแลบำรุงรักษา และบูรณะสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงการบริหารจัดการโครงการ ขณะที่ ทอท. จะกำกับดูแลและติดตามตรวจสอบคุณภาพการดำเนินงานของภาคเอกชน และได้รับค่าผลประโยชน์ตอบแทนเป็นรายปี

สำหรับโครงการดังกล่าว สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 หมุดหมายที่ 5 ที่มุ่งให้ไทยเป็นประตูการค้าการลงทุนและยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาค โดยโครงการจะช่วยรองรับการเติบโตของปริมาณจราจรทางอากาศในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสามารถสนับสนุนเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ของภูมิภาค ตลอดจนสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ

พิชัย ชุณหวชิร
พิชัย ชุณหวชิร

นอกจากนี้ คณะกรรมการ PPP ยังได้เห็นชอบการปรับปรุงแผนการจัดทำโครงการร่วมลงทุนปี 2563-2570 (แผนร่วมลงทุนฯ) เพื่อให้สอดคล้องกับความพร้อมของแต่ละโครงการและเป็นปัจจุบันโดยมีรายการโครงการที่ประสงค์จะดำเนินการในรูปแบบ PPP รวม 138 โครงการ มูลค่ารวม 9.18 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม มูลค่ารวมมีการปรับลดลงจากแผนร่วมลงทุนฯ ฉบับก่อนหน้า เนื่องจากมีโครงการร่วมลงทุนที่ได้ดำเนินการแล้วเสร็จและลงนามในสัญญาร่วมลงทุนแล้ว เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์)และโครงการพัฒนาและบริหารจัดการศูนย์บริการทางหลวงศรีราชา บนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 สายกรุงเทพมหานคร – บ้านฉาง

ทั้งนี้ แผนร่วมลงทุนฯ ข้างต้น จะเป็นกรอบทิศทางการจัดทำโครงการ PPP ของประเทศที่ชัดเจน และจะช่วยสร้างความสนใจและดึงดูดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในโครงการของรัฐมากขึ้น อีกทั้งคณะกรรมการ PPP ยังได้เร่งรัดโครงการร่วมลงทุนต่างๆ ให้สามารถเปิดให้บริการได้ตามแผนงาน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสาธารณะได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo