Economics

รอเลย! ‘เผ่าภูมิ’ ชี้เตรียมอัดฉีดเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ระบบ หวังดันจีดีพีโตทะลุ 2.4%

รอเลย! “เผ่าภูมิ” ชี้ครึ่งปีหลังรัฐบาลเตรียมอัดฉีดเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ระบบ หวังดันจีดีพีโตทะลุ 2.4%

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง กล่าวว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลัง ที่จะได้เห็นคือเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่จะถูกผลักดันเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ผ่านงบประมาณปี 2567 จะเข้าไปทั้งก้อนในระยะเวลา 5 เดือนนี้ งบประมาณปี 2568 จะเข้ามาอีกก้อนใหญ่ในช่วงเดือนตุลาคม 2567

เผ่าภูมิ

นอกจากนี้ ยังมีเม็ดเงินจากโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ที่จะเข้ามาในช่วงปลายปี ทำให้คาดหวังได้ว่าเศรษฐกิจจะมีการผงกหัวขึ้น ส่วนเม็ดเงินจากทั้ง 3 ก้อนจะทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจขยายตัวได้มากกว่าประมาณการที่ 2.4% หรือไม่นั้น นายเผ่าภูมิ ระบุว่า คาดการณ์อย่างนั้น

ทั้งนี้ เร็ว ๆ นี้ กระทรวงการคลังเตรียมจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณามาตรการสินเชื่อสำหรับเมืองรอง และมาตรการสินเชื่อเพื่อสนับสนุนนโยบาย IGNITE Thailand ตามนโยบายของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในการสนับสนุนอุตสาหกรรมหลัก เพื่อดันให้ประเทศไทยเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาค ส่วนรายละเอียดต้องรอให้ผ่านความเห็นชอบของ ครม. ก่อน

อย่างไรก็ดี นายเผ่าภูมิ ได้กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ว่า สศค. ถือเป็นมันสมองในการกำหนดทิศทางนโยบายการคลังของประเทศ จึงมีความสำคัญมาก โดยได้ขอให้หน่วยงานมีทัศนคติในการคิดนอกกรอบ ถ้ากำหนดนโยบายการคลังภายใต้กรอบก็จะทำให้เศรษฐกิจเดินไปไม่ได้ ย่ำอยู่ที่เดิม ดังนั้นจึงได้ให้แนวคิดไปว่า ให้คิดนอกกรอบ และถ้ากรอบไหนมีปัญหาก็ค่อยมาแก้ไขกรอบนั้นให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้

เผ่าภูมิ

นอกจากนี้ ยังได้มอบนโยบายให้กองภาษี เกี่ยวกับการปรับโครงสร้างภาษี ใน 3 ประเด็นหลัก คือ อัตราภาษี ฐานภาษี และการขยายเศรษฐกิจให้เติบโต เพื่อนำไปสู่การจัดเก็บภาษีที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจที่เปราะบางและภาวะเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงทรงตัว ควรให้ความสำคัญกับการขยายฐานภาษีและการทำให้เศรษฐกิจขยายตัวมากกว่าการที่จะไปโฟกัสเรื่องอัตราการจัดเก็บภาษี และได้มอบนโยบายให้กองการออม โดยขอให้ให้ความสำคัญเรื่องสภาวะของคนไทยที่แก่และจน ไม่มีเงินออม ซึ่งปัจจุบันเราใช้กลไกการออมภาคสมัครใจ แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยม

ส่วนที่เป็นการออมภาคบังคับที่ให้เอกชนร่วมจ่ายก็กระทบกระเทือนเศรษฐกิจ ดังนั้นกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการการออมโดยการสร้างแรงจูงใจที่เตรียมจะออกมาในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งยืนยันว่าจะมีความตื่นเต้นกว่าระบบการออมที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่ใช่เชิงกลไกการออม แต่เป็นเรื่องในเชิงนโยบาย

“ในเรื่องการขยายฐานภาษีนั้น ปัจจุบันประเทศไทยมีปัญหาเรื่องประชาชนที่อยู่นอกฐานภาษีเยอะ มีเศรษฐกิจนอกระบบเยอะ ดังนั้นวิธีการในการดึงคนเข้าสู่ระบบจึงเป็นเรื่องสำคัญ กลไกต่าง ๆ มีมากมาย ส่วนเรื่องอัตราภาษีนั้น หากเราไปยุ่งกับอัตราภาษีจะมีผลกระทบเยอะ สู้กระทรวงการคลังดึงคนเข้าระบบฐานภาษีด้วยแรงจูงใจ ความถูกต้องและสามัญสำนึกน่าจะเป็นผลดีกับระบบเศรษฐกิจของประเทศมากกว่า” นายเผ่าภูมิ กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo