ดูหนังออนไลน์
COVID-19

พิษโควิดซัดเศรษฐกิจซ้ำ! ธปท. ยอมรับ GDP ไตรมาส 1 ปี 2564 ติดลบ

พิษโควิดซัดไทยซ้ำ! ธปท. ยอมรับตัวเลข GDP ไตรมาส 1 ปี 2564 ติดลบแน่นอน ผุด 2 แบบจำลองกรณีเลวร้ายสุด เศรษฐกิจอาจทรุดเท่ารอบแรก

นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท. หรือ แบงก์ชาติ) กล่าวระหว่างแถลงข่าวการประชุมนักวิเคราะห์ (Analyst Meeting) วันนี้ (9 เม.ย.) ว่า ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1 ปี 2564 มีแนวโน้มหดตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากในไตรมาสที่ 1 ปี 2563 เศรษฐกิจไทยยังไม่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 แต่ในไตรมาสที่ 1 ปีนี้ เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากไวรัส

ขณะเดียวกันตัวเลข GDP ในไตรมาสที่ 1 ปี 2564 ก็ติดลบเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากในไตรมาสที่ 1 ปีนี้ เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่

ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ปี 2564 นั้น ยังไม่สามารถประเมินได้ชัดเจน เพราะต้องจับตาการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างใกล้ชิด รวมถึงมาตรการความช่วยเหลือต่าง ๆ ที่จะออกมาของภาครัฐ และการปรับตัวของประชาชน

ธปท. GDP ไตรมาส 1 ปี 2564

นางสาวชญาวดี กล่าวต่อว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ล่าสุดได้มีการปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2564 เหลือขยายตัว 3% จากเดิม 3.2% นั้น เป็นการขยายตัวที่ชะลอลง จากผลของการระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ในช่วงต้นปี 2564 และการเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ช้าไปกว่าที่คาดไว้

ทั้งนี้ ธปท. คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยในปีนี้จะเหลือเพียง 3 ล้านคน จากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อปลายปี 2563 อยู่ที่ 5.5 ล้านคน ซึ่งยังไม่รวมผลกระทบจากการระบาดในประเทศรอบล่าสุด จากคลัสเตอร์ของสถานบันเทิงในกรุงเทพฯ

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2564 มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น และจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในช่วงกลางปี 2564 ที่ระดับ 1.2% โดยในช่วงไตรมาสแรก คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังติดลบเนื่องจากรัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพให้แก่ประชาชนในเรื่องการสนับสนุนค่าน้ำประปาและค่าไฟฟ้า ซึ่งมาตรการดังกล่าวได้สิ้นสุดในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จึงคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ถ้ารัฐบาลไม่มีการต่ออายุมาตรการช่วยค่าครองชีพดังกล่าวอีก

“ถ้าไม่มีการต่อมาตรการลดค่าน้ำค่าไฟ ก็จะเห็นเงินเฟ้อเด้งขึ้นไปในไตรมาส 2 แต่ไม่ใช่เป็นสัญญาณของเงินเฟ้อที่สูงในช่วงที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว แต่เป็นผลทางด้านเทคนิค จากฐานต่ำในช่วงเดียวกันของปีก่อน” น.ส.ชญาวดี กล่าว

น.ส.ชญาวดี กล่าวอีกว่า จากการประเมินสถานการณ์ไว้ในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2564 (ก่อนจะเกิดการระบาดล่าสุดในคลัสเตอร์สถานบันเทิงในกรุงเทพฯ) มองว่าแม้เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากการระบาดระลอกใหม่ แต่มาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐที่รวดเร็วและตรงจุด รวมถึงมาตรการควบคุมการระบาดที่ไม่เข้มงวดเท่าครั้งก่อน ส่งผลให้เศรษฐกิจยังฟื้นตัวได้

นอกจากนี้ การค้าระหว่างประเทศยังฟื้นตัวต่อเนื่อง ช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ ทั้งการลงทุนและการบริโภคภาคเอกชน โดยประเมินว่าการส่งออกปีนี้จะขยายตัวได้ 10% จากเดิมคาดไว้ที่ 5.7% ส่วนการนำเข้าขยายตัวได้ 15.2% จากเดิมคาด 7.7%

อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังมีความไม่ทั่วถึง โดยรายรับภาคการท่องเที่ยวยังคงถูกกดดันจากนโยบายการเปิดรับนักท่องเที่ยวของไทย และประเทศต้นทางที่ผ่อนคลายค่อนข้างช้า ความต่อเนื่องของมาตรการภาครัฐ และการประสานนโยบายระหว่างหน่วยงานมีความสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยมาตรการทางการคลังต้องพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ขาดช่วง โดยเฉพาะการเร่งเบิกจ่ายภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ

“ประมาณการเศรษฐกิจไทยและอัตราเงินเฟ้อในระยะข้างหน้ายังมีความไม่แน่นอนสูง และมีความเสี่ยงที่จะต่ำกว่ากรณีฐาน โดยความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้ายังขึ้นอยู่กับปัจจัยเรื่องประสิทธิผลของวัคซีน การกลายพันธุ์ของไวรัส และแนวโน้มการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทย” น.ส.ชญาวดี กล่าว

ธปท. GDP ไตรมาส 1 ปี 2564

นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ธปท. ได้จัดทำแบบจำลองสถานการณ์ 2 แบบที่ต่างจากกรณีพื้นฐาน ดังนี้

  • กรณีเลวร้าย (Worse case) ประเทศไทยมีการระบาดระลอก 3 ในช่วงครึ่งปีหลัง, วัคซีนยังมีประสิทธิภาพ แต่การฉีดในไทยล่าช้าออกไปจากเดิม และการเปิดประเทศเลื่อนไปในปี 2565
  • กรณีเลวร้ายสุด (Worst case) ไวรัสกลายพันธุ์รุนแรงจนวัคซีนปัจจุบันใช้ไม่ได้ผล ต้องพัฒนาวัคซีนใหม่, เกิดการระบาดทั่วโลกอีกครั้งและกระทบต่อ Global supply chain และการเปิดประเทศจะเลื่อนไปปี 2566

แบบจำลองดังกล่าวแสดงว่า อัตราการเติบโตของเศรษฐกิไทยจอาจหดตัวรุนแรงใกล้เคียงกับการระบาดรอบแรกได้  อย่างไรก็ตาม กรณีฐานดังกล่าวยังไม่สามารถนำมาใช้กับเหตุการณ์ในขณะนี้ได้ เพราะต้องรอผลประเมินผลสถานการณ์ ตลอดจนมาตรการต่าง ๆ อย่างรอบคอบอีกครั้ง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

The Bangkok Insight Editorial Team