ซีพีเอฟ เดินหน้าโครงการช่วยเหลือคู่ค้าธุรกิจกว่า 15,000 รายต่อเนื่อง จับมือกับพันธมิตรเดินหน้าเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้แข็งแกร่ง เพิ่มโอกาสความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจให้แก่คู่ค้า ยกระดับสู่การเป็นผู้ประกอบการระดับโลก หนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน
นางสาวธิดารัตน์ เดชายนต์บัญชา รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านจัดซื้อพัสดุครุภัณฑ์ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัท ตระหนักถึงความสำคัญของคู่ค้าธุรกิจ ต่อห่วงโซ่อุปทานของซีพีเอฟ ในการผลิต และส่งมอบอาหารคุณภาพสูง ปลอดภัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แก่ผู้บริโภคทั่วโลกได้อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง

ตลอด 1-2 ปีที่ผ่านมา บริษัทดำเนินโครงการหลากหลาย เพื่อช่วยให้คู่ค้ามีความพร้อม ทั้งการเงิน และทักษะความรู้ที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และพร้อมรับมือกับทุกความท้าทายที่เกิดขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสผู้ประกอบการประสบผลสำเร็จ และเติบโตต่อไปในอนาคต
ในเดือนกันยายน ปีนี้ ซีพีเอฟจับมือธนาคารกรุงเทพ ดำเนิน โครงการ “CPF x BBL เสริมสภาพคล่อง เคียงข้างคู่ค้า” เพื่อช่วยเหลือให้คู่ค้าธุรกิจกว่า 15,000 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีคู่ค้าที่เป็นผู้ประกอบการ SME กว่า 5,000 ราย สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำ สำหรับใช้เสริมสภาพคล่องทางการเงิน
ผ่านบริการสินเชื่อหมุนเวียนอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำเป็นพิเศษ ของธนาคารกรุงเทพ เป็นโครงการช่วยเสริมสร้างสภาพคล่อง ที่ให้คู่ค้าสามารถประกอบธุรกิจได้ต่อเนื่อง ช่วยลดภาระหนี้สิน และต้นทุนให้แก่คู่ค้าธุรกิจ เพิ่มโอกาสให้คู่ค้าสามารถขยายธุรกิจให้เติบโตต่อเนื่อง ในช่วงที่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโลกยังคงมีความผันผวน

นางสาวธิดารัตน์ ระบุด้วยว่า โครงการ CPF x BBL เสริมสภาพคล่อง เคียงข้างคู่ค้า ได้รับการตอบรับจากคู่ค้า มีความต้องการเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก นับตั้งแต่เปิดตัวเพียงเดือนเดียว โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME ที่จะได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำได้มากขึ้น นับเป็นการเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการไทย และเตรียมความพร้อมในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารได้อย่างยั่งยืน
โครงการ “CPF x BBL เสริมสภาพคล่อง เคียงข้างคู่ค้า” เป็นการต่อยอดจากโครงการ Faster Payment ที่ซีพีเอฟริเริ่มขึ้น ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563-ธันวาคม 2565 ด้วยการลดระยะเวลาเครดิตเทอมภายใน 30 วัน สามารถช่วยเหลือคู่ค้า SME จำนวนกว่า 5,000 รายที่ขาดสภาพคล่อง มีเงินหมุนเวียนใช้การดำเนินกิจการได้ สามารถดูแลหรือช่วยเหลือพนักงานอย่างทั่วถึง และสามารถข้ามผ่านในสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 ได้อย่างเข้มแข็ง

นอกจาก สภาพคล่องทางการเงินที่แข็งแรงแล้ว บริษัทยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะ และความรู้ที่จำเป็น ต่อการประกอบธุรกิจยึดหลัก ESG (Environment, Social, Governance) ภายใต้บริบทของโลกยุคใหม่ สนับสนุนให้ผู้ประกอบการมีความพร้อม รับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถยกระดับเป็นผู้ประกอบการขนาดใหญ่ในระดับภูมิภาค และระดับโลกต่อไป
ซีพีเอฟตรวจประเมินสถานประกอบการ และโรงงานผลิตของคู่ค้าธุรกิจเป็นประจำทุกปี เพื่อร่วมกันปรับปรุง และยกระดับการดำเนินงานของคู่ค้าธุรกิจตามมาตรฐานของไทยและสากล พร้อมทั้งร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้อง

ถ่ายทอดความรู้ และแบ่งปันประสบการณ์เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจ SME พัฒนาการดำเนินงานโดยคำนึงถึงการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเด็นด้านสังคม และสิ่งแวดล้อม แนวปฏิบัติที่ดีต่อแรงงาน การบริหารความเสี่ยงการทุจริตและคอร์รัปชั่น รวมทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัยอาหารตามมาตรฐานในระดับสากล
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘ซีพีเอฟ’ มุ่งเป้า ‘บรรจุภัณฑ์พลาสติกรักษ์โลก 100%’ ผลิตอาหารปลอดภัย ดูแลสิ่งแวดล้อม
- ‘ซีพีเอฟ’ ติดอาวุธ ‘คู่ค้าเอสเอ็มอี’ เพิ่มความสามารถ ‘จัดหาอาหารปลอดภัย’ ได้มาตรฐานสากล
- ‘ซีพีเอฟ’ ดันเกษตรกร ‘คอนแทรคฟาร์มมิ่ง’ ใช้ ‘เทคโนโลยี-นวัตกรรม-ออนไลน์’ มุ่งสู่ฟาร์มอัจฉริยะ