Business

ตำรวจรวบ 14 ผู้ต้องหา โกงประกันโควิด ใช้ผลตรวจปลอม ขึ้นเงินกรมธรรม์

บช.ก.-คปภ. บุกจับ บ 14 ผู้ต้องหา โกงประกันโควิด นำผลตรวจปลอม ร้องรับผลประโยชน์ตามกรมธรรม์

พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการ ตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปอศ. นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และ พ.ต.ท.สาธิต หาวงษ์ชัย พ.ต.ต.รุตินันท์ สัตยาชัย, พ.ต.ต.ชณิตพงศ์ ศิริเวช พ.ต.ต.หญิง สุจิตรา ทองสกุล สว.กก.4 บก.ปอศ. ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหารวม 14 ราย

ประกัน

ทั้งนี้ เป็นการจับกุมในข้อหา ปลอมและใช้เอกสารปลอม เรียกร้องผลประโยชน์ตามกรมธรรม์โดยทุจริตหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จในการเรียกร้อง และข้อหา ทุจริตหลอกลวงผู้อื่นด้วยการชักชวน ชี้ช่อง หรือจัดการให้ผู้อื่นนั้นทำหรือรักษาสถานะสัญญาประกันชีวิตกับบริษัทฯ และได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม

พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดของโควิดปี 2562 ถึงปัจจุบัน ได้นำความเสียหายมาสู่ประเทศไทย ทั้งสุขภาพของประชาชนและระบบเศรษฐกิจ ช่วงการระบาดได้มีกลุ่มคนที่ทำประกันภัยกับบริษัทต่างๆ ในประเทศไทย ฉวยโอกาสในช่องว่างของขั้นตอนการรับเงินประกันนำผลตรวจโรคโควิดปลอม มายื่นเพื่อขอรับค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัย

ตำรวจ
พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช

นอกจากนี้ ทั้งมีผลทำให้ผู้เอาประกันภัยที่ติดเชื้อโควิดจริง ได้รับค่าสินไหมล่าช้าหรือไม่ได้รับค่าสินไหม เนื่องจากบริษัทประกัน ขาดสภาพคล่อง ยังมีกลุ่มตัวแทนบริษัทประกันชีวิตบางราย หลอกลวงเก็บเบี้ยประกันไว้ไม่นำเงินส่งบริษัท โดยที่ผู้เอาประกันภัยไม่ทราบเรื่อง ซึ่งทำให้ผู้เอาประกันภัยไม่ได้รับการคุ้มครองตามกรมธรรม์ ในช่วงการแพร่ระบาด

ตำรวจสอบสวนกลาง จึงได้ร่วมกับ คปภ.  แจ้งความให้ดำเนินคดีกับกลุ่มคนที่ปลอมเอกสารผลการตรวจโรคโควิด เพื่อเรียกร้องผลประโยชน์จากการทำประกันโดยทุจริต และกลุ่มคนที่หลอกลวงให้คนทั่วไปเข้าทำสัญญาประกันชีวิตแต่ไม่ได้ดำเนินการให้มีการทำสัญญาประกันภัยเกิดขึ้น หรือไม่ดำเนินการรักษาสถานของสัญญาประกันชีวิตรวมจำนวนทั้งสิ้น 21 ราย

ประกันโควิด

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. ได้ดำเนินคดีขออนุมัติหมายจับ 21 ราย จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอศ. ได้ติดตามจับกุมได้จำนวน 11 ราย และจับกุมกลุ่มที่เป็นตัวแทนประกันภัย 3 ราย รวมทั้งหมด 14ราย ดำเนินคดีต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม