Business

ปตท. ติดตามสถานการณ์ในเมียนมาใกล้ชิด เน้นความต่อเนื่องจัดการก๊าซฯ

ปตท. ติดตามสถานการณ์ในเมียนมาใกล้ชิด เน้นความต่อเนื่องการจัดการก๊าซธรรมชาติ หลัง”โททาลเอนเนอร์ยี่ส์ อีพี เมียนมาร์ ” แจ้งถอนตัวจากการเป็นผู้ร่วมทุนและผู้ดำเนินการในโครงการยาดานา

นายอธิคม เติบศิริ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา บริษัท โททาลเอนเนอร์ยี่ส์ อีพี เมียนมาร์ ได้แจ้งถอนตัวจากการเป็นผู้ร่วมทุนและผู้ดำเนินการในโครงการยาดานา โดยจะยังคงเป็นผู้ดำเนินการในโครงการต่อไปอีก 6 เดือน เพื่อรักษาความต่อเนื่องในการผลิตก๊าซธรรมชาตินั้น ปตท. และ บริษัท ปตท.สผ. จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ร่วมทุนในโครงการยานาดา ร่วมกับกระทรวงพลังงาน ได้ติดตามสถานการณ์ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาอย่างใกล้ชิด โดยคำนึงถึงความมั่นคงด้านพลังงาน และเตรียมการเพื่อความต่อเนื่องในการบริหารก๊าซธรรมชาติ

thumbnail นายอธิคม เติบศิริ e1643077527898
นายอธิคม เติบศิริ

อนึ่ง ประเทศไทยนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาตั้งแต่ปี 2541 ในปัจจุบันนำเข้าที่ปริมาณ 965 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โดยรับก๊าซฯ จากแหล่งก๊าซธรรมชาติยาดานาปริมาณ 650 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน คิดเป็นประมาณ 10% ของปริมาณก๊าซธรรมชาติที่ใช้ในประเทศไทย  ถูกนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ในอุตสาหกรรม และภาคขนส่งในรูปของ NGV เช่นเดียวกับก๊าซฯ จากอ่าวไทย และ LNG

thumbnail แหล่งก๊าซยาดานา

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight