Business

กฏใหม่ ร้านอาหารต้องรู้ จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต้องผ่าน SHA+ หรือTSC 2+

ทำความรู้จัก SHA+ – TSC 2+ หลัง กทม. ยกระดับตรวจเข้มร้านอาหารจำหน่ายแอลกอฮอล์ ต้องผ่านเกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่ง และยังคงจำกัดเวลานั่งดื่มไม่เกิน 3 ทุ่ม

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุโอไมครอน (Omicron) ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยและกรุงเทพมหานคร ที่ตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ดังกล่าวมากขึ้นเป็นลำดับ

SHA+

กรุงเทพมหานคร จึงได้ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 49) โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ตามมติที่ประชุม ครั้งที่ 1/2565 เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2565

จากประกาศดังกล่าว ให้เจ้าของสถานที่ ผู้ประกอบการ ผู้ใช้บริการ ผู้ร่วมกิจกรรม และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามที่ระบุไว้ในประกาศกรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 47) ต่อเนื่องไปอีกจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

ส่วนร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม สามารถเปิดให้บริการตามเวลาปกติ แต่จะอนุญาตให้มีการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านได้ไม่เกิน 21.00 น.

อย่างไรก็ตาม ประกาศฯ ฉบับล่าสุดนี้ ยกระดับให้เข้มข้นขึ้นจากเดิมร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มที่ผ่านเกณฑ์ SHA หรือ Thai Stop Covid 2 ก็สามารถจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ให้นั่งดื่มภายในร้านได้ไม่เกิน 21.00 น. เปลี่ยนเป็นจะอนุญาตให้เฉพาะร้านที่ได้มาตรฐาน SHA PLUS หรือ Thai Stop Covid 2 Plus (TSC2+) เท่านั้น ที่สามารถจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ให้นั่งดื่มภายในร้านได้ไม่เกิน 21.00 น.

กทม.1

ทำความรู้จัก SHA+ และ TSC 2+

สำหรับ SHA PLUS (SHA+) เป็นการเพิ่มเงื่อนไข จาก SHA ว่า พนักงานต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อโควิด-19 แล้วไม่ต่ำกว่า 70% ของทั้งองค์กร และ 100% กับพนักงานหน้าด่าน (Frontline) ที่ต้องพบเจอผู้มารับบริการทุกวัน

ส่วน Thai Stop COVID 2 Plus คือ ผ่านการตรวจประเมินมาตรฐานความสะอาดปลอดภัยป้องกันโรค COVID-19 รองรับสุขภาพดีวิถีใหม่ ของกระทรวงสาธารณสุขโดยกรมอนามัย และมาตรการ COVID Free Setting คือ มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร

ทั้งนี้ ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มต้องจัดหา ATK และตรวจ ATK พนักงานทุก 7 วัน หรือตรวจ ATK เมื่อมีผลการประเมิน Thai Save Thai (TST) พบความเสี่ยงสูง

SHA

ดังนั้น เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านอาหารต่าง ๆ ดำเนินการตามมาตรฐานการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด กรุงเทพมหานคร โดย สำนักเทศกิจร่วมกับสำนักอนามัย สำนักงานเขตพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบสถานที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต้องมี SHA+ หรือ TSC2+ เท่านั้น

กรณีผู้ประกอบการปฏิบัติไม่ถูกต้อง จะดำเนินคดี รวมถึงสั่งปิด สั่งพักใบอนุญาตในการเปิดร้านต่าง ๆ อย่างจริงจัง ส่วนที่ยังทำไม่ถูกต้องขอให้แก้ไขให้ถูกต้อง

พร้อมกันนี้ ยังเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรค เพื่อไม่ให้กลายเป็นแหล่งแพร่ระบาดหรือเกิดคลัสเตอร์ใหม่ รวมถึงให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention For Covid-19)

อ่านข่าวเพิ่มเติม