Business

‘นายกรัฐมนตรี’ สั่งเร่งเครื่องเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้าย จี้เร่งเบิกจ่ายงบรัฐวิสาหกิจ

“โฆษกรัฐบาล” เผย “นายกรัฐมนตรี” เร่งเครื่องเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายของปี เร่งรัด “สคร.” เบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ ขณะที่ “สศค.” รายงานเเนวโน้มเศรษฐกิจดีขึ้น

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินหน้าเศรษฐกิจกำชับให้เร่งรัดการเบิกจ่ายของรัฐวิสาหกิจในไตรมาสสุดท้ายของปีให้เป็นไปตามเป้าหมาย พร้อมรับทราบรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนตุลาคม 2564 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ มีสัญญาณฟื้นตัวอย่างชัดเจน จากการผลักดันการเปิดประเทศที่ทำให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น รวมทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากภาคการลงทุน และการส่งออกเริ่มส่งสัญญาณทิศทางที่ดีขึ้นเช่นกัน

นายกรัฐมนตรี

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) รายงานผลการเบิกจ่ายงบลงทุนในปี 2564 ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2564 มีผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม จำนวน 269,883 ล้านบาท หรือคิดเป็น 89% ของแผนการเบิกจ่ายสะสม และสำหรับผลการเบิกจ่ายงบลงทุนในปี 2565 สำหรับรัฐวิสาหกิจปีงบประมาณ ที่ได้เริ่มการเบิกจ่ายงบลงทุนปีงบประมาณ 2565 มา 1 เดือน (ตุลาคม 2564) มีผลการเบิกจ่าย 3,222 ล้านบาท หรือคิดเป็น 47% ของแผนการเบิกจ่ายสะสม

ทั้งนี้ รัฐวิสากิจที่สามารถเบิกจ่ายได้ตามแผนและมีการเบิกจ่ายสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) (ปตท.)
  2. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
  3. การรถไฟขนส่งมวลแห่งประเทศไทย (รฟม.)
  4. การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)
  5. บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ (NT)

นายกรัฐมนตรี

โครงการขนาดใหญ่ที่เบิกจ่ายได้ตามแผน

โดยโครงการขนาดใหญ่สำคัญที่เบิกจ่ายได้ตามแผน อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี (รฟม.) ผลการเบิกจ่าย 14,273 ล้านบาท คิดเป็น 105% ของการเบิกจ่ายต่อแผน โครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง บางซื่อ – รังสิต (รฟท.) ผลการเบิกจ่าย 8,327 ล้านบาท คิดเป็น117% ของการเบิกจ่ายต่อแผน เป็นต้น

นอกจากนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลังยังรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนตุลาคม 2564 พบเศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณปรับตัวดีขึ้น โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่มีเเนวโน้มดีขึ้น ทำให้มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการท่องเที่ยวภายในประเทศและการลงทุนภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้น รวมทั้งการส่งออกสินค้ายังคงขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 อีกด้วย

ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนก็มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร นำเข้าสินค้าทุนในเดือนตุลาคม 2564 ขยายตัวที่ 21.8% ต่อปี มูลค่าการส่งออกสินค้ารวมในรูปเงินสกุลดอลลาร์เดือนตุลาคม 2564 อยู่ที่ 22,738.7 ล้านดอลลาร์ ขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 ที่ 17.4% ต่อปี

นายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจก็มีทิศทางดีขึ้น ด้านการท่องเที่ยว ในเดือนตุลาคม มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประเภทพิเศษ นักท่องเที่ยวกลุ่มสิทธิพิเศษ (Thailand Privilege Card) นักธุรกิจ กลุ่มสุขภาพที่เข้ามารับบริการทางการแพทย์ในประเทศไทยรวม จำนวน 20,272 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากเยอรมนี สหรัฐ สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ในเดือนตุลาคม 2564 อยู่ที่ 4,596,227 คน

“ทุกภาคส่วนทั้งรัฐวิสาหกิจและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เร่งรัดเบิกจ่ายรัฐวิสาหกิจและส่งเสริมโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในมิติต่าง ๆ เพื่อ อัดฉีดเงินสู่ระบบ ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีเพื่อรักษาโมเม้นตัมการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่องไปถึงปีหน้า ซึ่งหลายฝ่ายรวมทั้งกระทรวงการคลังยังยืนยันประเมินการเติบโตเศรษฐกิจไทยในปี 65 อยู่ที่ 4% แม้ไวรัสโควิด-19 จะมีการกลายพันธุ์ ซึ่งทั่วโลกขณะนี้ รวมทั้งประเทศไทยโดยนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ได้สั่งให้มีมาตรการสกัดกั้นการแพร่ระบาดไวรัสโควิด -19 “โอไมครอน” อย่างเด็ดขาดด้วย” นายธนกร กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Siree Osiri OHO BANGKOK