Business

ปตท.- BIG มั่นใจ ‘MAP’ พร้อมเดินเครื่องโรงแยกอากาศไฮเทค แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ด้วยนวัตกรรมขั้นสูงในการใช้ประโยชน์ จากพลังงานความเย็นที่ได้จากการเปลี่ยนสถานะก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ช่วยเพิ่มความสามารถในการผลิตก๊าซอุตสาหกรรม และออกซิเจนรองรับความต้องการด้านสาธารณสุขลดการพึ่งพาไฟฟ้าในกระบวนการแยกอากาศ ทำให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สู่ชั้นบรรยากาศลดลง ตอบรับเทรนด์สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

thumbnail map01 1 1

นายวุฒิกร สติฐิต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า วันนี้ ( 1 ต.ค.) บริษัท มาบตาพุด แอร์โปรดักส์ จำกัด (Map Ta Phut Air Products., Ltd.: MAP) ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (BIG) พร้อมเดินเครื่องโรงงานแยกอากาศ (Air Separation Unit: ASU) ที่ใช้พลังงานความเย็นจากการเปลี่ยนสถานะก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากที่ปัจจุบันพลังงานความเย็นจาก LNG ถูกปล่อยทิ้ง โดยไม่มีการนำมาใช้ประโยชน์

thumbnail คุณวุฒิกร สติฐิต PTT e1633087019862
นายวุฒิกร สติฐิต

ปตท. และ BIG จึงร่วมมือศึกษาต่อยอดนวัตกรรมการใช้ประโยชน์ จากความเย็นดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้โรงแยกอากาศ MAP เป็นแห่งแรกในไทย และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สามารถผลิตก๊าซอุตสาหกรรมจากความเย็นจากกระบวนการแปรสภาพ LNG อาทิ ออกซิเจน ไนโตรเจน และอาร์กอน ปริมาณมากถึง 450,000 ตันต่อปี มูลค่าลงทุนรวมกว่า 2,000 ล้านบาท และจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สู่ชั้นบรรยากาศได้กว่า 28,000 ตันต่อปี อันเนื่องมาจากการลดการใช้ไฟฟ้าในกระบวนการแยกอากาศ  ถือเป็นส่วนสำคัญต่อการเตรียมความพร้อมของภาคอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero Emissions

นายปิยบุตร จารุเพ็ญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด กล่าวเสริมว่า โรงแยกอากาศ MAP ณ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง มีกำลังการผลิตออกซิเจนเพื่อใช้ในทางการแพทย์กว่า 140 ตันต่อวัน จึงมั่นใจได้ว่าจะสามารถผลิตออกซิเจนเหลวได้อย่างต่อเนื่องและเพียงพอ หากเกิดความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

นายปิยบุตร จารุเพ็ญ

นอกจากนี้ ก๊าซอุตสาหกรรมที่ผลิตได้ จะช่วยเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันให้ กับภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย โดยไนโตรเจนที่ผลิตได้นอกจากจะสามารถรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมในพื้นที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ยังสามารถนำไปต่อยอดนวัตกรรมด้านความเย็นตามโครงการระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก (Eastern Fruit Corridor : EFC) ด้วย

พร้อมกันนี้ โรงแยกอากาศ MAP ยังสนับสนุนกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) ซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของทั้ง ปตท. และ BIG ที่ยึดมั่นการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมตลอดมา

thumbnail map03 1 e1633087137540

thumbnail map02 1 e1633087697290

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight