Business

ศาลปกครองสูงสุด สั่งเพิกถอนใบอนุญาต โรงงานผลิตไฟฟ้าชีวมวล เขาไม้แก้ว ปราจีนบุรี


ศาลปกครองสูงสุด พิพากษา เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวลเขาไม้แก้ว จังหวัดปราจีนบุรี ของบริษัทเค เอส มาร์เก็ตติ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล

ศาลปกครองสูงสุด พิพากษาเพิกถอนใบอนุญาต ประกอบกิจการโรงงานที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ออกให้แก่ บริษัทเค เอส มาร์เก็ตติ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยให้มีผลนับแต่วันที่ออกใบอนุญาตดังกล่าว และให้องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เขาไม้แก้ว โดยนายก อบต. เขาไม้แก้ว ปฏิบัติหน้าที่ตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 40 มาตรา 41 มาตรา 42 และมาตรา 43 แล้วแต่กรณี กับการที่บริษัทก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้เสร็จสิ้นภายใน 180 วัน นับแต่วันที่มีคำพิพากษา

เนื่องจากศาลฯ เห็นว่า ในระหว่างที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พิจารณาคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานของบริษัทฯ อยู่นั้น พื้นที่อันเป็นที่ตั้งของโรงงานพิพาท ได้มีการประกาศกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2555 ซึ่งมีผลทำให้ต้องนำพ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาใช้บังคับในพื้นที่ตั้งโรงงานพิพาทของบริษัทฯ ด้วย ดังนั้นนับแต่เวลาดังกล่าว การก่อสร้างอาคารโรงงานของบริษัทฯ ก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับขณะนั้น การก่อสร้างอาคารเพื่อประกอบกิจการโรงงานพิพาท จึงต้องได้รับใบอนุญาตก่อสร้างอาคารตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารฯ มิใช่เป็นกรณีที่บริษัทฯ มีสิทธิก่อสร้างอาคารโรงงาน โดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตอีกต่อไป

shutterstock 1351345511

นอกจากนี้ เมื่อมีการประกาศกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2555 ในพื้นที่ที่ตั้งโรงงานพิพาทแล้ว การใช้ประโยชน์ในที่ดินก็จะต้องไม่ผิดไปจากที่กำหนดไว้ในผังเมืองรวม ตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ. การผังเมือง พ.ศ. 2518 ด้วย ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า พื้นที่ตำบลเขาไม้แก้วซึ่งเป็นที่ตั้งโรงงานพิพาทถูกกำหนดเป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม ซึ่งเป็นที่ดินสำหรับใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรม หรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม การอยู่อาศัย สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ต้องห้ามใช้ประโยชน์ประกอบกิจการโรงงานทุกจำพวก อีกทั้งโรงงานไฟฟ้าไม่ใช่โรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกที่ให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวง การขออนุญาตประกอบกิจการโรงงาน เพื่อผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้า ขนาดกำลังผลิตกระแสไฟฟ้ารวม 9.9 เมกกะวัตต์ ของบริษัทฯ จึงเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินผิดไปจากที่กำหนดไว้ในผังเมืองรวม หรือปฏิบัติการใด ๆ ซึ่งขัดกับข้อกำหนดของผังเมืองรวม ตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ. การผังเมือง พ.ศ. 2518

และเมื่อการประกอบกิจการโรงงานของบริษัทฯ จะต้องมีการก่อสร้างอาคารโรงงานแล้ว การใช้ประโยชน์ที่ดินเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารตาม พ.ร.บ. การผังเมือง พ.ศ. 2518 จึงต้องสอดคล้องกับ พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 กล่าวคือ เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินต้องได้ใช้ประโยชน์ที่ดินโดยเริ่มดำเนินการก่อสร้างอาคารแล้ว จึงจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏตามพยานหลักฐานในสำนวนคดีว่า นับแต่ที่บริษัทฯ ยื่นคำขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานพิพาท เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2553 จนถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2555 ที่มีการประกาศกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2555 บริษัทฯ เพียงแต่ได้มีการจัดเตรียมพื้นที่และจัดหาวัสดุก่อสร้างเพื่อเตรียมการก่อสร้างอาคารโรงงานเท่านั้น ยังมิได้เริ่มลงมือดำเนินการก่อสร้างอาคารโรงงานพิพาท

ส่วนการขุดสระน้ำหรือบ่อน้ำขนาดใหญ่ ในที่ดินที่ตั้งโรงงานที่มีประชาชนร้องเรียนนั้น เห็นว่า การขุดบ่อเก็บน้ำดิบดังกล่าว บริษัทฯ เพิ่งเริ่มดำเนินการอย่างเร็วที่สุด ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2556 อันเป็นเวลาภายหลังมีประกาศกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2555 เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2555 อีกทั้งเป็นการขุดดินถมดินโดยที่ยังไม่ได้รับใบรับแจ้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามมาตรา 17 วรรคสอง และมาตรา 26 วรรคสี่ แห่ง พ.ร.บ. การขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543

กรณีจึงไม่อาจถือว่า บริษัทฯ ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดิน ได้ใช้ประโยชน์ที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายมาก่อนที่จะมีกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมและจะใช้ที่ดินเช่นนั้นต่อไป ตามมาตรา 27 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. การผังเมือง พ.ศ. 2518

ดังนั้น การประกอบกิจการโรงงานเพื่อผลิต และจำหน่ายกระแสไฟฟ้า ขนาดกำลังผลิตกระแสไฟฟ้า รวม 9.9 เมกกะวัตต์ ตามคำขอใบอนุญาตประกอบกิจการ ลงวันที่ 22 มิถุนายน 2553 ของบริษัทฯ จึงต้องห้ามตามข้อ 11 วรรคสอง (1) ของกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2555 และไม่อาจถือเป็นการขออนุญาตประกอบกิจการโรงงานที่มีที่ตั้งในทำเลและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ตามข้อ 4 ของกฎกระทรวงฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2535) ออกตามความใน พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2535 ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ 25 (พ.ศ. 2559) ประกอบมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2535 การที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานที่ (สรข.5) 02-58/2556 ทะเบียนโรงงานเลขที่ 3-88-43/56ปจ ลงวันที่ 10 พฤษภาคม 2556 ให้แก่บริษัทเค เอส มาร์เก็ตติ้งฯ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

รายละเอียดของคำวินิจฉัยโปรดอ่านจากคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่แนบมาพร้อมนี้ https://bit.ly/3lpgiSS
อ่านข่าวเพิ่มเติม

ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight