Business

เปิดประเทศ 120 วัน เคาะเพิ่มพื้นที่นำร่องอีก 4 จังหวัด รวมเป็น 8 จังหวัด


คณะกรรมการเมดิคัล ฮับ ไฟเขียวเพิ่มพื้นที่ท่องเที่ยวนำร่อง รองรับการเปิดประเทศ 120 วัน รวมเป็น 8 จังหวัด พร้อมหนุนผลิต 4 วัคซีนของไทย ดันไทยขึ้นแท่นศูนย์กลางการส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์กลางสมุนไพร

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเพื่อพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (นโยบาย Medical Hub) ครั้งที่ 2/2564 ร่วมกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ผ่านระบบวิดีโอทางไกล โดยมีนายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

เปิดประเทศ 120 วัน

เพิ่มพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว รับเปิดประเทศ 120 วัน

ดร.สาธิตกล่าวว่า ในวันนี้ที่ประชุมฯ มีมติเห็นชอบในหลักการ 5 เรื่อง ได้แก่

1. แนวทางและมาตรการในการเปิดประเทศ 120 วัน ตามนโยบายรัฐบาล ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, เชียงใหม่, พัทยา, หัวหิน และพื้นที่ท่องเที่ยวนำร่องเพิ่มเติม ได้แก่ เชียงคาน จ.เลย และ จ.หนองคาย รวมถึงพื้นที่เกาะกูด เกาะช้าง จ.ตราด และเกาะเสม็ด จ.ระยอง

ทั้งนี้ จะดำเนินการในรูปแบบ bubble and seal route และมอบหมายให้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บรรจุในแผนเปิดพื้นที่รับนักท่องเที่ยว เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

2. ผลักดันให้มีการผลิตวัคซีนทั้ง 4 ชนิด เพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิตวัคซีนของประเทศไทย โดยเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาสนับสนุนงบประมาณ และให้อย.ลดระยะเวลาการขึ้นทะเบียนอนุญาต ได้แก่

  • วัคซีน ChulaCov19 โดยคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • วัคซีนใบยา โดยบริษัท ใบยาไฟโตฟาร์ม จำกัด
  • วัคซีนโควิด 19 HXP – GPO Vac โดยองค์การเภสัชกรรม
  • วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) แบบพ่นจมูก โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค)
สาธิต
สาธิต ปิตุเตชะ

3. เห็นชอบแผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด และการประชาสัมพันธ์ ในงาน World Expo 2025 Osaka Kansai ณ นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนเมษายน – ตุลาคม 2568 ในการเข้าร่วมการจัดศาลาไทยในธีม การส่งเสริมสุขภาพทุกช่วงวัย รวมทั้งเป็นการเฉลิมฉลองเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย และญี่ปุ่น

ตลอดจนให้ประเทศไทยเข้าร่วมประมูลสิทธิ ในการจัดนิทรรศการนานาชาติ เพื่อเป็นเจ้าภาพจัดงาน Specialized Expo 2028 เดือนสิงหาคม-ตุลาคม ปี 2571 ที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและส่งเสริมสุขภาพ (Medical and Wellness Tourism) และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

4. การพัฒนา Wellness Hub ของประเทศไทย เพื่อยกระดับมาตรฐานนวดไทยและสปาไทย ในลักษณะ Wellness ให้มีมาตรฐานระดับนานาชาติ โดยประสานงานกับสมาคม สมาพันธ์ ชมรม ในประเทศไทย เชื่อมโยงการทำงานร่วมกับสมาพันธ์โลกนวดไทย & สปา และจัดทำโครงการบูรณาการร่วมกันทุกกระทรวง

5. เปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รองรับการเป็นศูนย์กลางสมุนไพรโลก นำผลิตภัณฑ์กัญชา และสมุนไพรต้านโควิด 19 มาจำหน่ายในเส้นทางการท่องเที่ยวนำร่องใน 4 เส้นทาง รวม 9 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี สกลนคร นครพนม หนองคาย เลย หนองบัวลำภู บึงกาฬนครราชสีมา ปราจีนบุรี (อภัยภูเบศร) และบุรีรัมย์ (โนนมาลัยโมเดล)

นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์
นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์

ด้านนายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (สสปน.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานมหกรรมสินค้าและบริการสุขภาพ “Thailand International Health Expo 2022” ระหว่างวันที่ 20 – 23 มกราคม 2565 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน

สำหรับงานดังกล่าว จัดขึ้นในรูปแบบ HYBRID EXPO ในรูปแบบ Onsite และ Online ภายใต้แนวคิดหลัก “สร้างสุขภาพ เสริมเศรษฐกิจ เพื่อคุณภาพชีวิตประชาชน”

ภายในงานประกอบด้วย 6 โซน คือ โซนนิทรรศการแสดงศักยภาพของไทย โซนแสดงนิทรรศการและสินค้า โซนบริการฉีดวัคซีน โซนบริการประชาชน ให้บริการเบ็ดเสร็จจุดเดียว โซนจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และโซนการประชุมสัมมนา บรรยายพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขทั่วโลก คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมทั้งชาวไทยและต่างชาติ ประมาณ 50,000 คน

อ่านข่าวเพิ่มเติม