ดูหนังออนไลน์
Business

เช็คเงื่อนไขโอนเงินเยียวยานักเรียน 2,000 บาท/คน ยันพร้อมจ่ายภายใน 3 วัน

เช็คเงื่อนไขโอนเงินเยียวยานักเรียน 2,000 บาท/คน ย้ำ!! ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนนักเรียนของโรงเรียนเท่านั้น พร้อมจ่ายเงินภายใน 3 วันหลังจากได้รับจัดสรรเงิน

นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ มีมาตรการลดภาระทางการศึกษาให้แก่นักเรียนและผู้ปกครอง โดยการจ่ายเงินเยียวยานักเรียนคนละ 2,000 บาทนั้น ทั้งนี้ การจ่ายเงินเยียวยา 2,000 บาท จะจ่ายตามจำนวนนักเรียน เช่น หากผู้ปกครองมีบุตรหลานเรียนอยู่ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (อนุบาล-ม.6) จำนวน 1 คน ก็จะได้รับเงินเยียวยา 2,000 บาท แต่หากมีบุตรหลานเรียนอยู่ จำนวน 3 คน ก็จะได้รับเงินรวม 6,000 บาท

เงื่อนไขโอนเงินเยียวยา

โดยคนที่จะรับเงินเยียวยาคือ “ผู้ปกครอง” หากนักเรียนอยู่กับพ่อแม่ ผู้ปกครองก็คือพ่อแม่ แต่หากนักเรียนอยู่กับญาติ ผู้ปกครองก็คือญาติที่นักเรียนอาศัยอยู่ด้วย ซึ่งครูประจำชั้นต้องรู้ข้อมูลในส่วนนี้ แต่หากเด็กอยู่กับมูลนิธิ หรืออยู่บ้านพักเด็ก ทางโรงเรียนก็สามารถจ่ายเงินเยียวยาให้กับนักเรียนโดยตรงได้ โดยต้องระบุได้ว่า เด็กคนนี้อยู่บ้านพักเด็กที่ไหน หรืออยู่กับมูลนิธิอะไร เพื่อเป็นการยืนยันว่าเด็กอยู่กับใคร และเงินถึงมือเด็กหรือไม่

ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนนักเรียน

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญ คือ นักเรียนที่จะได้รับเงินเยียวยา ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนนักเรียนของโรงเรียนที่ได้ลงข้อมูลไว้ ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2564 เท่านั้น เมื่อมีรายชื่อเป็นนักเรียนอยู่ที่ไหน สพฐ. ก็จะจัดสรรเงินไปตามรายชื่อของนักเรียนที่อยู่ในโรงเรียนนั้น โดยโรงเรียนจะจ่ายเงินให้เฉพาะนักเรียนที่มีตัวตนจริง

ส่วนนักเรียนที่ไม่มีชื่อในทะเบียนในวันที่ 25 มิถุนายน 2564 แต่มาเรียนเพิ่มเติมในโรงเรียนนั้น นักเรียนจะยังมีชื่ออยู่ที่โรงเรียนเดิม ทางโรงเรียนใหม่ก็ต้องเพิ่มชื่อนักเรียนเข้าไป แล้วรายงานไปยังสำนักงานเขตฯ ในส่วนนี้ทางโรงเรียนยังไม่สามารถจ่ายเงินได้ จนกว่าสำนักงานเขตฯ จะเคลียร์ข้อมูลให้เรียบร้อยจึงจะอนุมัติการจ่ายเงินได้

“ทุกโรงเรียนต้องสำรวจรายชื่อนักเรียนของตนเอง ว่ายังมีชื่ออยู่ในโรงเรียนครบถ้วนหรือไม่ และยังมีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ หากมีครบไม่ได้ย้ายออกไปไหนถือว่าจบไม่มีปัญหา แต่หากมีย้ายออกไปก็ให้โรงเรียนกรอกข้อมูลเข้ามาว่าเด็กย้ายไปอยู่ที่ไหน หรือหากมีเด็กย้ายเข้ามาก็ให้กรอกข้อมูลว่ารับย้ายมาจากที่ไหนด้วย” นายอัมพร กล่าว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ในช่วงระหว่างการเตรียมการ เมื่อเงินลงมาถึงโรงเรียนแล้ว เราอยากให้เงินถึงผู้ปกครองภายใน 3 วัน โดยให้โรงเรียนถือปฏิบัติตามแนวทางในหนังสือฉบับใหม่ที่ได้ส่งไปเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2564 ซึ่งได้แจ้งว่าในส่วนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้องเปิดบัญชีใหม่เพื่อรองรับ

เงื่อนไขโอนเงินเยียวยา

เตรียมออกแนวทางปฏิบัติภายในสัปดาห์นี้

ส่วนโรงเรียนจะมีการซักซ้อมวิธีปฏิบัติเพื่อให้เข้าใจตรงกันอีกครั้งหนึ่ง แต่สิ่งที่เราห่วงมากที่สุดก็คือ ฐานข้อมูลของนักเรียน และการเตรียมการวิธีจ่ายเงินให้กับผู้ปกครองนักเรียน โดยจะมีแนวปฏิบัติแจ้งออกไปให้ทราบอีกครั้งภายในสัปดาห์นี้

“เมื่อ สพฐ. ได้รับเงินจัดสรรเมื่อใดก็จะโอนเงินไปยังบัญชีของสำนักงานเขตฯ ภายในวันเดียวกันนั้น และให้เขตฯโอนต่อไปยังโรงเรียนภายใน 3 วัน เมื่อถึงบัญชีโรงเรียนแล้ว ขอให้โรงเรียนโอนเงินหรือจ่ายเงินถึงมือผู้ปกครองภายใน 3 วันเช่นเดียวกัน โดยรวมแล้วทั้งกระบวนการขอให้จบภายใน 7 วัน” นายอัมพร กล่าว

แนวทางการจ่ายเงินมี 2 ประเด็น ดังนี้

  • หากผู้ปกครองมีบัญชีธนาคารก็สามารถโอนเงินเข้าบัญชีผู้ปกครองได้โดยตรง
  • หากใช้วิธีโอนเงินไม่ได้ จะให้โรงเรียนบริหารจัดการผ่านครูประจำชั้น ในการออกแบบการจ่ายเงินสดให้ผู้ปกครอง

เช่น นัดหมายผู้ปกครองเข้ามารับเงินสดที่โรงเรียน แต่ต้องเป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคของ ศบค. โดยให้ผู้ปกครองลงลายมือชื่อพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาทะเบียนบ้าน เพื่อเป็นหลักฐานในการจ่ายเงิน

ทั้งนี้ ขอให้ทางโรงเรียนสื่อสารกับผู้ปกครองให้เข้าใจตรงกันว่า ในขณะนี้ สพฐ. ยังไม่ได้รับเงินจัดสรรจากกระทรวงการคลังมาถึงกระทรวงศึกษาธิการ จึงยังไม่มีเงินลงไปถึงโรงเรียน ซึ่งเมื่อใดที่เงินลงไปถึงโรงเรียนแล้ว ก็จะดำเนินการจ่ายเงินให้กับผู้ปกครองภายใน 3 วัน

วิธีการวิธีเช็คสิทธิ์เงินเยียวยานักเรียน มีดังนี้

สำหรับวิธีการวิธีเช็คสิทธิ์เงินเยียวยานักเรียน 2,000 บาท/นักเรียน 1 คน โดยระบุว่า มาแล้ว ช่องทางการตรวจสอบสิทธิ์ตามมาตรการให้ความช่วยเหลือภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ปกครอง 2,000 บาท/นักเรียน 1 คน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มจ่ายได้ช่วงสิ้นเดือนสิงหาคม-กันยายน 2564

เงื่อนไขโอนเงินเยียวยา

สำหรับนักเรียนในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. สามารถตรวจสอบสิทธิ์ได้ที่เว็บไซต์ https://student.edudev.in.th หรือ คลิกที่นี่ โดยจะต้องกรอกเลขประจำตัวประชาชน และเลขประจำตัวนักเรียน

เงื่อนไขโอนเงินเยียวยา

ส่วนนักเรียนโรงเรียนเอกชน สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ https://regis-test.opec.go.th/ หรือ คลิกที่นี่ หรือเช็คที่แอปพลิเคชัน สช. On mobile โดยนักเรียนไทยให้กรอกเลขประจำตัวประชาชน และนักเรียนต่างชาติหรือนักเรียนที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียน ให้ใช้รหัส G-Code จาก รร. ที่ศึกษาอยู่

ทั้งนี้ สำหรับขั้นตอนการตรวจสอบเมื่อเข้าสู่เว็บไซต์ให้กรอกข้อมูล ดังนี้

  • กรอกเลขประจำตัวนักเรียน
  • กรอกรหัสให้ตรงตามรูปที่กำหนด
  • จากนั้นกดปุ่มค้นหาเพื่อตรวจสอบข้อมูล

ข้อมูลการมีตัวตน ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2564 จากระบบนักเรียนรายบุคคล (Data Management Center: DMC) ศูนย์พัฒนาระบบข้อมูลทางการศึกษา สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ.

ขณะที่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สามารถตรวจสอบได้โดยใช้รหัส G-Code ที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด สามารถขอทราบรหัส G-Code ได้ที่โรงเรียนที่นักเรียนศึกษาอยู่ สามารถตรวจสอบข้อมูลได้แล้ว บน ‘Application สช. On Mobile’ สามารถดาวน์โหลด “Application สช. On mobile” ในระบบแอนดรอยด์ และระบบ iOS ดังนี้

อ่านข่าวเพิ่มเติม