Economics

‘CIMBT’ หั่นจีดีพีปีนี้ลงเหลือ 1.3% หวั่นล็อกดาวน์เจ็บแล้วไม่จบ!

“สำนักวิจัยธนาคารซีไอเอ็มบีไทย” ปรับลดประมาณเศรษฐกิจปีนี้ลงจาก 1.9% เหลือ 1.3% ชี้หาก “ล็อกดาวน์” ก็ต้องมีการชดเชยอย่างเร่งด่วน หวั่นเจ็บแล้วไม่จบ!

นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย (CIMBT) เปิดเผยว่า จากการระบาดของสถานการณ์โควิดระลอก 3 ที่มีแนวโน้มจะยาวนาน ประกอบกับการฉีดวัคซีนที่ล่าช้า หรือวัคซีนยังไม่ได้ประสิทธิภาพเต็มที่ สำนักงานวิจัย จึงได้ปรับประมาณเศรษฐกิจปีนี้ลงจาก 1.9% เหลือ 1.3% ขณะที่ปี 2565 ปรับลดลงจาก 5.1% เหลือ 4.2% แต่ยังเชื่อว่าเศรษฐกิจในปีนี้ จะเริ่มฟื้นตัวได้แต่ช้ากว่าที่เคยประเมินไว้ โดยอาจจะกลับมาได้ในช่วงของไตรมาสที่ 4 ของปี

อมรเทพ 87641

สำหรับความหวังของเศรษฐกิจไทยที่สำนักวิจัยฯ ประเมินไว้ มีดังนี้

1.หากมีการฉีดวัคซีนเต็มที่และต่อเนื่อง เชื่อว่าจะสามารถจะมีภูมิคุ้มกันหมู่ได้ในปีนี้ และยังเชื่อมั่นว่าศักยภาพของการเร่งฉีดวัคซีนไม่มีปัญหาคอขวดแน่นอน
2.ในปัจจุบันคนว่างงานได้กลับไปสู่ภาคเกษตร โดยย้ายจากเมืองไปสู่ชนบท ซึ่งเป็นโอกาสเนื่องจากรายได้ภาคเกษตรกำลังฟื้นตัวค่อนข้างเร็ว และภัยแล้งไม่รุนแรงเท่าปีก่อนหน้า
3.นักท่องเที่ยวที่ยังเป็นความหวังของเศรษฐกิจอยู่นั้น หากมีความชัดเจนในการเปิดพื้นที่และมีการบริการจัดการได้ดี ยังเชื่อว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะสามารถช่วงพยุงเศรษฐกิจได้ในช่วงนี้
4.การใช้จ่ายภาครัฐ ที่แม้จะล่าช้าในช่วงนี้ แต่ก็จะสามารถเห็นผลสำเร็จได้ และหากจะต้องมีการล็อกดาวน์ก็ต้องมีการชดเชยในส่วนที่หายไป เชื่อมั่นว่าภาครัฐยังไม่ถึงสภาวะถังแตก และยังมีศักยภาพเพียงพอที่จะดูแลเศรษฐกิจได้ต่อไป

Curfew lockdown 210625 e1625634828494

สำหรับการล็อกดาวน์นั้น นายอมรเทพ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่ ซึ่งวันนี้ต่อให้ไม่ล็อกดาวน์ก็เหมือนล็อกดาวน์ เพราะความเชื่อมั่นของคนลดลง รายได้ก็ลดลง หากภาครัฐยกระดับการล็อกดาวน์ อาจจะกระทบต่อการบริโภคในช่วงที่เหลือของปีนี้ และหากล็อกดาวน์ทั้งประเทศ โดยส่วนตัวไม่เห็นด้วย เพราะจะมีผลกระทบรุนแรงมาก แม้ในขณะนี้จะมีผลรุนแรงอยู่แล้ว

ทั้งนี้ หากรัฐประกาศล็อกดาวน์แบบ 100% เหมือนเดือนเมษายน 2563 ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก เพราะการบริโภคในประเทศชะลอตัวแรง มีการปิดธุรกิจหลายประเภท และการจำกัดการเดินทาง หากรัฐบาลมองว่าควรล็อกดาวน์เพื่อให้เจ็บแล้วจบ แต่หากรอบนี้เจ็บแล้วไม่จบ และรอบนี้เป็นการเจ็บแบบทนไม่ได้แล้ว เพราะสายป่านหรือสภาพคล่องของบางธุรกิจอาจมีไม่ยาวมากนัก จึงต้องพยายามหาสภาพคล่องมาช่วยธุรกิจเหล่านี้ก่อน

ทั้งนี้ ส่วนตัวเชื่อว่า สาธารณสุขคงอยากให้ปิดเมือง เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายวัน แต่ด้านนักเศรษฐศาสตร์ ยืนยันว่า ไม่ได้เห็นต่างจากหมอ เพราะนอกจากดูเรื่องด้านสาธารณสุขแล้ว จะต้องดูเรื่องเศรษฐกิจไปพร้อมกัน ซึ่งหากเกิดล็อกดาวน์ สิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นคือ อยากจะให้คนขาดรายได้ สามารถเดินหน้าได้เหมือนกันอาจจะต้องมีการชดเชยจากภาครัฐ การเติมสภาพคล่องจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยเร็ว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Avatar photo