Business

บีโอไอ ไฟเขียวลงทุน กิจการสาธารณูปโภคพื้นฐาน เฉียด 5 หมื่นล้านบาท


บีโอไอ อนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่ 5 โครงการ รวมเกือบ 5 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่เป็น กิจการสาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยเฉพาะการผลิตพลังงานไฟฟ้า รองรับความต้องการใช้หลังผ่านพ้นโควิด

นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบอร์ดบีโอไอ ได้อนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนกับกิจการขนาดใหญ่รวม 5 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 49,911 ล้านบาท ประกอบด้วย กิจการสาธารณูปโภคพื้นฐานและบริการพื้นฐานในกิจการผลิตพลังงานไฟฟ้า หรือพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำจากพลังงานอื่น ๆ และกิจการสร้างสรรค์ ดังนี้

บีโอไอ

  • บริษัท หินกองเพาเวอร์ จำกัด กิจการผลิตไฟฟ้าระบบโคเจนเนอเรชัน มูลค่าการลงทุน 32,464 ล้านบาท ขนาด 1,540 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่จังหวัดราชบุรี
  • บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ (อ่างทอง) 2 จำกัด กิจการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำระบบโคเจนเนอเรชัน มูลค่าการลงทุน 5,300 ล้านบาท มีกำลังการผลิต 145 เมกะวัตต์ ตั้งโครงการในนิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ ฟู๊ด วัลเลย์ ไทยแลนด์ จังหวัดอ่างทอง
  • บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ (อ่างทอง) 3 จำกัด กิจการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำระบบโคเจนเนอเรชัน มูลค่าการลงทุน 5,200 ล้านบาท มีกำลังการผลิต 145 เมกะวัตต์ ตั้งโครงการในนิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ ฟู๊ด วัลเลย์ ไทยแลนด์ จังหวัดอ่างทอง
ดวงใจ อัศวจินตจิตร์
ดวงใจ อัศวจินตจิตร์
  • บริษัท ท็อป เอสพีพี จำกัด กิจการผลิตไฟฟ้ามูลค่า 4,350 ล้านบาท ขนาด 120 เมกะวัตต์ ตั้งโครงการที่จังหวัดชลบุรี
  • บริษัท โตโยโบะ อินโดรามา แอดวานซ์ ไฟเบอร์ส จำกัด ผลิตเส้นด้ายที่มีคุณสมบัติพิเศษ ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตถุงลมนิรภัยรถยนต์ มูลค่าการลงทุน 2,596 ล้านบาท ตั้งโครงการในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง

สำหรับกิจการที่อนุมัติส่งเสริมในครั้งนี้ เป็นโครงการขนาดใหญ่ ด้านกิจการสาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยเฉพาะการผลิตพลังงานไฟฟ้า

ทั้งนี้ นอกจากจะมีส่วนช่วยสร้างความมั่นคง ของระบบไฟฟ้าของประเทศ ความต้องการใช้ไฟฟ้า ในระยะยาว ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ปี 2561 – 2580 แล้ว ยังเป็นการลงทุนด้าน อุตสาหกรรมพื้นฐาน เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคต ภายหลังจากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว หลังผ่านพ้นสถานการณ์โควิด-19 อีกด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม