ดูหนังออนไลน์
Branding

‘แอสเสท เวิรด์’ วางใจ ‘IHG’ บริหารโรงแรมและรีสอร์ทในเครือ 5 แห่ง รอรับเที่ยวไทยฟื้น

แอสเสท เวิรด์ ลงนามข้อตกลง กับกลุ่มโรงแรมและรีสอร์ทเครืออินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ลส์ กรุ๊ป (IHG) จ้างบริหารโรงแรมและรีสอร์ทในเครือ 5 แห่ง เสริมความแข็งแกร่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย ร่วมลงนามครั้งใหม่จำนวน 5 ฉบับ กับกลุ่มโรงแรมและรีสอร์ทเครืออินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ลส์ กรุ๊ป (IHG) บริษัทชั้นนำระดับโลก เพื่อเสริมความเเข็งเเกร่ง เเละเตรียมความพร้อม รับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ช่วงปลายปี

shutterstock 1978581155

สำหรับข้อตกลงด้านอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว ครอบคลุมโครงการพัฒนาโรงเเรมหรู ที่เพิ่งสร้างใหม่แห่งเเรก ในเยาวราช อย่าง โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล แบงค็อก ไชน่าทาวน์ (โครงการเวิ้งนครเกษม) และอีกสองโครงการในเยาวราช และพัทยา ซึ่งมีห้องพักรวม 629 ห้อง รวมทั้งอีก 2 โรงแรม ภายใต้แบรนด์คิมป์ตัน

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) (AWC) กล่าวว่า AWC ยังมีความเชื่อมั่นว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย จะมีอนาคตที่สดใสในระยะยาว จึงเดินหน้าวางกลยุทธ์การลงทุนอย่างต่อเนื่อง

การขยายความร่วมมือกับกลุ่ม IHG ครั้งนี้ เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับพอร์ตโฟลิโอ ให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ ในวงกว้างมากขึ้น พร้อมช่วยเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวของประเทศไทย ในการขยายฐานลูกค้าไปยัง กลุ่มระดับกลางถึงระดับสูง ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตในอนาคตอันใกล้ โดยมุ่งกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ที่ให้ความสำคัญกับ มาตรฐานการบริการระดับสากล”

ทั้งนี้ AWC เชื่อมั่นว่า การผสานพลังกับพันธมิตรระดับโลก อย่างกลุ่มโรงแรมและรีสอร์ท เครืออินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ลส์ กรุ๊ป (IHG) จะทำให้ สามารถเดินหน้าร่วมกันยกระดับมาตรฐาน ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง เพิ่มความแข็งแกร่งในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก มาชื่นชมโครงการคุณภาพของประเทศไทย

สำหรับ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล แบงค็อก ไชน่าทาวน์ (โครงการเวิ้งนครเกษม) มีกำหนดเปิดตัวในปี 2569 จะเป็นโรงเเรมหรู มีห้องพักจำนวน 332 ห้อง ห้องอาหาร 3 แห่ง บาร์ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส รวมทั้งพื้นที่จัดการประชุม 8 ห้อง บนพื้นที่รวมกว่า 1,382 ตารางเมตร ตั้งอยู่ในโครงการมิกซ์ยูส ถือเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ ในเวิ้งนครเกษม ย่านประวัติศาสตร์เมืองเก่าของชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีน

นอกจากนี้ ในโครงการดังกล่าว จะมีโรงเเรมบูทีค ซึ่งปรับโฉมพื้นที่ จากอาคารพาณิชย์สี่ชั้นแบบดั้งเดิม เป็นโรงแรมขนาด 63 ห้องพัก พร้อมร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ และห้องพักระยะยาวแบบมีเซอร์วิส จำนวน 105 ห้อง ภายใต้แบรนด์ อินเตอร์คอนดิเนนตัล เรสซิเดนซ์ รวมถึงพื้นที่รีเทล และร้านค้าปลีก 1 แห่ง ซึ่งจะเป็นร้านค้าปลีกใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ เพื่อให้กลายเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ในย่านเยาวราช ที่น่าจับตามอง

17CD5933 0EB7 46D3 B03E 011B5FF9FA05

ขณะเดียวกัน สัญญาดังกล่าว ยังรวมถึงโรงแรมอีกหนึ่งแห่งในพื้นที่พัทยา ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาและมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2566 ตั้งอยู่ในย่านเอเชียทีค ซึ่งเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์แห่งแรกของพัทยา อันประกอบด้วยโรงแรม ร้านค้าปลีกและร้านอาหาร และพื้นที่จัดการประชุม ด้วยห้องพักและห้องสวีท 224 ห้อง ห้องอาหาร 4 แห่ง บาร์บนชั้นดาดฟ้า สระว่ายน้ำ สปา และห้องประชุม 6 ห้องบนพื้นที่ใช้สอยกว่า 670 ตารางเมตร

โครงการเหล่านี้ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ในฐานะจุดหมายปลายทาง ด้านการท่องเที่ยว ตลอดจนส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย รองรับทั้งนักธุรกิจ และนักเดินทางเพื่อการพักผ่อน

“การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ จะส่งผลให้ AWC มีห้องพักเพื่อให้บริการ เพิ่มขึ้นถึง 1,109 ห้อง จากเดิม 9,027, ห้องที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งสิ้น 10,136 ห้องพัก”นางวัลลภา กล่าว

ด้าน เซเรน่า ลิม รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี กลุ่มอินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ลส์ กรุ๊ป (IHG) กล่าวว่า อินเตอร์คอนติเนนตัล แบงค็อก ไชน่าทาวน์ จะเป็นโรงแรมในเครืออินเตอร์คอนติเนนตัลแห่งที่สามของเรา ในกรุงเทพฯ และเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับเวิ้งนครเกษม หนึ่งในย่านเก่าแก่ที่สุดในเมือง ในขณะเดียวกันเรากำลังหารือร่วมกับ AWC เกี่ยวกับโรงแรมอีกสองแห่งในข้อตกลงของเรา ในพื้นที่กรุงเทพฯ และพัทยา

ทั้งนี้ IHG วางแผนที่จะเพิ่มพอร์ตโฟลิโอในประเทศไทย เป็นสองเท่าภายใน 3-5 ปีข้างหน้า และการลงนามร่วมกันครั้งนี้ แสดงถึงทิศทางการเติบโตที่แข็งแกร่งของ IHG ในประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทำให้แบรนด์ในเครือ IHG เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากขึ้นในประเทศไทย

ข้อตกลงในครั้งนี้ ยังถือเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมืออันยาวนานระหว่าง AWC และ IHG เพื่อบริหารจัดการห้องพักมากกว่า 1,200 ห้องทั่วประเทศไทย รวมถึงโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง 306 ห้องที่จะเปิดให้บริการในปี 2565

“ประเทศไทย ยังคงเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งสำหรับ IHG โดยมีโรงแรม 32 แห่งจาก 8 แบรนด์ในประเทศ และอีก 33 แห่งที่อยู่ระหว่างดำเนินการ การเซ็นสัญญาครั้งใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายของบริษัท ที่จะขยายพอร์ตโฟลิโอสินค้าลักชัวรีและไลฟ์สไตล์ ในประเทศไทย ให้เติบโต 50% รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ในทุกแบรนด์ในเครือ ภายในประเทศ”เซเรน่า ลิม กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม