Business

ชาวไร่รอรับเงิน ส่วนต่างมันสำปะหลัง งวดที่ 7 เคาะจ่ายชดเชยสูงสุด 10,000 บาท


ส่วนต่างมันสำปะหลัง งวดที่ 7 พาณิชย์ เคาะจ่ายชดเชย โครงการประกันรายได้เกษตรกร ผู้ปลูกมันสำปะหลัง กิโลกรัมละ 10 สตางค์ รับสูงสุด 10,000 บาท

นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดี กรมการค้าภายใน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เปิดเผยว่า วันที่ 27 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบการกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง และการชดเชยส่วนต่างราคา ให้กับเกษตรกร ผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2563/64 หรือ ส่วนต่างมันสำปะหลัง งวดที่ 7

ส่วนต่างมันสำปะหลัง งวดที่ 7

ทั้งนี้ จะชดเชยส่วนต่าง ให้กับเกษตรกร ที่ขึ้นทะเบียนกับ กรมส่งเสริมการเกษตร และระบุวันเพาะปลูก ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 โดยระบุวันคาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่ 1-31 พฤษภาคม 2564 และมีระยะเวลาเก็บเกี่ยวนับจากวันที่เพาะปลูกไม่น้อยกว่า 8 เดือน

สำหรับราคาตลาดหัวมันสำปะหลังสดเชื้อแป้ง 25% เฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 2.40 บาท จ่ายชดเชยให้กับเกษตรกรในราคากิโลกรัม ละ 0.10 บาท ซึ่งเป็นส่วนต่างจากราคาเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ 2.50 บาทต่อกิโลกรัม

ในส่วนของราคาตลาด เพื่อใช้ในการคำนวณส่วนต่าง ได้นำราคาที่ซื้อขายจริงในตลาดจาก 5 แหล่งผลิต ได้แก่

  • กรมการค้าภายใน ราคาเฉลี่ยย้อนหลัง 30 วัน ในแหล่งผลิตสำคัญ 14 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา กำแพงเพชร ชัยภูมิ กาญจนบุรี อุบลราชธานี สระแก้ว นครสวรรค์ เลย กาฬสินธุ์ อุดรธานี บุรีรัมย์ ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา ลพบุรี
  • ราคาสมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย จาก 14 จังหวัด
  • ราคาสมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย ใน 10 เขตพื้นที่จำนวน 29 จังหวัด
  • ราคาสมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี
  • ราคาสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยนำมาถ่วงน้ำมันในอัตรา 25% , 25% , 25% , 10% และ 15% ตามลำดับ

มันสำปะหลัง

การจ่ายเงินส่วนต่าง จะจ่ายทุกวันที่ 1 ของเดือน เป็นเวลา 12 เดือน โดยได้จ่ายงวดแรกไปแล้วเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา  กิโลกรัมละ 0.26 บาท งวดที่ 2 กิโลกรัมละ 0.20 บาท งวดที่ 3 กิโลกรัมละ 0.28 บาท งวดที่ 4 กิโลกรัมละ 0.20 บาท งวดที่ 5 กิโลกรัมละ 0.17 บาท งวดที่ 6 กิโลกรัมละ 0.12 บาท ซึ่งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้จ่ายเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง โดยเกษตรกร 1 ครัวเรือน จะใช้สิทธิได้ 1 ครั้ง

นายวัฒนศักย์ กล่าวว่า การคำนวณผลผลิต ที่จะได้รับการชดเชย ได้ใช้ปริมาณผลผลิตต่อไร่ย้อนหลัง 3 ปี (ปี 2560/61 ปี 2561/62 และปี 2562/63) ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เท่ากับ 3,419 วัฒนศักย์/ไร่ คูณด้วยจำนวนไร่ตามที่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้ แต่ไม่เกินครัวเรือนละ 100 ตัน และในงวดที่ 7 นี้ เกษตรกรจะได้รับชดเชยสูงสุดอยู่ที่ 10,000 บาท

อ่านข่าวเพิ่มเติม