Business

กางกระเป๋ารอ! ‘บิ๊กตู่’ ลั่นเตรียม 3.8 แสนล้าน เยียวยา ผลกระทบจากโควิด

3.8 แสนล้าน เยียวยา นายกฯ ลั่นขอให้เชื่อมั่นรัฐบาลมีเงินเพียงพอ เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ เตรียมไว้แล้ว  3.8 แสนล้าน ฝ่ายเศรษฐกิจเตรียมโครงการอัดฉีดเงินใส่กระเป๋าผู้ได้รับผลกระทบ   

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงแผนบริหารสถานการณ์โควิด ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯ (ทรท.) ในเรื่องแผนบริหารสถานการณ์โควิด-19 การจัดหาวัคซีน และความพร้อมการดูแลรักษาผู้ป่วย เมื่อค่ำวานนี้ (23เม.ย.) นอกจากนี้ให้คำมั่นเกี่ยวกับวันซีนป้องกันโควิดแล้ว

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงมาตรการเยียวยา-ผลกระทบทางเศรษฐกิจ รัฐบาลได้เตรียมงบประมาณในการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจไว้อีกประมาณ 3.8 แสนล้านบาท โดยมาจาก พรก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ในส่วนของเงินกู้เพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 2.4 แสนล้านบาท  งบกลางปีงบประมาณ 2564 อีก 9.9 หมื่นล้านบาท และค่าใช้จ่ายบรรเทาโควิด-19 อีก 4 หมื่นล้านบาท

โดยฝ่ายเศรษฐกิจได้เตรียมโครงการที่จะช่วยเพิ่มเงินในกระเป๋า ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและการบริโภค รวมไปถึงโครงการที่จะก่อให้เกิดการลงทุน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น เพราะฉะนั้น ขอให้ทุกท่านเชื่อมั่นว่า รัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอที่จะใช้ในการช่วยเหลือเยียวยา รวมทั้งการฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาเจริญเติบโตให้ได้โดยเร็ว

3.8 แสนล้าน เยียวยา

 อย่างไรก็ตาม ในส่วนของความคืบหน้าของโครงการเราชนะ  ณ วันที่ 23 เมษายน 2564 ดังนี้

1. ประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.7 ล้านคน ได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 73,345 ล้านบาท
2. ประชาชนกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ .com   ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิ์ร่วมโครงการแล้ว จำนวน 16.8 ล้านคน และมีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 113,605 ล้านบาท และ
3. ประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว จำนวน 2.3 ล้านคน มียอดใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2564 เป็นต้นมา จำนวน 14,421 ล้านบาท ทำให้มีผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการฯ แล้ว รวมทั้งสิ้นจำนวน 32.8 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 201,371 ล้านบาท
ทั้งนี้เป็นการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบการร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ร้านค้าคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมเข้าร่วมโครงการฯ รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ จำนวนทั้งสิ้นมากกว่า 1.3 ล้านกิจการ

3.8 แสนล้าน เยียวยา   

อย่างไรก็ดี ที่ประชุม ครม. เมื่อเร็วๆนี้ เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยให้ขยายกลุ่มเป้าหมายจำนวน 33.5 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 2.4 ล้านคน จากเป้าหมายเดิมที่ 31.1 ล้านคน โดยใช้กรอบวงเงินไม่เกิน 213,242 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3,042 ล้านบาท พร้อมขยายระยะเวลาโครงการเราชนะ ให้ไปสิ้นสุดในสิ้นวันที่ 30  มิถุนายน 2564  จากเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกินวันที่ 31 พฤษภาคม 2564

คนละครึ่งเฟส 3 มาแน่

ขณะที่นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวก่อนหน้าหลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เรียกทีมเศรษฐกิจ หารือถึงมาตรการเยียวยาประชาชน ที่ได้รับผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 ว่า การระบาดโควิด-19 รอบนี้ ยังไม่ส่งผลกระทบกับความเชื่อมั่นในประเทศไทย และจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นจะค่อย ๆ ลดลงไป

3.8 แสนล้าน เยียวยา

คนละครึ่งเฟส 3 มาแน่

ส่วนมาตรการกระตุ้นการลงทุน จะออกมาเป็นแพ็กเกจประมาณเดือนพฤษภาคม และจะเริ่มมาตรการได้ในเดือนมิถุนายน อาทิ คนละครึ่งเฟส 3 เราเที่ยวด้วยกัน โดยจะเป็นมาตรการเดิมเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งให้กดยืนยันตัวตนรับสิทธิ์ได้ รวมถึงยังมีพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินสินเชื่อฟื้นฟูและพักทรัพย์พักหนี้ วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ ยังจะมีมาตรการใหม่เพื่อสนับสนุนให้คนมีเงินออมที่มีอยู่ 6 – 7 แสนล้านบาท ให้ออกมาใช้จ่าย อยู่ระหว่างกระทรวงการคลังคิดมาตรการ

“มาตรการที่ออกมาไม่ต้องแข่ง ให้คนที่เคยรับสิทธิ์มาตรการของรัฐบาลอยู่แล้วกดรับสิทธิ์ยืนยัน คนมีเงินก็จะได้ใช้เงินให้เต็มที่ด้วย จะได้ไม่ต้องไปแย่งโครงการคนละครึ่ง”

ส่วนเรื่องงบประมาณมีเพียงพอประมาณ 2 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับว่าจะเกิดการแพร่ระบาดจะมีรอบใหม่เกิดขึ้นอีกหรือไม่ แต่ถ้างบประมาณไม่พอ ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ก็ต้องเตรียม

ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight