Business

วงเงินรูดซื้อ 800 บาท ‘บัตรคนจน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ ตัดพรุ่งนี้ รีบใช้ให้หมดด่วน!


ในเดือนมีนาคม 2564 “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือที่เรียกกันติดปากว่า “บัตรคนจน” จะได้รับวงเงินรูดซื้อทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่

  1. วงเงินรูดซื้อตาม “สิทธิขั้นพื้นฐานของบัตรฯ” จำนวน 200 – 300 บาท
  2. วงเงินรูดซื้อเพิ่มเติมจาก “โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เฟสที่ 2” จำนวน 500 บาท
  3. วงเงินรูดซื้อเพิ่มเติมจาก โครงการเราชนะ675 – 700 บาท จำนวน 4 ครั้ง รวมเป็นเงิน 2,700 – 2,800 บาท

ทั้งนี้ บัตรคนจน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต้องใช้วงเงินรูดซื้อประเภทที่ 1 และ 2 รวม 700 – 800 บาทให้หมดภายในวันพรุ่งนี้ 31 มีนาคม 2564 เท่านั้น หลังจากนั้นวงเงินจะตัดทันที

800 บาท บัตรคนจน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

พรุ่งนี้ “บัตรคนจน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ตัดวงเงินรูดซื้อ 700 – 800 บาท

พรุ่งนี้ วันที่ 31 มีนาคม 2564 ผู้ถือบัตรคนจน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะสามารถใช้วงเงินรูดซื้อสินค้าตามปกติ 200 – 300  บาท และวงเงินซื้อสินค้าเพิ่มเติม 500 บาท รวมแล้ว 700 – 800 บาท ได้เป็นวันสุดท้าย เนื่องจากวงเงินทั้ง 2 ประเภทมีเงื่อนไขว่า ต้องใช้ให้หมดแบบเดือนต่อเดือนเท่านั้น

เพราะฉะนั้นผู้ถือ บัตรคนจน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต้องรูดใช้วงเงิน 700 – 800 บาท ให้หมดภายในวันพรุ่งนี้ 31 มีนาคม 2564 ถ้าหากวงเงินเหลือจะถูกตัดทันที ไม่สามารถเก็บสะสมไว้ได้

สำหรับรายละเอียดของวงเงินทั้ง 2 ประเภทเป็นดังนี้

1.วงเงินช่วยเหลือค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัสดุการเกษตร 200- 300 บาท ในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐและร้านค้าอื่น ๆ ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด

ผู้ถือ บัตรคนจน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับวงเงินรูดซื้อสินค้าดังกล่าวทุกคน เพราะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของบัตรฯ แต่ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้และต้องใช้ให้หมดเดือนต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งการจ่ายเงินจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มดังนี้

  • ผู้ถือบัตรฯ ที่มีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาทต่อปี ได้รับวงเงิน 300 บาทต่อคนต่อเดือน
  • ผู้ถือบัตรฯ ที่มีรายได้ระหว่าง 30,000-100,000 บาทต่อปี ได้รับวงเงิน 200 บาทต่อคนต่อเดือน

2.วงเงินช่วยเหลือค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัสดุการเกษตร “เพิ่มเติม” จำนวน 500 บาท

การเพิ่มวงเงินรูดซื้อสินค้าฯ 500 บาทดังกล่าว เป็นไปตาม “โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เฟสที่ 2” โดยจะเพิ่มวงเงินค่ารูดซื้อสินค้าให้แก่ผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน ทุกคนจำนวน 500 บาทต่อคน แต่ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้และต้องใช้ให้หมดแบบเดือนต่อเดือนเท่านั้น

บัตรคนจน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1

สำหรับผู้ถือบัตรฯ ที่ไม่มั่นใจว่า วงเงินรูดซื้อทั้ง 2 ประเภทคงเหลือเท่าไหร่ ก็จะสามารถโทรศัพท์ไปสอบถามที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เบอร์โทรศัพท์ 02 109 2345 ระหว่างเวลา 08.30-17.30 น. วันจันทร์-วันศุกร์

ผู้ถือบัตรฯ สามารถสอบถามวงเงินคงเหลือแต่ละประเภทจากเจ้าหน้าที่ได้อย่างชัดเจน ทั้งประเภทวงเงินรูดซื้อตามปกติ, วงเงินรูดซื้อเพิ่มเติม 500 บาท และวงเงินรูดซื้อเราชนะ ส่งผลให้ผู้ถือบัตรฯ จ่ายวงเงินรูดซื้อสินค้าได้อย่างถูกต้อง โดยต้องบอกร้านค้าให้คิดเงินจากวงเงินปกติ 200 – 300 บาท และวงเงินรูดซื้อเพิ่มเติม 500 บาทก่อน จากนั้นถ้าไม่พอ จึงค่อยใช้วงเงินรูดซื้อจากโครงการเราชนะ

 

วงเงิน “เราชนะ” ไม่ต้องรีบใช้! สะสมได้ถึงสิ้น พ.ค.

อย่างไรก็ตาม ผู้ถือ บัตรคน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ต้องรีบใช้วงเงินรูดซื้อจากโครงการเราชนะ เหมือนวงเงิน 2 ประเภทแรก เพราะวงเงินเราชนะสามารถสะสมไว้ใช้ได้ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ถ้าหากผู้ถือบัตรฯ บริหารดีๆ ก็จะช่วยลดภาระค่าครองชีพได้มากทีเดียว ซึ่งรายละเอียดโครงการเราชนะเป็นดังนี้

โครงการเราชนะ เป็นมาตรการเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโควิด – 19 ระลอกใหม่ของรัฐบาล ซึ่งจะจ่ายเงินเยียวยาให้ประชาชนที่มีสิทธิผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ แอปพลิเคชันเป๋าตัง, บัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน

เยียวยา เราชนะ บัตรคนจน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

สำหรับผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน จำนวนเกือบ 14 ล้านคนทั่วประเทศ จะได้รับวงเงินเยียวยาเราชนะแบบอัตโนมัติ ไม่ต้องลงทะเบียนแบบเติม โดยเราชนะจะโอนวงเงินเยียวยาเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน รวม 8 งวด งวดละ 675 – 700 บาท ตามเงื่อนไขดังนี้

  • กลุ่มที่ 1 ผู้มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี จะได้รับวงเงิน 675 บาทต่อคน
  • กลุ่มที่ 2 มีรายได้ระหว่าง 30,000-100,000 บาทต่อปี จะได้รับวงเงิน 700 บาทต่อคน

ปัจจุบันวงเงินเราชนะโอนครบทั้ง 8 งวดแล้ว โดยเงื่อนไขการใช้เงินคือ เราชนะไม่สามารถกดออกมาใช้เป็นเงินสดได้ แต่ผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน สามารถสะสมวงเงินดังกล่าวได้ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 และรูดใช้วงเงินดังกล่าวในร้านค้าหรือบริการที่เข้าร่วมโครงการ

อ่านข่าวเพิ่มเติม