Business

เบรกประมูล ‘รถไฟไทย-จีน’ ตามคำสั่งศาลฯ รอลุ้นผล! ‘นภา VS อิตาเลียนไทย’


รฟท. น้อมรับคำสั่งศาลฯ เบรกประมูล “รถไฟไทย-จีน” คู่ปรับ “นภา VS อิตาเลียนไทย” รอลุ้นผล! ใครจะคว้าสัญญา 3 – 1 มูลค่าหมื่นล้าน

จากกรณีที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โครงการก่อสร้างรถไฟไทย –จีน สัญญาที่ 3–1 งานโยธาสำหรับช่วงแก่งคอย – กลางดง และช่วงปางอโศก – บันไดม้า เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลฯ จะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่นนั้น

รถไฟไทย-จีน นภา อิตาเลียนไทย

วันนี้ (25 ก.พ.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ชี้แจงในประเด็นดังกล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน กรมบัญชีกลาง พิจารณาให้ บริษัท บีพีเอ็นพี จำกัด ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มบริษัท นภาก่อสร้าง และพันธมิตรจากประเทศมาเลเซีย มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในการเข้าร่วมประมูลโครงการดังกล่าว

ต่อมาทาง บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์เทน เอ็นจิเนียริ่ง กรุ๊ปจำกัด ซึ่งทำสัญญาร่วมค้าอันมีลักษณะเป็นกิจการร่วมค้ากับบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเม้นต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ภายใต้ชื่อ กิจการร่วมค้า ITD-CREC No.10 JV ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งของ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน กรมบัญชีกลาง

หลังจากได้พิจารณาแล้ว ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโครงการก่อสร้างรถไฟไทย-จีน สัญญาที่ 3-1 ไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น เนื่องจากเห็นว่าการทุเลาบังคับคดีในครั้งนี้ไม่เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐและไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการสาธารณะของการรถไฟฯ ซึ่งการรถไฟฯ รับปฏิบัติตามศาลปกครองกลาง จนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น

ย้อนรอย “รถไฟไทย-จีน” สัญญา 3–1 “นภา VS อิตาเลียนไทย”

การรถไฟฯ ได้เปิดประมูลโครงการรถไฟไทย-จีน สัญญาที่ 3-1 งานโยธาสำหรับ ช่วงแก่งคอย-กลางดง และ ช่วงปางอโศก–บันไดม้า ระยะทาง 30 กิโลเมตร ราคากลาง 11,386 ล้านบาท ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์

ผู้ชนะการประมูล คือ บริษัท ITD-CREC No.10JV ของกลุ่มอิตาเลียนไทย ที่เสนอราคา 9,349 ล้านบาท หรือต่ำกว่าราคากลาง 2,037 ล้านบาท

แต่บริษัท บีพีเอ็นพี จำกัด ของกลุ่มนภา ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่เข้าร่วมประมูลครั้งนี้ ได้ยื่นอุทธรณ์ผลการประมูลดังกล่าว เนื่องจากกลุ่มนภาฯ ยื่นข้อเสนอเข้าร่วมการประมูลด้วย แต่ตกรอบคุณสมบัติ เนื่องจากคณะกรรมการคัดเลือกฯ มองว่า เอกสารการจัดตั้งบริษัทใหม่เพื่อเข้าร่วมประมูลไม่ถูกต้อง

นอกจากนี้ กลุ่มนภาฯ เห็นว่า ข้อเสนอด้านราคาของกลุ่มตัวเอง ต่ำกว่าข้อเสนอของกลุ่มอิตาเลียนไทยซึ่งเป็นผู้ชนะ จึงได้ยื่นอุทธรณ์ผลการประมูลในครั้งนี้

การรถไฟฯ ได้ส่งคำอุทธรณ์ของกลุ่มนภาฯ ไปให้กรมบัญชีกลางพิจารณาตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 โดยคำตัดสินของกรมบัญชีกลางจะเป็นที่สิ้นสุด แต่หากกรมบัญชีกลางไม่รับฟังคำอุทธรณ์และผู้ร้องเรียนไม่เห็นด้วย ก็สามารถยื่นฟ้องร้องในชั้นศาลต่อได้

ต่อมาคณะกรรมการอุทธรณ์ฯ ของกรมบัญชีกลาง พิจารณาแล้วว่าคำอุทธรณ์ของกลุ่มนภาฯ ฟังขึ้น จึงส่งเรื่องมาให้การรถไฟฯ ดำเนินการ ทางกลุ่มอิตาเลียนไทยจึงไปฟ้องร้องศาลปกครอง และศาลฯ มีคำสั่งทุเลาการประมูล รถไฟไทย-จีน ดังกล่าวออกมา

shutterstock 1826476106

“รถไฟไทย-จีน” ยังห่างไกลคำว่าเปิดวิ่ง 

สำหรับโครงการ รถไฟไทย-จีน เฟสที่ 1 เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 252.3 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 179,413 ล้านบาท นับเป็นการเริ่มก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงสายแรกของประเทศไทย โดยเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2560 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในขณะนั้น ได้เป็นประธานในพิธีตักดินเริ่มก่อสร้าง

รัฐบาลได้มอบหมายให้กรมทางหลวง (ทล.) ก่อสร้างทางรถไฟไทย-จีน ระยะทาง 3.5 กิโลเมตรแรก ช่วงกลางดง-ปางอโศก จำนวน 1 สัญญา แต่การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงที่มีระยะทางเพียง 3.5 กิโลเมตรนี้ กลับมีปัญหาความล่าช้าอย่างมาก เนื่องจากติดปัญหาเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณของทางราชการ รวมถึงการปรับกระบวนการทำงานให้เข้ากับเทคนิคก่อสร้างและมาตรฐานของประเทศจีน โดยเพิ่งมาแล้วเสร็จ 100% เมื่อเดือนกันยายน 2563

ส่วนการก่อสร้างรถไฟไทย-จีน ระยะทาง 250 กิโลเมตรที่เหลือ รัฐบาลได้เปิดให้ผู้รับเหมาเอกชนเข้าประมูลก่อสร้างเป็นการทั่วไปจำนวน 13 สัญญา ที่ผ่านมามีการลงนามสัญญาไปแล้ว 6 สัญญา ดังนั้นจึงเหลืออีก 7 สัญญาที่ยังไม่ได้ลงนาม

โดยคาดว่า การเปิดให้บริการ รถไฟไทย-จีน ต้องเลื่อนออกไปเป็นปี 2568 จากกำหนดแรกเริ่มที่คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงปี 2565-2566

อ่านข่าวเพิ่มเติม