Business

กขค.โชว์ผลงานชิ้นโบว์แดง ซีพีควบรวมโลตัส-ไกด์ไลน์ฟู้ดเดลิเวอรี่


กขค.โชว์ผลงานชิ้นโบว์แดง ปี 63 ไฟเขียวซีพีควบรวมเทสโก้โลตัส คลอดไกด์ไลน์รับซื้อผลไม้-ฟู้ด เดลิเวอรี่ เปิดแผนปีนี้ เตรียมคลอดไกด์ไลน์สินเชื่อการค้า

นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ กรรมการการแข่งขันทางการค้า และโฆษกคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เปิดเผยว่า กขค.โชว์ผลงานชิ้นโบว์แดง ในปี 2563 โดยพิจารณาการควบรวมธุรกิจ ที่อาจก่อให้เกิดการผูกขาด หรือเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาด โดยอนุญาตให้มีการควบรวมกิจการ 3 ราย ได้แก่

กขค.โชว์ผลงานชิ้นโบว์แดง

1. การควบรวมธุรกิจตลาดค้าปลีกกลุ่มบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ กับบริษัท เทสโก้สโตร์ (ประเทศไทย) จำกัด โดย กขค.เสียงข้างมากอนุญาตแบบมีเงื่อนไข

2. การควมรวมธุรกิจตลาดผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ เป็นการควบรวมแบบไม่มีเงื่อนไข

3. การควบรวมธุรกิจตลาดรถบรรทุกขนาดใหญ่ และขนาดกลาง แบบไม่มีเงื่อนไข

นอกจากนี้ กขค. ได้จัดทำแนวปฏิบัติการค้าที่ไม่เป็นธรรม หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ไกด์ไลน์ เพื่อเป็นการป้องปราม และสร้างมาตรฐานทางการค้าให้มีธรรมาภิบาล โดยได้จัดทำไกด์ไลน์จนสำเร็จ และมีผลบังคับใช้แล้ว 2 ฉบับ ได้แก่

  • ไกด์ไลน์ธุรกิจการรับซื้อผลไม้ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรซึ่งมีอำนาจต่อรองน้อยกว่า ให้สามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรม
  • ไกด์ไลน์ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการรับและส่งอาหาร ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ กับผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร หรือไกด์ไลน์ ฟู้ด เดลิเวอรี่ เพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการร้านอาหาร ที่เข้าร่วมกับแพลตฟอร์มรับ-ส่งอาหารดังกล่าว ให้ได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น

เทสโก้โลตัส

ส่วนงานด้านการกำกับดูแล ให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย มีการพิจารณา เรื่องร้องเรียน จำนวนมากถึง 41 เรื่อง เป็นเรื่องที่คงค้างจากปี 2561 จำนวน 4 เรื่อง และคงค้างจากปี 2562 จำนวน 8 เรื่อง พิจารณาเสร็จแล้ว 23 เรื่อง

จาก เรื่องร้องเรียน ดังกล่าว กขค. พิจารณาว่า มีความผิดและลงโทษปรับทางปกครองจำนวน 3 เรื่อง ได้แก่ กรณีผู้ประกอบธุรกิจศูนย์การค้า กีดกันการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า ของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์, กรณีบริษัทธุรกิจท่าข้าม กำหนดเงื่อนไขอันส่งผลเสียหายกับบริษัทขนถ่ายสินค้า และกรณีบริษัทผู้ประกอบการธุรกิจจำหน่ายรถแทรกเตอร์ มีพฤติกรรมทางการค้า ที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้แทนจำหน่าย

นอกจากนี้ เรื่องร้องเรียน ที่เหลือ ได้ส่งให้อัยการยุติเรื่อง 20 เรื่อง และสอบสวนเพิ่มเติม 18 เรื่อง ซึ่งคาดว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จภายในปี 2564 โดยประเภทธุรกิจที่มีการร้องเรียนมากที่สุด 2 อันดับ ได้แก่ ธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจขนส่งพัสดุ ตามด้วยธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม และธุรกิจการเกษตร

สำหรับความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กขค. ได้เดินหน้าสร้างความร่วมมือ กับหน่วยงานทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยในประเทศ มีการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ กสทช. ด้านการกำกับดูแลแข่งขันทางการค้า ในธุรกิจเกี่ยวกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

พร้อมกันนี้ ได้ยังจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ด้านการแข่งขันทางการค้า กับสถาบันการศึกษา 13 แห่ง เพื่อสร้างความร่วมมือในการศึกษา และพัฒนาความรู้เกี่ยวกับการแข่งขันทางการค้า ให้เยาวชนรุ่นใหม่ มีพื้นฐานความรู้ เรื่องกฎหมายแข่งขันทางการค้า

ด้านความร่วมมือกับต่างประเทศ ได้จัดทำโครงการความร่วมมือ ด้านนโยบาย และกฎหมายการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศ เช่น โครงการความร่วมมือระหว่างโออีซีดี และอาเซียน ด้านการประเมินการแข่งขันทางการค้า โดยได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากรัฐบาลแห่งสหราชอาณาจักร มีวัตถุประสงค์เพื่อการปฏิรูปกฎระเบียบ และนโยบายด้านโลจิสติกส์ให้ส่งเสริมการแข่งขัน โครงการความร่วมมือทางเทคนิคกับมูลนิธิเอเชีย และองค์กรกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าออสเตรเลีย เพื่อให้การช่วยเหลือด้านเทคนิคในการกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าและจัดทำตัวชี้วัดการแข่งขันทางการค้าระดับจังหวัด

ขณะที่ในปี 2564 กำลังอยู่ระหว่างการจัดทำ ร่างแนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรม เกี่ยวกับระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า (Credit Term) สำหรับผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เพื่อช่วยเหลือให้ผู้ประกอบธุรกิจ ให้มีสภาพคล่องในการหมุนเวียนกระแสเงินสด (Cash Flow) และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการดำเนินธุรกิจ

“สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) ได้รับมอบหมายจากศูนย์บริการสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) ให้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าว โดยอาศัยอำนาจตามพ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560″นายสันติชัย กล่าว

ล่าสุด คณะอนุกรรมการพิจารณากำหนดมาตรฐานระยะเวลาการให้สินเชื่อ (Credit Term) สำหรับธุรกิจ SMEs ได้มีการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ค้าปลีกไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย

ทั้งนี้ คาดว่า ร่างดังกล่าว จะนำเสนอให้ กขค. พิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนเปิดให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ความเห็นต่อร่าง (Public Hearing) ผ่านช่องทางต่างๆ ภายในเดือน ก.พ. 2564 และหลังจากนั้น จะได้มีการประกาศใช้ต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม