Business

ไม่ไหวแล้ว! ‘ไทยแอร์เอเชีย’ ขอให้พนักงานลาหยุดต่อไม่รับเงินเดือน

“ไทยแอร์เอเชีย” ขยายเวลาให้พนักงานลาหยุดโดยไม่รับเงินเดือน ต่ออีก 4 เดือน เหลือพนักงานปฏิบัติงานเพียง  25%  เพื่อให้องค์กรอยู่รอด 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV เจ้าของสายการบิน ไทยแอร์ เอเชีย แจ้งว่า เมื่อเร็วๆนี้ มีมติให้บริษัทดำเนินมาตรการปรับลดค่าใช้จ่ายองค์กรอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลกระทบทำให้ความต้องการเดินทางลดลง  มีมติให้บริษัทขอความร่วมมือให้พนักงาน เข้าร่วมโครงการหยุดงานโดยไม่รับค่าจ้าง (Leave Without pay) เป็นระยะเวลา 4 เดือน คือตั้งแต่ ก.พ. – พ.ค. 2564

โดยจะแบ่งพนักงานออกเป็น 2 ส่วน

1. กลุ่มที่เข้าโครงการต่อเนื่องจากช่วงปลายปี 2563 ที่ผ่านมา  เดิมจะสิ้นสุดเดือนมี.ค.นี้ และให้ต่อไปจนถึงเดือนพ.ค. 2564

2. กลุ่มพนักงานที่ปัจจุบันยังทำงานอยู่ ให้หัวหน้างานคัดเลือกพนักงานให้หยุดงานโดยไม่รับค่าจ้าง เป็นระยะเวลา 4 เดือน โดยให้เริ่มตั้งแต่เดือนก.พ.นี้ เป็นต้นไป

แอร์เอเชีย

หากบริษัทดำเนินการตามแผนดังกล่าว จะส่งผลให้สายการบินมีจำนวนพนักงานที่ปฏิบัติงานเหลือเพียง 25% ของทั้งบริษัท  มาตรการขอความร่วมมือให้มีการหยุดงานโดยไม่รับค่าจ้างนั้น เป็นมาตรการที่สายการบิน ต้องการที่จะรักษาพนักงานและองค์กรไว้ให้สามารถเดินต่อไปได้ในช่วงวิกฤติ โดยไม่ต้องมีการปลดพนักงาน

ทั้งนี้ เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ผู้ถือหุ้นใหญ่ ไทยแอร์เอเชีย แจ้งผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2563 มีรายได้รวม 2,403.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาสที่ 2 หรือลดลง 75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการปรับปริมาณที่นั่งให้สอดคล้องกับความต้องการเดินทาง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงกว่า 50% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนจากการควบคุมค่าใช้จ่ายเข้มงวด

อย่างไรก็ตาม มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ตามการเปลี่ยนแปลงของหนี้สินที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ส่งผลให้ในไตรมาส 3 ปี 2563 มีการขาดทุนอยู่ที่ 1,836.8 ล้านบาท ขณะที่ขาดทุนขั้นต้นของไตรมาสนี้ ฟื้นตัวจากไตรมาสที่แล้ว หนุนจากปริมาณที่นั่งภายในประเทศที่กลับมาให้บริการเกือบจะเท่าก่อนการเเพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) และจากการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ส่งผลให้สามารถขนส่งผู้โดยสารได้มากกว่า 1.86 ล้านคน โดยมีอัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสารอยู่ที่ 65 % พร้อมทั้งเปิดฐานปฏิบัติการบินใหม่ที่ “ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ” เมื่อเดือนก.ย.2563  สร้างโอกาสขยายฐานลูกค้า รวมถึงการให้บริการขนส่งสินค้า

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight