ดูหนังออนไลน์
Business

ประกันรายได้เกษตรกรปีที่ 2 มาแน่ ‘พาณิชย์’ เปิด 14 ภารกิจ ช่วยฝ่าโควิด-19

ประกันรายได้เกษตรกรปีที่ 2 หนึ่งใน 14 ภารกิจ กระทรวงพาณิชย์ ช่วยประชาชน ฝ่าโควิด-19 พลิกกลยุทธ์การค้าและเจรจาออนไลน์ ชูยุทธศาสตร์ 5 ปี นำรายได้เข้าประเทศ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ประกันรายได้เกษตรกรปีที่ 2 เป็นหนึ่งใน 14 ภารกิจของ กระทรวงพาณิชย์ ในปี 2564 ที่วางแผนงานจะเดินหน้าเฉพาะในเรื่องสำคัญ ประกอบด้วยแผนงานต่อเนื่องจากปีที่แล้ว และแผนงานที่เริ่มต้นใหม่ในปี 2564

ประกันรายได้เกษตรกรปีที่ 2

ทั้งนี้ ได้แบ่งแนวทางการทำงาน ออกเป็น 3 ส่วน  ได้แก่ 1. การเดินหน้าใช้ยุทธศาสตร์ “ตลาดนำการผลิต” 2. การเร่งรัดการนำรายได้เข้าประเทศ มุ่งเน้นการให้ความสำคัญกับภาคบริการควบคู่กันไปด้วย และ 3. มุ่งเน้นการทำงานกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชนในรูปของกลไก กรอ.พาณิชย์

สำหรับ 14 ภารกิจในปีนี้ ประกอบด้วย

1. เดินหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกร ปีที่ 2

2. โครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน ลงลึกระดับตำบล

3. เกษตรผลิตพาณิชย์ตลาด โดยใช้ยุทธศาสตร์ “ตลาดนำการผลิต”

4. แผนงานอาหารไทยอาหารโลก และมุ่งเน้นการส่งออกอาหารฮาลาล อาหารมังสวิรัติ และอาหารแนวใหม่ ที่กำลังเป็นเทรนด์สำคัญของโลก

5. ให้ความสำคัญ กระตุ้นทุกภาคส่วน ให้ใช้ระบบการค้าออนไลน์มากขึ้น ขึ้นแพลตฟอร์ม และสร้างแพลตฟอร์มกลาง เช่น สร้างทีมเซลล์แมนจังหวัด ให้เป็นเซลล์แมนแม่ไก่ ในการเผยแพร่ความรู้ เรื่องการค้าออนไลน์ ให้กับผู้ผลิต และภาคเศรษฐกิจฐานราก ในจังหวัด เป็นต้น

จุรินทร์
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

6. พัฒนาศักยภาพทางการตลาด ให้กับภาคบริการ ทั้งกับผู้ค้าปลีก ค้าส่ง สมาร์ทโชห่วย กลุ่มโลจิสติกส์ กลุ่ม wellness กลุ่มดิจิทัลคอนเทนท์ กลุ่มร้านอาหาร กลุ่มบริการการพิมพ์ เน้นการทำฐานข้อมูลภาคบริการ ช่วยแก้ปัญหา และเพิ่มช่องทางการตลาดให้ภาคบริการ

7. พัฒนาศักยภาพทางการตลาด ให้กับภาคการผลิตฐานราก ทั้ง SME และ Micro SME อบรมให้ความรู้หาตลาดและเปิดโอกาสทั้งในประเทศและต่างประเทศ นำ เทคโนโลยีบล็อกเชน มาใช้ในการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่าย ในตลาดที่กว้างขึ้นต่อไปในอนาคต

8. เร่งรัดการส่งออกในยุค New Normal โดยการใช้นวัตกรรมใหม่ทางการตลาด ของกระทรวงพาณิชย์ ใช้แพลตฟอร์มที่มีศักยภาพทั้งของไทย และแพลตฟอร์มระดับโลกเป็นช่องทาง เน้นการจัดเอ็กซิบิชั่น ในรูปแบบไฮบริดและ Mirror Mirror และอื่น ๆ เข้าไปช่วยแก้ปัญหาเรื่องการส่งออกที่จะต้องพัฒนายุคโควิด

9. เดินหน้าการค้าชายแดน และการค้าข้ามแดนเชิงรุก ฝ่าวิกฤตโควิด ด่านที่เปิดอยู่แล้วนั้นถ้าไม่จำเป็นจะไม่ปิด และทันทีที่สถานการณ์โควิดดีขึ้น จะเปิดด่านโดยเร็วที่สุด

export land bridge ๒๐๐๙๒๗ 0

10. เร่งรัดการเจรจาการค้าเพื่อขยายการค้าของไทย ไปยังตลาดโลกในทุกรูปแบบ โดยการเจรจา FTA โดยจะเร่งรัดการให้สัตยาบัน RCEP เพื่อให้มีผลบังคับใช้ได้ภายในกลางปีนี้ และเริ่มเปิดเจรจา FTA กับ 5 กลุ่มประเทศสำคัญ เช่น EU UK EFTA สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย อาเซียน-แคนนาดา และอื่นๆ

นอกจากนี้ จะเร่งรัดนโยบายใหม่ การลงนาม Mini FTA และจัดตั้งกองทุน FTA เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม สร้างระบบจับตามองสำหรับเป็นประโยชน์กับผู้ส่งออกและผู้นำเข้าของไทย

11. ด้านทรัพย์สินทางปัญญ เร่งรัดการจดทะเบียน GI สำหรับสินค้าที่มีศักยภาพของไทย ในพื้นถิ่นภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยสิ้นปี 63 สามารถจดทะเบียน GI ได้ 134 รายการ ครบทุกจังหวัด ยกเว้นจังหวัดอ่างทอง ที่กำลังเร่งรัดอยู่ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าในภาพรวมทั้งปี ถ้าไม่มีจะมีมูลค่าสินค้า 20,000 ล้านบาท เมื่อมี GI สามารถเพิ่มมูลค่าได้เป็น 36,000 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นถึง 16,000 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ จะสร้างความตระหนักรู้ในเรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญา และให้ประชาชน เห็นความสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญามากขึ้นเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และจะสร้างระบบเตือนในเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญา early warning เพื่อให้ภาคการผลิตของไทยได้เตรียมการ สำหรับการผลิตสินค้า ที่เป็นที่ต้องการของคนไทย

เมื่อสินค้าเหล่านั้นหมดสิทธิบัตรแล้ว และลดเวลาการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาให้สั้นลงให้เร็วขึ้น และให้ความคุ้มครองเชิงรุกกับทรัพย์สินทางปัญญาของไทยในต่างประเทศที่ถูกละเมิด และเริ่มต้นไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางทรัพย์สินทางปัญญาออนไลน์ในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ให้การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่ค้าขายอยู่บนแพลตฟอร์มต่างๆ

12. แผนการให้บริการภาคธุรกิจ และประชาชนรวดเร็วเชิงรุก มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวก และความรวดเร็วในการให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ สนองนโยบาย E-Government ของรัฐบาล และเพิ่มช่องทางการร้องเรียนผ่านสายด่วน 1569 ให้สามารถเพิ่มช่องทางร้องเรียนผ่านไลน์ เป็นต้น

13. ร่วมงานกับทุกภาคส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนในรูป กรอ.พาณิชย์ เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์การค้าไทย 5 ปี เป็นครั้งแรกของประเทศ เพื่อนำมาใช้เป็นแผนยุทธศาสตร์แม่บทเพิ่มมูลค่าการค้าทั้งภายในและระหว่างประเทศในปี 64-68

14. เดินหน้าให้บริการประชาชนแบบ One Stop Service ให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียวโดยมีบริการทั้งหมดรวมกัน 85 บริการ

อ่านข่าวเพิ่มเติม