Business

เปิดข้อปฏิบัติโรงงาน 49,391 โรงใน 28 จังหวัดพื้นที่เสี่ยงสูงสุด เฝ้าระวังโควิด


เปิดข้อปฏิบัติโรงงาน 49,391 โรง ใน 28 จังหวัด พื้นที่เสี่ยงสูงสุด “สุริยะ” เข้มสถานประกอบการ ป้องกันเฝ้าระวังโควิด–19 สั่งก.อุตฯ เหลื่อมเวลาทำงาน ปฏิบัติงานที่บ้าน

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากการแพร่ระบาดระลอกใหม่ ของไวรัสโควิด-19 กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้ง เปิดข้อปฏิบัติโรงงาน 49,391 โรงงาน ใน 28 จังหวัด พื้นที่เสี่ยงสูงสุด เพื่อลดการแพร่กระจาย และไม่ให้ติดต่อไปยังบุคคลอื่นที่อยู่ในหรือนอกโรงงาน โดยในพื้น 28 จังหวัด มีสถานประกอบการ 49,391 โรงงาน จำนวนคนงานกว่า 3 ล้านคน

เปิดข้อปฏิบัติโรงงาน

ทั้งนี้ ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ในพื้นที่เสี่ยงสูงสุด พิจารณาดำเนินการ ดังนี้

1. ปรับเวลาการปฏิบัติงานของคนงาน เพื่อลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของ COVID-19

2. คัดกรองพนักงานทุกคน (ตรวจวัดอุณหภูมิ / ตรวจสอบประวัติการเดินทาง)

3. สุ่มตรวจหาเชื้อโควิดในพนักงาน

4. เตรียมสถานที่กักตัวผู้ที่ติดเชื้อ

5. ประชาสัมพันธ์แนวทางป้องกันโควิด DMHTT (Distancing / Mask Wearing / Hand Washing / Testing / Thai Cha Na)

6. ใช้แอปพลิเคชัน หมอชนะในการ Monitor ความเสี่ยงจากการติดเชื้อ

โรงงาน

นอกจากนี้ ยังให้ผู้ประกอบกิจการโรงงาน ติดตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือติดการแถลงข่าวของรัฐบาล เพื่อปฏิบัติตามอย่างใกล้ชิด

สำหรับการระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่แพร่กระจายออกเป็นวงกว้างกระจายในหลายเขตพื้นที่ และรัฐบาลมีความจำเป็นที่ต้องกำหนดและบังคับใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อเข้าแก้ไข และระงับยับยั้ง สถานการณ์ดังกล่าว ด้วยมาตรการทางกฎหมาย และการขอความร่วมมือ ทั้งผู้ประกอบการเอกชน และประชาชน อย่างเข้มข้น เพื่อสนับสนุนมาตรการที่รัฐบาลออกมาเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ขณะที่ ผู้ประกอบการที่ กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ขอความร่วมมือ เช่น โรงงานอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน ทั้งที่อยู่ใน หรือนอกนิคมอุตสาหกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้ประกอบการวัตถุอันตราย ตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย ผู้ประกอบการตามกฎหมาย ว่าด้วยการจดทะเบียนเครื่องจักร ผู้ประกอบการตามกฎหมาย ว่าด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม รวมทั้งเหมืองแร่ตามกฎหมายว่าด้วยแร่

ในส่วนของ 28 จังหวัด ที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กาญจนบุรี จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชุมพร ชลบุรี ตราด ตาก นครนายก นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี ราชบุรี ระนอง ระยอง ลพบุรี สิงห์บุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สุพรรณบุรี สระแก้ว สระบุรี อ่างทอง เป็นต้น

บุคลากร

ขณะเดียวกัน ในส่วนของบุคลากรข้าราชการ ของกระทรวงอุตสาหกรรม ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติงาน ดังนี้

1. ปรับเวลาการปฏิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่ โดยการเหลื่อมเวลาเข้าปฏิบัติการ เพื่อลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของ COVID-19

2. Work From Home ร้อยละ 50 ของบุคลากร โดยพิจารณาให้ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่แต่ละส่วนงาน ขยับเวลาการทำงาน เพื่อลดจำนวนผู้ปฏิบัติงานและปริมาณการเดินทาง ลดความแออัดในการใช้สถานที่ด้วยการปฏิบัติงานที่บ้าน เพื่อความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาปรับใช้กับการทำงาน อาทิ การประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ วิดีโอคอล แอปพลิเคชันไลน์ หรืออีเมล์มาเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงาน เพื่อไม่ให้มีข้อติดขัด หรือเกิดปัญหากับการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชน

ทั้งนี้ แม้ว่าจะปรับมาตรการในการทำงาน แต่ภารกิจในการขับเคลื่อนงานของกระทรวงฯ ก็ยังจะสามารถรักษาประสิทธิภาพการทำงานให้มีความต่อเนื่อง และมุ่งหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด – 19 อย่างได้ผล

3. คัดกรองเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติงานในกระทรวงอุตสาหกรรม (ตรวจวัดอุณหภูมิ)

4. ประชาสัมพันธ์แนวทางป้องกันโควิด DMHTT (Distancing / Mask Wearing / Hand Washing / Testing / Thai Cha Na)

5. รณรงค์ให้ใช้ Application หมอชนะในการ Monitor ความเสี่ยงจากการติดเชื้อ

“จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 2 ของไทย ทำให้เกิดผลกระทบต่อทุกภาคส่วน กระทรวงอุตสาหกรรมตระหนักถึงความจำเป็นต่อป้องกันและการเฝ้าระวังการระบาดของโรคโควิด-19 จึงมีการออกประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรม และหนังสือขอความร่วมมือสถานประกอบการในพื้นที่เสี่ยงสูงสุด และบุคลากรของกระทรวงอุตสาหกรรมทั่วประเทศให้ปฏิบัติตามแนวป้องกันและควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19″นายสุริยะ กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม