Business

คาดทั่วโลกเปิด ‘เที่ยวบินระหว่างประเทศ’ ไตรมาส 4 ปีหน้า ‘ทอท.’ เตรียมแผนรองรับ


คาดทั่วโลกเปิดน่านฟ้า “เที่ยวบินระหว่างประเทศ” ไตรมาส 4 ปีหน้า “ทอท.” หารือพันธมิตร เตรียมแผนการตลาดระยะสั้นพร้อมรองรับ

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน – 4 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ได้จัดผู้แทนจากฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาดเข้าร่วมการประชุม “The Routes Reconnected” ผ่านระบบออนไลน์ (Online meeting) เพื่อเข้าร่วมเจรจาธุรกิจกับสายการบินและท่าอากาศยานเป้าหมาย จำนวนกว่า 20 องค์กร เช่น สนามบิน Cam Ranh สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม, สายการบิน Air New Zealand, สายการบิน Jetstar Airways เป็นต้น

เที่ยวบินระหว่างประเทศ ทอท.

จากการประชุมฯ พบว่า ภาพรวมของตลาดด้านการบิน ณ ปัจจุบัน ดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน คือ ตลาดการบินภายในประเทศเริ่มกลับมาทำการบินประมาณ 80% ในส่วนของตลาดการบินระหว่างประเทศ บางประเทศในแถบยุโรป ได้เริ่มเปิดประเทศมากขึ้น ทำให้สายการบินเพิ่มจำนวนความถี่ของเที่ยวบินเพิ่มมากขึ้น โดยขึ้นอยู่กับนโยบายการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของแต่ละประเทศ

สำหรับประเทศในแถบเอเชีย ส่วนใหญ่ยังไม่อนุญาตให้เที่ยวบินระหว่างประเทศในรูปแบบเที่ยวบินพาณิชย์ (Commercial Flight) ทำการบินเข้า-ออกได้ ทำให้สายการบินและท่าอากาศยานต้องทำการตลาดในรูปแบบใหม่เพื่อสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น เช่น ตลาดด้านการขนส่งสินค้าไปรษณียภัณฑ์ทางอากาศ (Cargo) และเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight) เป็นต้น

นอกจากนี้ ข้อมูลจากหน่วยงานด้านการบินระหว่างประเทศระบุว่า สายการบินและท่าอากาศยานได้คาดการณ์การกลับมาทำการบิน เที่ยวบินระหว่างประเทศ ได้อีกครั้งในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2564 ซึ่ง ทอท. ได้นำข้อมูล และผลการพบปะเจรจาจากงานดังกล่าวมาจัดทำแผนการดำเนินงานและแผนการตลาดในช่วงระยะสั้นของปี 2564 – 2565 เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับเที่ยวบินที่จะกลับมาดำเนินการอีกครั้ง

ทั้งนี้ การประชุมเจรจาดังกล่าวจัดขึ้นโดยบริษัท Informa Ltd., ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นบริษัทผู้จัดงาน The Route Development Forum งานเจรจาธุรกิจด้านการบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ท่าอากาศยานและสายการบินได้มีโอกาสพบปะเจรจาธุรกิจ หลังจากที่อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกได้ประสบปัญหาในการประกอบธุรกิจอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ตลอดปี 2563 ทำให้การดำเนินงานของท่าอากาศยานและสายการบินต้องหยุดชะงัก รวมถึงไม่สามารถเดินทางไปพบปะเจรจาธุรกิจแบบพบหน้า (Face to face) เนื่องจากการปิดน่านฟ้า

S 18915392

รายงานข่าวเปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2563 ทอท. ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากไวรัสโควิด-19 โดยผลประกอบการมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 4,320.68 ล้านบาท ลดลง 20,705.69 ล้านบาท หรือลดลง 83% จากปีงบประมาณ 2562 ที่มีกำไรสุทธิ 25,026.69 ล้านบาท

รายได้รวมอยู่ที่ 33,275.51 ล้านบาท ลดลง 31,291.28 ล้านบาท หรือ 48%, ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 27,938.93 ล้านบาท ลดลง 5,143.55 ล้านบาท หรือ 15.55% และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้อยู่ที่ 1,038.04 ล้านบาท ลดลง 5,350.72 ล้านบาท หรือ 83.75%

กำไรสุทธิของ ทอท. ที่ลดลง เนื่องจากภาพรวมของผลการดำเนินงานด้านปริมาณการจราจรทางอากาศของ ทอท. ระหว่างเดือนตุลาคม 2562- กันยายน 2563 ลดลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

สาเหตุเกิดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังไม่คลี่คลาย และหลายประเทศมีการระบาดซ้ำ การจำกัดการเดินทางเข้าออกนอกประเทศ ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะการเดินทางทางอากาศที่ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ทั้งสายการบิน สนามบิน การท่องเที่ยวต้องประสบปัญหาการดำเนินธุรกิจอย่างรุนแรง

shutterstock 1374301073

ขณะเดียวกัน ทอท. ปรับประมาณการปริมาณจราจรทางอากาศ จากการประเมินผลกระทบสถานการณ์ในปัจจุบันของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระหว่างปีงบประมาณ 2564-2566

โดยในปีงบประมาณ 2564 คาดว่าจะมีปริมาณเที่ยวบินรวม 446,986 เที่ยวบิน และมีผู้โดยสารรวม 47.91 ล้านคน

ปีงบประมาณ 2565 คาดว่าจะมีปริมาณ เที่ยวบินรวม 776,763 เที่ยวบิน และผู้โดยสารรวม 110.88 ล้านคน และคาดว่าปริมาณการจราจรทางอากาศจะกลับมาอยู่ในระดับเดียวกับปีงบประมาณ 2562 ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปีงบประมาณ 2566

ทั้งนี้ การปรับปริมาณจราจรทางอากาศของ ทอท. ดังกล่าวมีความแตกต่างไปจากประมาณการเดิม เฉพาะจำนวน ผู้โดยสารระหว่างประเทศที่ลดลง 10.5% และเที่ยวบินระหว่างประเทศลดลง 11.9% จากประมาณการเดิมเนื่องจากข้อจำกัดของด่านควบคุมโรคในการคัดกรองผู้โดยสารระหว่างประเทศขาเข้า

ส่วนจำนวนผู้โดยสาร ภายในประเทศเพิ่มขึ้น 16.4% และเที่ยวบินภายในประเทศเพิ่มขึ้น 20.2% จากประมาณการเดิม ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการผ่อนคลายระยะที่ 5 ตามคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (โควิด -19)

อ่านข่าวเพิ่มเติม