Business

ไตรมาส 3 ‘BEM’ กำไร 822 ล้านบาท อานิสงค์ทางด่วน-รถไฟฟ้าฟื้นตัว

ผลประกอบการไตรมาส 3 “BEM” กำไร 822 ล้านบาท หลัง “ทางด่วน-รถไฟฟ้า” เริ่มฟื้นตัวกลับมาคึกคัก ชี้ธุรกิจผ่านจุดต่ำสุดจากพิษโควิด-19 แล้ว

วานนี้ (12 ต.ค 63) บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM แจ้งผลประกอบการไตรมาส 3 และงวด 9 เดือนของปี 2563 ต่อ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ในไตรมาส 3 ปี 2563 BEM มีกำไร 822 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 670 ล้านบาทหรือ 440% เมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้า แสดงว่าบริษัทได้ผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2 มาแล้ว

ในส่วนของปริมาณผู้ใช้บริการทั้งทางพิเศษ (ทางด่วน) และรถไฟฟ้าได้ฟื้นตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในไตรมาสนี้ ปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนเฉลี่ยวันละ 1,135,400 เที่ยว เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ที่ผ่านมา 40.75% และปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าเฉลี่ยวันละ 283,700 เที่ยว เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่แล้ว 113% โดยมีผู้โดยสารในวันทำการเฉลี่ยวันละ 338,800 เที่ยวBEM บริษัท รถไฟฟ้าและทางด่วน546546

อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับไตรมาส 3 ปีที่แล้ว กำไรสุทธิไตรมาส 3 ปีนี้ ยังต่ำกว่าปีที่ผ่านมา 115 ล้านบาทหรือ 12.3% จากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19 เนื่องจากธุรกรรมทางเศรษฐกิจและปริมาณการเดินทางซึ่งมีผลโดยตรงต่อรายได้ของ BEM อยู่ระหว่างการฟื้นตัว ขณะที่มีการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินซึ่งเปิดให้บริการครบทั้งสายทางแล้วเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ บริษัทยังเปิดให้ใช้ทางด่วน 3 สายทาง ได้แก่ ทางด่วนขั้นที่ 1 ทางด่วนขั้นที่ 2 และทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด ฟรีในวันหยุดราชการจำนวน 7 วันในไตรมาส 3 ได้แก่ วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา วันหยุดชดเชยวันสงกรานต์จำนวน 3 วัน วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงและวันแม่แห่งชาติ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนในวันหยุด และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนอีกด้วย

S 90054665

ทั้งนี้ ในภาพรวมของไตรมาสที่ 3 BEM มีรายได้จากการดำเนินงาน 3,572 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 503 ล้านบาท หรือ 12.3%

โดยรายได้ค่าผ่านทางลดลง 461 ล้านบาท รายได้ค่าโดยสารและรับจ้างเดินรถลดลง 56 ล้านบาท ขณะที่รายได้พัฒนาเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น 14 ล้านบาท ในส่วนของรายได้อื่นจำนวน 230 ล้านบาท ต่ำกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 32 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในไตรมาสที่ 3 ปีนี้

ในด้านต้นทุนการให้บริการมีจำนวน 2,026 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 565 ล้านบาท หรือ 21.8%

สำหรับผลประกอบการงวด 9 เดือนปี 2563 BEM มี กำไร สุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทจำนวน 1,482 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 3,431 ล้านบาท หรือ 69.8% สาเหตุหลักมาจากปีก่อนมีกำไรจากการโอนเปลี่ยนประเภทเงินลงทุน 3,409 ล้านบาท แต่ไม่มีรายการลักษณะดังกล่าวในปีนี้ รวมทั้งผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ปริมาณจราจรและปริมาณผู้โดยสารลดลง โดยเฉพาะรายได้จากทางด่วนลดลง -22.8% และรายได้จากรถไฟฟ้าลดลง -8.8% ส่งผลให้รายได้ของบริษัทลดลงตามไปด้วย

อ่านข่าวพิ่มเติม