ดูหนังออนไลน์
Business

‘ซีพีเอ็น’ รื้อแผน 5 ปี เน้นกำเงินสด รักษาสภาพคล่อง รับมือความเสี่ยงจากโควิด

ซีพีเอ็น ทบทวนแผน 5 ปี เน้นกำเงินสด รักษาสภาพคล่อง เผชิญความท้าทายจากโควิด-19 เผยไตรมาส 3 เริ่มฟื้น หลังคลายล็อกดาวน์ ยอมรับกลับสู่ภาวะปกติไม่ทันปีนี้

รายงานข่าวจากบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น ผู้พัฒนาศูนย์การค้า และอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงโรงแรม ในเครือเซ็นทรัล เปิดเผยว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังมีความไม่แน่นอน และส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในหลากหลายมิติ ล่าสุด ซีพีเอ็น ทบทวนแผน 5 ปี (2563-2567) ใหม่เพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว

ซีพีเอ็น ทบทวนแผน 5 ปี

ทั้งนี้ จะเป็นการทบทวนแผนการพัฒนาในทุกโครงการ โดยเฉพาะโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสม หรือ โครงการมิกซ์ยูส ที่ประกอบด้วย การพัฒนาศูนย์การค้าใหม่ การปรับปรุงสินทรัพย์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มมูลค่า โครงการที่พักอาศัย โครงการโรงแรม และอาคารสำนักงาน ทั้งที่ประกาศแผนการพัฒนาไปแล้ว และส่วนที่ยังไม่ได้ประกาศ

โดยเฉพาะโครงการ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ที่ร่วมทุนกับ ดุสิตธานี กำหนดการเดิมจะแล้วเสร็จปี 2566-2567 ที่จะมีการทบทวนแผนการลงทุนใหม่ จากเดิมที่จะประกอบด้วย ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพาร์ค, อาคารสำนักงาน, โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ และโครงการที่พักอาศัย ดุสิต เรสซิเดนเซส และ ดุสิต พาร์คไซด์

การตัดสินใจทบทวนแผนการลงทุนครั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อม ด้านฐานะการเงิน การรักษากระแสเงินสด และสภาพคล่อง ให้เพียงพอต่อการรองรับการดำเนินธุรกิจ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ท้าทายจากการแพร่ระบาด ของโรคโควิด-19 ที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวม และอุตสาหกรรมที่บริษัทเข้าไปดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น ค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ ร้านอาหาร โรงแรม เป็นต้น

ปัจจุบัน แม้ว่าสถานการณ์โรคโควิด-19 จะมีแนวโน้มคลี่คลายลง โดยธุรกิจศูนย์การค้า ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของซีพีเอ็น สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง หลังรัฐบาลคลายล็อกดาวน์ และเห็นการฟื้นตัวของผู้กลับมาใช้บริการศูนย์การค้า รวมถึงยอดขายของร้านค้าภายในศูนย์ที่ปรับตัวดีขึ้น แต่คาดว่า ผู้ประกอบการศูนย์การค้าจะมีระยะเวลาฟื้นตัวที่แตกต่างกัน โดยรายย่อยอาจต้องใช้เวลาฟื้นตัวนาน ส่งผลให้การดำเนินงานของบริษัท ที่อาจจะยังไม่ฟื้นตัวกลับสู่ระดับปกติได้ภายในปีนี้

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังเชื่อมั่นในกลยุทธ๋การเติบโตภายใต้วิสัยทัศน์ “Center of Life” ในการเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิต ที่มอบความสุข และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา รวมทั้งศึกษาแนวทาง การพัฒนาและบริหารจัดการโครงการต่าง ๆ เพื่อตอบรับพฤติกรรมลูกค้า และแนวทางการดำเนินธุรกิจของร้านค้าที่เปลี่ยนไปสู่ New Norma อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ศึกษาโอกาสเข้าซื้อกิจการ ในสินทรัพย์ และธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตสูง และให้ผลตอบแทนการลงทุนที่ดี พร้อมทั้งศึกษาโอกาสการลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศที่มีโอกาสและศักยภาพในการเติบโต เช่น มาเลเซีย และเวียดนาม รวมถึงโอกาสลงทุนในธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพ เพื่อขยายช่องทางสร้างรายได้ใหม่ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ซีพีเอ็น และบริษทย่อย มีรายได้รวม 7,599 ล้านบาท ลดลง 19.3% จากไตรมาส 3 ปี 2562 มีกำไรสุทธิ 2,481 ล้านบาท ลดลง 11.9% จากไตรมาส 3 ปี 2562 แต่ถือว่าฟื้นตัวดีขึ้น เมื่อเทียบจากไตรมาส 2 ปี 2563 ที่มีการล็อกดาวน์ จนมีรายได้อยู่ที่ 4,732 ล้านบาท กำไรสุทธิ 467 ล้านบาท

ขณะที่ผลการดำเนินงาน 9 เดือนของปี 2563 มีรายได้รวม 23,753 ล้านบาท ลดลง 13.1% และกำไรสุทธิ 7,540 ล้านบาท ลดลง 6.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

การฟื้นตัวที่ดีขึ้นจากไตรมาส 2 เป็นผลมาจาก การฟื้นตัวของรายได้ค่าเช่าและบริการ หลังคลายล็อกดาวน์ รวมทั้งบริษัทได้ดำเนินการลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายการบริหารอย่างต่อเนื่อง โดยกลับมาเปิดให้บริการศูนย์การค้าทุกแห่งได้ในช่วงกลางไตรมาส 2 ปี 2563 หลังจากปิดให้บริการไปประมาณ 45-46 วัน ตามมาตรการล็อกดาวน์

ปัจจุบัน ซีพีเอ็น มี 4 ธุรกิจภายใต้การบริหารงาน ได้แก่

1. ธุรกิจศูนย์การค้า และสำนักงานให้เช่า โดยบริหารจัดการศูนย์การค้า 34 แห่ง มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิรวม 1.8 ล้านตารางเมตร รวมถึงมีอัตราการเช่าพื้นที่ศูนย์การค้าเฉลี่ย 92%

2. ธุรกิจบริการศูนย์อาหาร 30 แห่ง

3. ธุรกิจโรงแรม 2 แห่ง ได้แก่ เซนทารา อุดรธานี และ ฮิลตัน พัทยา

4. ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นโครงการที่พักอาศัยเพื่อขาย 15 โครงการ ประกอบด้วย โครงการแนวสูง 10 โครงการ แนวราบ 5 โครงการ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

The Bangkok Insight Editorial Team