Business

‘บิ๊กตู่’ เร่งช่วยรายย่อย เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ สั่งจัดการ ‘เจ้าหนี้โหด’


จัดการเจ้าหนี้โหด เร่งแก้หนี้นอกระบบ บิ๊กตู่ สั่งเดินหน้าช่วยประชาชนรายย่อย เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบง่ายขึ้น

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยประชาชนผู้ที่ต้องการเข้าถึงเงินกู้ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีสินทรัพย์และรายได้ที่มั่นคง ยิ่งในสภาวะที่เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 ความจำเป็นที่ต้องกู้มาใช้ในสิ่งจำเป็นอาจมีเพิ่มขึ้น

แจกเงิน 3000 ๒๐๑๑๐๘ 0

สำหรับการจัดการเจ้าหนี้โหด นายกรัฐมนตรีได้สั่งการเข้ม กับการเอาผิด เจ้าหนี้นอกระบบผิดกฎหมาย และกำชับให้ทุกภาคส่วน ทำงานอย่างบูรณาการ ตามนโยบายแก้หนี้นอกระบบของรัฐบาล

ทั้งนี้พบว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 จนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2563 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการจับกุมผู้ปล่อยเงินกู้ผิดกฎหมาย จำนวนสะสม7,476 ราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการลดภาระหนี้นอกระบบโดยการไกล่เกลี่ย การเพิ่มศักยภาพลูกหนี้นอกระบบ และสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบโดยองค์กรการเงินชุมชน

ประชาชนที่ถูกขูดรีดจากเจ้าหนี้ผิดกฎหมาย สามารถร้องเรียนได้โดยตรงที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สายด่วน 1599 ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สายด่วน 1359 ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมกระทรวงยุติธรรม (ศนธ.ยธ.) โทร. 0 2575 3344

รัชดา ธนาดิเรก 3
รัชดา ธนาดิเรก

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ติดตามความคืบหน้าเรื่อง การออกใบอนุญาตให้แก่ ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อย ได้แก่ สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) ที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงการคลัง เพราะเป็นการเพิ่มช่องทาง ให้ประชาชนรายย่อย เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ รวมถึงเป็นการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบในเวลาเดียวกันด้วย

ขณะที่ผู้ประกอบธุรกิจ สามารถเรียกเก็บดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมใด ๆ ได้ไม่เกินร้อยละ 36 ต่อปี ส่วนผู้กู้ สามารถกู้เงินในระบบได้ง่ายกว่าเดิม รายละไม่เกิน 50,000 บาท ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เงินต้นและดอกเบี้ยลดลงเรื่อยๆ

นับแต่เริ่มให้มีการประกอบธุรกิจ สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ เมื่อปี 2559 กระทรวงการคลัง ได้อนุญาตให้มีการประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์รวม 858 ราย ใน 72 จังหวัด อนุมัติสินเชื่อแก่ประชาชนรายย่อยไปแล้วจำนวนทั้งสิ้น328,300 บัญชี คิดเป็นวงเงิน 8,250.38 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 25,130 บาทต่อบัญชี

พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังมอบหมายให้ ธนาคารออมสิน ช่วยเหลือประชาชนรายย่อย ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน โดย ออก “สินเชื่อเสริมพลังฐานราก” รอบ 2 ที่กู้ได้สูงสุดได้ไม่เกินรายละ 50,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 0.35% ต่อเดือน(Flat Rate) ระยะเวลาผ่อนชำระเงินกู้ไม่เกิน 3 ปี ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน อีกทั้งยังปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย หรือไม่ต้องชำระเงินงวดใน 6 เดือนแรก

อ่านข่าวเพิ่มเติม