Business

ผ่านโลด! ซี.พี. โลตัส ‘ควบรวมธุรกิจ’ กำหนดเงื่อนไขปฏิบัติเข้ม 7 ข้อ


ซี.พี. โลตัส ควบรวมธุรกิจ สำเร็จ คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า กำหนดเงื่อนไข 7 ข้อให้ปฏิบัติ ลั่นเพิ่มสินค้าเอสเอ็มอี ห้ามใช้อำนาจเหนือตลาด

นายสมศักดิ์ เกียรติชัยลักษณ์ เลขาธิการ คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เปิดเผยว่า คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ได้พิจารณาให้ ซี.พี. โลตัส ควบรวมธุรกิจ ได้ตามที่ บริษัท ซี.พี. รีเทล ดีเวลลอปเม้น จำกัด และบริษัท เทสโก้ สโตร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ขออนุญาต โดยกรรมการเสียงข้างมาก มีมติอนุญาตให้รวมธุรกิจ โดยกำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตให้รวมธุรกิจปฏิบัติ

ซี.พี.-โลตัส ควบรวมธุรกิจ

หลังจากรวมธุรกิจเสร็จแล้ว ให้มีหนังสือรายงานผลการรวมธุรกิจภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รวมธุรกิจแล้วเสร็จด้วย และในกรณีไม่เห็นด้วยกับคำสั่งนี้ มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

ทั้งนี้ คณะกรรมการเสียงข้างมาก มีความเห็นว่าการรวมธุรกิจ มีความจำเป็นตามควรทางธุรกิจ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการส่งเสริมการประกอบธุรกิจเพิ่มมากขึ้น แม้จะทำให้มีอำนาจเหนือตลาดมากขึ้น แต่ไม่เป็นการผูกขาด หรืออาจส่งผลให้การแข่งขันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ ยังเห็นว่า ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง และ ไม่ส่งผลกระทบต่อประโยชน์สำคัญอันควรมีควรได้ ของผู้บริโภคส่วนรวม

อย่างไรก็ตาม เพื่อลดหรือเยียวยาผลกระทบ ที่อาจจะเกิดขึ้นต่อการแข่งขัน ในตลาดร้านค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ สินค้าอุปโภคบริโภคภายหลังการรวมธุรกิจ จึงได้มีการกำหนดเงื่อนไขออกมา เพื่อให้มีการปฏิบัติตามรวม 7 ข้อ ได้แก่

1. ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาต ให้รวมธุรกิจและผู้ประกอบธุรกิจที่มีสถานะเสมือนเป็นหน่วยธุรกิจเดียวกัน กระทำการรวมธุรกิจกับผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น ในตลาดร้านค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ สินค้าอุปโภคบริโภค เป็นระยะเวลา 3 ปี ทั้งนี้ ไม่รวมถึงตลาดอีคอมเมิร์ซ

2. ให้บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด เพิ่มสัดส่วนของยอดขายสินค้า ที่มาจากผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ประกอบด้วย กลุ่มสินค้าเกษตร สินค้าเกษตรชุมชน สินค้าชุมชน สินค้าวิสาหกิจชุมชนหรือผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น (OTOP) และกลุ่มสินค้าอื่นๆ ของร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และ เทสโก้ สโตร์ส รวมกันทุกรูปแบบ ในอัตราเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาไม่น้อยกว่า 10% ต่อปี เป็นระยะเวลา 5 ปี

3. ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาต ให้รวมธุรกิจและผู้ประกอบธุรกิจ ที่มีสถานะเสมือนเป็นหน่วยธุรกิจเดียวกัน ในตลาดร้านค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ สินค้าอุปโภคบริโภค ใช้ข้อมูลร่วมกัน หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการตลาด ที่เกี่ยวข้องกับผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายสินค้า หรือวัตถุดิบ โดยให้ถือว่า เป็นความลับทางการค้า

4. ให้บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด คงไว้ซึ่ง เงื่อนไขของสัญญา และข้อตกลงระหว่าง ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายสินค้า หรือวัตถุดิบรายเดิม ที่ได้มีการทำสัญญาหรือข้อตกลงไว้ เป็นระยะเวลา 2 ปี

ทั้งนี้ เว้นแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของสัญญา ที่เป็นคุณหรือเป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่ายสินค้า หรือวัตถุดิบรายเดิม และต้องได้รับการยินยอม จากผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายสินค้า หรือวัตถุดิบนั้นๆ ด้วย

5. ให้บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด สนับสนุน เอสเอ็มอี ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ ในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น ด้วยการกำหนดระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า (Credit Term) เป็นระยะเวลา 30–45 วัน นับจากวันที่ยื่นเอกสารเรียกเก็บเงินเป็นระยะเวลา 3 ปี

ขณะที่ กลุ่มสินค้าเกษตร สินค้าเกษตรชุมชน สินค้าชุมชน สินค้าวิสาหกิจชุมชน หรือผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น (OTOP) ภายในระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน และกลุ่มสินค้าอื่น ๆ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 45 วัน แต่ถ้ามีเงื่อนไขดีกว่าที่กำหนดไว้ ให้ถือว่าใช้ได้

6. ให้บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด รายงานผลการประกอบธุรกิจ ภายใต้การดำเนินการตามกำหนดระยะเวลาและเงื่อนไข ที่ได้รับจากคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เป็นรายไตรมาส หรือในระยะเวลาที่กำหนด ตามแบบที่ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า กำหนด เป็นระยะเวลา 3 ปี

7.ให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตรวมธุรกิจ และผู้ประกอบธุรกิจที่มีสถานะเสมือนเป็นหน่วยธุรกิจเดียวกัน ในตลาดร้านค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ สินค้าอุปโภคบริโภค กำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติทางการค้าที่ดี (Code of Conduct) เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชน และถือปฏิบัติตามมาตรฐานดังกล่าว

ตลอดจนประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เรื่อง แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบธุรกิจค้าส่งค้าปลีกกับผู้ผลิตหรือผู้จำหน่าย พ.ศ.2562 อย่างเคร่งครัด และต้องไม่กระทำการที่เป็นข้อห้ามของผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งมีอำนาจเหนือตลาดตามมาตรา 50 แห่งพ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560

อ่านข่าวเพิ่มเติม