ดูหนังออนไลน์
Business

4 หุ้นอสังหาฯ ‘ตัวท็อป’ ถึงเวลาเก็บแล้วหรือยัง ?

พรีวิว 4 หุ้นอสังหาฯชั้นนำ ที่ยังมีความโดดเด่น และน่าจับตามอง ถึงเวลาเก็บแล้วหรือยัง ?

อย่างที่ทราบกันดีว่าตั้งแต่ต้นปี 2563 ไม่ใช่ปีที่ดีเท่าไหร่นักของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากต้องเผชิญกับความยากลำบากที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด เป็นอุปสรรคสำคัญของการขยายโครงการอย่างมาก รวมถึงการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคก็ยากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย 

ทำให้การลงทุนในหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ถูกนักลงทุนปรับลดน้ำหนักลงมาพอสมควร จนราคาถือว่าค่อนข้างถูกลงมากแล้ว โดยจะเห็นว่าปัจจุบันมีหุ้นอสังหาฯ หลายตัวที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี  (Book Value) ไปแล้ว

แต่หากมองในอีกมุมหนึ่งในการลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนระยะยาว กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ก็อาจยังมีความน่าสนใจได้เหมือนกัน เพราะว่าการปรับตัวลดลงของราคาในตอนนี้ อาจเป็นจังหวะเก็บเข้าพอร์ตได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาฯ ชั้นนำที่มียอดขายแนวราบแข็งแกร่ง แบรนด์เป็นที่รู้จัก มี backlog คุณภาพสูง และมีงบดุลที่ดี 

เพราะฉะนั้น วันนี้เราจะพามาพรีวิว 4 หุ้นอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ที่ยังมีความโดดเด่น และน่าจับตามอง ก่อนประกาศงบไตรมาส 3 ที่กำลังจะมาถึงเร็วๆ นี้

1. หุ้น ORI : บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่มีโครงสร้างธุรกิจหลากหลาย ทั้งคอนโดมิเนียมทำเลตามแนวสถานีรถไฟฟ้า โครงการบ้านจัดสรร ธุรกิจโรงแรม รวมถึงธุรกิจตัวแทนซื้อ-ขาย-เช่า อสังหาริมทรัพย์ โดยมีแบรนด์ชั้นนำ อาทิ PARK ORIGIN, KnightsBridge, Notting Hill, Kensington และ Britania

ปัจจัยหนุน 

– ยอดขายที่แข็งแกร่งจากสินค้าคงคลังที่สร้างเสร็จแล้ว 

– ส่วนแบ่งกำไรที่สูงขึ้นจากคอนโดในส่วนของ Joint Venture 

คาดการณ์ยอดขาย ไตรมาส 3/2563 : 7,500 ล้านบาท ปรับลดลง 32% (YoY) แต่ปรับเพิ่มขึ้น 14% (QoQ)

2. หุ้น SC : บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีจุดแข็งในการรุกตลาดพรีเมี่ยม ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม และอาคารสำนักงาน โดยมีแบรนด์ชั้นนำ อาทิ Granada, Headquarters, Chambers, Centric, Verve, Pave และ Venue เป็นต้น

ปัจจัยหนุน 

– จำนวนยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ของโครงการแนวราบที่มากขึ้น

คาดการณ์ยอดขาย ไตรมาส 3/2563 : 4,200 ล้านบาท ปรับลดลง 5.6% (YoY) และปรับลดลง 32.9% (QoQ)

3. หุ้น SPALI : บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)

ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งบ้าน ที่ดินจัดสรร รวมถึงคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด นอกจากนี้ยังมีธุรกิจรีสอร์ทและโรงแรมในต่างจัดหวัดอีกด้วย  จุดเด่นของ SPALI คืองบการเงินที่แข็งแกร่งมาโดยตลอด

ปัจจัยหนุน 

– ยอดขายของกลุ่มแนวราบที่ยังคงแข็งแกร่ง

– การเริ่มโครงการโอนกรรมสิทธิคอนโดมิเนียม 2 แห่ง

คาดการณ์ยอดขาย ไตรมาส 3/63 : 8,300 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 61.9% (YoY) และปรับลดลง 31% (QoQ)

4. หุ้น QH : บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)

ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายและให้เช่า ที่มีความโดดเด่นด้านโครงการแนวราบ รวมถึงธุรกิจอาคารที่พักอาศัยให้เช่า จากจากนั้นยังเป็น Holdings  Company โดยการเข้าไปถือหุ้นอย่าง Homepro และ LH Bank

ปัจจัยหนุน 

– การเติบโตของ Backlog จำนวนมากในกลุ่มแนวราบ

– การฟื้นตัวของธุรกิจให้เช่า ทั้งโรงแรม และค้าปลีก

คาดการณ์ยอดขาย ไตรมาส 3/2563 : 2,350 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 14% (YoY) และปรับลดลง 15% (QoQ)

แม้ช่วงเวลานี้หุ้นอสังหาฯ จะเต็มไปด้วยปัจจัยลบรุมเร้า แต่หากมองให้ดีๆ ก็ยังพอมีหุ้นพื้นฐานดีให้ได้รอจังหวะสะสมอยู่บ้าง แน่นอนว่าสิ่งสำคัญคงเป็นเรื่องการรักษาสภาพคล่อง เพื่อให้สามารถเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ไปได้ ซึ่งต้องรอดูการประกาศงบเต็มๆ ในไตรมาส 3 นี้กันว่าจะมีหุ้นกลุ่มอสังหาฯ ตัวไหนที่ทำผลงานได้โดดเด่นอย่างที่คาดหวังไว้บ้าง

ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์จาก KS Research as of 9/10/20

อ่านข่าวเพิ่มเติม

InveStory