Business

‘คาเฟ่ อเมซอน’ ถอนตัว มธ.ท่าพระจันทร์ เปิดทาง ‘ยิ้มสู้คาเฟ่’ ไปต่อ


คาเฟ่ อเมซอน ถอนตัว คัดเลือกเปิดร้านใน มธ.ท่าพระจันทร์ เปิดทาง ยิ้มสู้คาเฟ่ ร้านกาแฟเพื่อผู้พิการ ไปต่อ ด้าน ผู้ก่อตั้งยิ้มสู้ คาเฟ่ ลั่น พร้อม “ยิ้มสู้”

จากกรณี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เตรียมประกาศยกเลิก การเช่าพื้นที่ ของ ร้านกาแฟยิ้มสู้ ร้านกาแฟเพื่อผู้พิการ และคัดเลือกร้าน คาเฟ่ อเมซอน เข้ามาบริหารพื้นที่แทน ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ บนโลกออนไลน์ ล่าสุด คาเฟ่ อเมซอน ถอนตัว จากการคัดเลือกดังกล่าวแล้ว

คาเฟ่ อเมซอน ถอนตัว

ร้านคาเฟ่ อเมซอน ออกแถลงการณ์ เรื่อง “ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการเข้าร่วมการคัดเลือกผู้ให้บริการเครื่องดื่มที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” โดยระบุว่า

“ตามที่มีการรายงานข่าว กรณีการคัดเลือกผู้ให้บริการเครื่องดื่ม ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนื่องจาก สัญญาที่มีไว้กับผู้ให้บริการรายเดิม ใกล้ครบกำหนดนั้น คาเฟ่ อเมซอน ขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้

คาเฟ่ อเมซอน ทราบว่าคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะมีการเลือกผู้ให้บริการเครื่องดื่ม เนื่องจากสัญญาที่มี ไว้กับผู้ให้บริการรายเดิม ใกล้ครบกำหนด คาเฟ่ อเมซอน จึงได้เข้าร่วมการคัดเลือก โดยได้มีการดำเนินการยื่นเอกสารเสนอราคา และรายละเอียดการดำเนินการ ตามเงื่อนไขที่คณะนิติศาสตร์ฯ กำหนด

ปัจจุบัน คาเฟ่ อเมซอน ยังมิได้รับทราบผลการคัดเลือกอย่างเป็นทางการจากคณะนิติศาสตร์แต่อย่างใด แต่เนื่องจากมี กระแสข่าวลูกจ้างของผู้ให้บริการรายเดิม ที่เป็นผู้พิการ จะได้รับผลกระทบ จากการที่ผู้ให้บริการรายเดิม อาจจะไม่ได้ต่อสัญญา คาเฟ่ อเมซอน ได้พิจารณาประเด็นดังกล่าว และ ขอถอนตัว จากการดำเนินการที่คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คาเฟ่ อเมซอน ถอนตัว

ทั้งนี้ คาเฟ่ อเมซอน ให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่า และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียทุกฝ่าย และเชื่อว่าทุกคนควรได้รับโอกาส ในการประกอบอาชีพ ที่เท่าเทียมและทั่วถึง

โดยที่ผ่านมา ได้พัฒนารูปแบบ ร้านคาเฟ่ อเมซอน เพื่อการสร้างโอกาส (Cate Amazon for Chance) ซึ่งเป็นรูปแบบ ร้านคาเฟ่ อเมซอน ที่มีการจ้างงานผู้พิการ เพื่อเปิดโอกาสในการพัฒนา ความสามารถ สร้างงาน สร้างรายได้ ให้ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสกลุ่มต่างๆ

ปัจจุบันเปิดดำเนินการแล้วทั้งสิ้น 9 สาขา และเป็นร้านที่ให้บริการโดยผู้พิการทางการได้ยิน 7 สาขา ให้บริหารโดยผู้สูงวัย 1 สาขา และให้บริการโดยทหารผ่านศึก 1 สาขา ซึ่ง เป็นไปตามแนวทางการดำเนินธุกิจของ คาเฟ่ อเมซอน ที่จะดำเนินการควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์แก่สังคมชุมชน รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”

กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจาก ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ผู้ก่อตั้งร้านยิ้มสู้คาเฟ่ ร้านกาแฟที่เปิดโอกาสให้ผู้พิการทางสายตา ได้ทำงานเป็นบาริสต้า โดยเปิดจำหน่ายที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เปิดเผยว่า ทางร้านหมดสัญญา และทางคณะฯ ได้ให้ผู้ประกอบการรายอื่น เข้ามาดำเนินการแทน โดยระบุว่า

ยิ้มสู้1
ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์

“ผม ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ในฐานะผู้ก่อตั้งร้านยิ้มสู้คาเฟ่ ซึ่งเป็นร้านกาแฟที่สร้างอาชีพให้แก่คนพิการ บาริสต้าของร้านเป็นคนหูหนวก ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณผู้ที่เคยให้การอุดหนุนกาแฟของเรามาโดยตลอด

แต่ ณ วันนี้ ผมต้องขอแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า ร้านยิ้มสู้คาเฟ่ สาขาธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จำเป็นต้องปิดตัวลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 นี้ ซึ่งจะทำให้คนพิการหลายคนที่ปฏิบัติงานอยู่สาขานี้ต้องตกงาน ขาดรายได้ในการเลี้ยงชีพ

สาเหตุเนื่องจาก ทางเจ้าของสถานที่ได้มอบสัมปทานให้แก่ร้านกาแฟอื่นไปเรียบร้อยแล้ว

ผมรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ความพยายามในการหาช่องทางสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่คนพิการ กลับพ่ายแพ้ต่อระบบนายทุนใหญ่ ซึ่งจะส่งผลให้คนพิการจะต้องดำเนินชีวิตด้วยความยากลำบาก

สุดท้ายนี้ ผมขอให้ทุกท่านช่วยกันเป็นกระบอกเสียง แชร์ข้อความที่บรรยายจากความรู้สึกของผม ที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและเสียใจ เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้แก่คนพิการ ในการเรียกร้องโอกาสในการประกอบอาชีพ ให้กลับมาเป็นของคนพิการดังเดิม

สำหรับท่านใดที่ต้องการอุดหนุนกาแฟของเรา ทางคณะฯ ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลร้านว่า ให้คนพิการเลิกขายกาแฟที่ร้านนับตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 แต่ต้องจ่ายค่าเช่าเต็มเดือน ดังนั้นอีก 20 วันที่เหลือ เราจึงต้องขายตามซอกตามมุมอย่างยากลำบาก หากไม่ขายจะโดนปรับวันละ 500 บาท

ยิ้มสู้

แวะมาอุดหนุนและให้กำลังใจร้านยิ้มสู้คาเฟ่ สาขาธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ได้ถึงภายในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้นะครับ

จากการเจรจากับทางเจ้าหน้าที่คณะนิติศาสตร์ ได้รับข้อมูลมาใหม่ว่า สามารถให้ขายในร้านได้จนถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563″

หลังจากนั้น ทาง คณะนิติศาสตร์ ได้ออกแถลงการณ์ ว่าร้าน คาเฟ่ อเมซอน เข้ามาดำเนินการเช่าพื้นที่ โดยทางคณะฯ แต่งตั้งคณะกรรมการ 14 คน เพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์ต่างๆ และร้าน คาเฟ่ อเมซอน ได้คะแนนสูงกว่าร้านยิ้มสู้ ทำให้จะได้รับสิทธิ์เข้าบริหารพื้นที่ต่อ

จนกระทั่ง คาเฟ่ อเมซอน ได้ออกประกาศถอนตัว จากการคัดเลือก เพื่อเปิดทางให้ร้าน ยิ้มสู้คาเฟ่ ได้ดำเนินกิจการต่อไป

ล่าสุด ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้ง ถึงความคืบหน้าของกรณีดังกล่าว โดยได้รับแจ้งจาก อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าจะจัดหาที่ตั้งร้านใหม่ ใน มธ.ให้ โดยระบุว่า

ผู้ก่อตั้ง ประกาศ ผิดหวัง แต่ยัง “ยิ้มสู้”

“สวัสดีครับ ผมศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ครับ
หลังจากที่ผมได้แจ้งข่าวเกี่ยวกับการปิดตัวลงของร้านยิ้มสู้คาเฟ่ สาขาธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ออกไปช่วงค่ำเมื่อวานนี้ มีหลายท่านได้ร่วมกันส่งกำลังใจมาให้พวกเรามากมาย ผมคาดไม่ถึงจริงๆ ครับ และผมขอเป็นตัวแทนน้องๆ คนพิการกล่าวคำขอบคุณถึงทุกท่าน ที่ปรารถนาดีต่อพวกเราขนาดนี้ครับ

เบื้องต้น ในวันนี้ผมได้รับการติดต่อจากรองศาสตราจารย์เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมรู้สึกได้ว่าท่านไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย

โดยหลังจากที่ท่านได้ทราบข่าว ก็ได้มีการประสานมาเบื้องต้นว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีจุดยืนในการสนับสนุนกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคม และพร้อมให้การช่วยเหลือมูลนิธิสากลคนพิการและร้านยิ้มสู้คาเฟ่อย่างเต็มที่ ในการส่งเสริมการฝึกอาชีพคนพิการและผู้ด้อยโอกาส โดยจะ จัดหาพื้นที่ใหม่ในทำเลที่ดีและเหมาะสม ภายในท่าพระจันทร์เพื่อเป็นที่ตั้งใหม่ของร้านต่อไป

ผมขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่ท่านอธิการบดีให้ความสำคัญกับการดูแลและสนับสนุนการพัฒนาคนพิการและผู้ด้อยโอกาสที่ยังมีและได้รับโอกาสไม่มากครับ

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แน่นอนว่า ผมไม่อาจเก็บกดความผิดหวังเอาไว้ในใจได้ เพราะสิ่งที่ผมทำมาโดยตลอดคือ การสนับสนุนให้คนพิการได้ลุกขึ้นสู้ ได้ใช้พลังในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ไม่เป็นภาระให้แก่ใคร

อีกด้านหนึ่งคือ การบอกเล่าให้สังคม เห็นความสำคัญกับการสร้างโอกาสให้กับคนพิการ และสิ่งหนึ่งที่เราทำมาตลอดคือ การเป็นองค์การสาธารณกุศลเล็ก ๆ ที่จะคอยช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ หรือช่วยแก้ไขปัญหาให้กับคนพิการ เพราะคนพิการไทยส่วนใหญ่ยากจน การจะเข้าถึงหน่วยงานใหญ่ๆ เป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขา

สิ่งที่เราจะทำต่อไปคือ ยิ้มสู้และทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ยิ่งอุปสรรคมีมากเท่าไหร่ เราจะทุ่มเทพลังมากขึ้นเท่านั้นครับ

ขอบพระคุณสำหรับทุกความปรารถนาดีครับ

อ่านข่าวเพิ่มเติม