Business

งัดมาตรการ ‘รวมหนี้’ ธปท. ช่วยผู้กู้รายย่อย หายใจคล่องขึ้น ลดหนี้เสีย


ธปท. เพิ่มทางเลือกผู้กู้รายย่อย เสนอมาตรการรวมหนี้ นำสินเชื่อรายย่อยหลายประเภท มารวมเป็นก้อนเดียว ช่วยลดอัตราดอกเบี้ย ขยายเวลาชำระหนี้ 

นางธัญญนิตย์ นิยมการ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. ได้ร่วมกันกับสถาบันการเงิน และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เห็นขอบการการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ สำหรับลูกหนี้รายย่อย ด้วยวิธีการ รวมหนี้ (debt consolidation) เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 19 (COVID-19) อย่างต่อเนื่อง

money ๒๐๐๘๒๗

สำหรับมาตรการรวมหนี้ จะให้ผู้กู้รายย่อย สามารถนำสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่น ที่อยู่ภายใต้ผู้ให้บริการทางการเงิน หรือบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ของผู้ให้บริการทางการเงินเดียวกัน อาทิ บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ และสินเชื่อที่เกิดจากการให้เช่าซื้อ มาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ด้วยวิธีการรวมหนี้กับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

ทั้งนี้ เพื่อใช้ประโยชน์จากหลักประกัน ซึ่งจะทำให้ผู้ให้บริการทางการเงิน สามารถลดอัตราดอกเบี้ย ในส่วนของสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่น ให้เหลือไม่เกินอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate: MRR) และ ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ ตามความสามารถของลูกหนี้

อย่างไรก็ตาม ผู้ให้ บริการทางการเงิน ต้องให้ข้อมูลที่ครบถ้วนเพียงพอ ต่อการตัดสินใจของลูกหนี้ เช่น ข้อดี ข้อเสีย ของการเข้าร่วมมาตรการ ข้อมูลเปรียบเทียบภาระหนี้เดิม กับภาระหนี้ใหม่ และทางเลือกการปรับปรุงโครงสร้างหนี้รูปแบบอื่น ที่ลูกหนี้สามารถทำได้

มาตรการดังกล่าวจะช่วยลดภาระการชำระหนี้ โดยที่ลูกหนี้ไม่เสียประวัติข้อมูลเครดิต และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการอื่นใดโดยไม่จำเป็น และยังสามารถใช้วงเงินบัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้การกำกับที่มีลักษณะหมุนเวียนที่ยังเหลือได้ รวมทั้งไม่ต้องจ่ายเบี้ยปรับการชำระหนี้ก่อนกำหนด (prepayment fee)

ลูกหนี้สามารถแจ้งความประสงค์ เข้าร่วมมาตรการ และแสดงข้อมูลว่า ได้รับผลกระทบ ต่อผู้ให้บริการทางการเงิน ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2564

อ่านข่าวเพิ่มเติม