Business

‘นายกฯ’ เปิดเบื้องหลังการตัดสินใจสุดหิน ก่อน ครม. ลงมติฉีกแผนอุ้ม ‘การบินไทย’


การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (19 พ.ค.) ถูกจับจ้องจากสังคมอย่างหนัก เนื่องจากมีวาระร้อนเรื่องการชี้ชะตา “บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)” สายการบินแห่งชาติ ซึ่งกำลังอยู่ในสถานะจวนเจียนจะล่มสลายและต้องการการอัดฉีดเงินก้อนใหญ่อย่างเร่งด่วน

ในที่สุด ครม. ก็ลงมติเลือกให้การบินไทยยื่นศาลขอฟื้นฟูกิจการ เพื่อรักษาธุรกิจต่อไป แทนแนวทางการให้กระทรวงการคลังเข้าไปค้ำประกันเงินกู้ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งถูกโจมตีว่าเป็นการนำเงินภาษีของประชาชนไปอุ้มการบินไทย หรือการปล่อยให้บริษัทแห่งนี้ล้มละลายไปตามกาลเวลา

ประยุทธ์

โดยหลังการประชุม ครม. วันนี้ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็ได้แถลงข่าวเปิดใจว่า วันนี้ขอแจ้งให้ทราบเรื่องการตัดสินใจเกี่ยวกับการบินไทย เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก แต่ก็เป็นการตัดสินใจที่ผมรู้ว่าจะเป็นการรักษาประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนทุกคนได้อย่างไร

ในส่วนของปัญหาของเรื่องนี้ ทุกคนทราบอยู่แล้วเกี่ยวกับปัญหาหนี้สินของการบินไทยที่มีมากพอสมควรในขณะนี้ เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหามีอยู่ 3 ทางเลือกด้วยกัน

1.หาเงินให้การบินไทยดำเนินการต่อไป

2.ปล่อยให้เข้าสู่สถานะการล้มละลาย

3.เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูของศาล

ที่ผ่านมาอาจจะมีปัญหาการฟื้นฟูไม่ได้ประสิทธิภาพมากนัก เพราะมีข้อกฎหมายอยู่หลายประการ โดยเฉพาะ พ.ร.บ.แรงงานฯ และพ.ร.บ.รัฐวิสาหกิจฯ เพราะฉะนั้นวันนี้เราจำเป็นต้องหามาตรการที่เหมาะสม เราได้พิจารณาร่วมกันในคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) และ ครม. แล้ว

พวกเราทุกคนตัดสินว่า จะเลือกหนทางแบบที่ 3 ซึ่งเป็นหนทางปฏิบัติที่ดีที่สุด และจะต้องมีขั้นตอนในการดำเนินการอีกหลายขั้นตอนต่อไป เพื่อจะแก้ปัญหาภายในขององค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการประกอบการต่อไป เพื่อให้ฟื้นฟูขึ้นมาอย่างที่พวกเราทุกคนวาดหวังไว้

“ผมอยากให้ทุกคนกลับไปคิดดูว่า เรามีการบินไทยเพื่ออะไรในช่วงที่ผ่านมา แล้วการบินไทยควรเป็นองค์กรที่สร้างชื่อเสียงและรายได้ให้กับคนไทย มีความสามารถในการแข่งขัน มีความเข้มแข็งในตัวเองได้อย่างไร อันนี้คือพื้นฐานการตัดสินใจของผม แล้วนำมาสู่การตัดสินในของ ครม. ในวันนี้”

โลดก้การบินไทย

วันนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้อง “กล้า” เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู ด้วยการยื่นขอเข้ากระบวนการต่อศาล ได้มีการหารือกันอย่างรัดกุมในรายละเอียดต่างๆ ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลานี้ เป็นเวลาที่ประเทศไทยและทั้งโลกกำลังเผชิญวิกฤติ รายได้ของทุกคนกำลังหายไปกับหายนะจากโควิด เราจำเป็นต้องรักษาเงินตราของประเทศไทยเอาไว้ เพื่อใช้ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในช่วงเวลาข้างหน้าต่อจากนี้ ทั้งเกษตรกรที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก ผู้ประกอบการ SME ต่างๆ ที่กำลังเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจ ทางธุรกิจ หรือช่วยเหลือคนที่หาเช้ากินเข้า ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือประชาชนทั่วไปที่ทำงานหนักอยู่ในขณะนี้ เพื่อให้มีเงินมาเลี้ยงดูครอบครัวของตัวเอง รัฐบาลต้องมองอย่างรอบคอบในทุกมิติดังกล่าวมาแล้ว

วันนี้ถึงแม้ว่า เราจะอยู่ในจุดที่เราสามารถควบคุมวิกฤติทางสุขภาพได้ดีในระดับหนึ่งแล้ว เมื่อเปรียบเทียบกับหลายๆ ประเทศ แต่ปัญหาโควิดนั้น ผมกราบเรียนว่าจะยังไม่จบแต่เพียงเท่านี้ เพราะปัญหาที่หนักยิ่งกว่านั้น ที่เรารัฐบาลกำลังหาหนทางปฏิบัติในการแก้ปัญหาดังกล่าว คือ ปัญหาเรื่องการทำมาหากิน หารายได้เลี้ยงปากท้องของประชาชน ที่ทุกคนของประเทศไทยล้วนได้รับผลกระทบทิ้งสิ้น และยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะกลับมาทำมาหากิน หารายได้ได้ปกติอย่างเคย นี่วิกฤติทางเศรษฐกิจที่กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นในอนาคต เราจำเป็นต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนในการจะใช้งบประมาณ ที่เป็นจำนวนมาก หลังจากวิฤติโควิด ต่อจากนั้นเพื่อให้ประชาชนอยู่รอดได้ สร้างชีวิต สร้างรายได้ ทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติ เศรษฐกิจของประเทศให้กลับคืนมาและเข้มแข็งในระยะถัดไป เราต้องมองทุกมิติ

“ผมเองก็รู้สึกว่า การที่ผมตัดสินใจให้การบินไทยเข้าสู่การฟื้นฟูนั้น โดยไม่ปล่อยให้การบินไทยเข้าสู่สถานะล้มละลาย ซึ่งอาจจะทำให้พนักงานมากกว่า 2 หมื่นคนต้องถูกลอยแพ พวกเราคงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น คงไม่อยากเห็น เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็ยืนยันว่า จะสนับสนุนในการดำเนินการดังกล่าวเต็มที่ เพื่อให้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ แม้จะไม่ได้รับเงินจากรัฐบาล จึงขออนุญาตให้การบินไทยไปอยู่ใต้การคุ้มครองของศาลและเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูภายใต้คำสั่งของศาล ซึ่งศาลก็จะพิจารณาแต่งตั้งมืออาชีพ เข้ามาพิจารณาฟื้นฟูการบินไทย

การบินไทย 1

ผมเองและพี่น้องประชาชนทุกคนก็คงคาดหวังเช่นกันว่า เมื่อมีมืออาชีพเข้ามาช่วยบริหารจัดการแล้ว การบินไทยจะสามารถกลับมาเป็นสายการบินแห่งชาติที่คนไทยเคยภาคภูมิใจและสร้างความรุ่งเรืองให้กับประเทศไทยได้ ด้วยวิธีการนี้เป็นวิธีการเดียวที่การบินไทยจะสามารถประกอบกิจการต่อได้ พนักงานการบินไทยมีงานทำต่อไป ขณะเดียวกันการปรับโคงสร้างการบินในหลายๆ อย่างก็ควรจะทำสำเร็จมาตั้งนานแล้ว ก็จะเกิดขึ้นได้ ในการเข้าสู่มาตรการฟื้นฟูในขณะนี้

ส่วนรายละเอียดต่างๆ เป็นไปตามที่ศาลกำหนดและจะแจ้งให้ประชาชนทราบในโอกาสถัดไป ผมให้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแถลงข่าวชี้แจงเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง การบินไทยถืเป็นฑูตที่ดีทางวัฒนธรรม ที่ช่วยส่งเสริมประเทศไทยมาเป็นเวลายาวนานกว่า 60 ปี ภายใต้การทุ่มเททำงานของคนมากมาย จากรุ่นสู่รุ่น ไม่ว่าจะเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน นักบินวิศวกร ช่าง พนักงานภาคพื้น และพนักงานในส่วนงานอื่นๆ ของการบินไทย

“ผมเองก็หวังเช่นเดียวกันคนไทยทุกคนว่า การช่วยเหลือให้การบินไทยเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูภายใต้คำสั่งศาล นั้นจะช่วยให้การบินไทยเป็นสายการบินที่มีความแข็งแกร่งอีกครั้ง นี่คือการตัดสินของ ผม และ ครม. ในวันนี้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวทิ้งท้าย