Business

ตั้งรับ 3 ปรากฏการณ์ ‘New Normal’ หลังวิกฤติโควิด ดิสรัปธุรกิจ

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และต่างประเทศ ส่งผลกระทบขยายวงกว้างไม่เว้นทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน โดยข้อมูลของ UN คาดว่าจากวิกฤติที่เกิดขึ้นส่งผลให้ GDP หดตัว 0.9% แทนที่จะเติบโตมากถึง 2.5% ตามที่ทั่วโลกคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

ในส่วนของประเทศไทย คณะกรรมการนโยบายการเงินคาดว่า GDP ของไทยปีนี้จะติดลบ 5.3% จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นับเป็นสนามดิสรัปชันลูกใหม่ที่เกิดขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว และเป็นตัวผลักดันหน่วยงานทุกภาคส่วนให้เห็นความสำคัญของการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อการเตรียมความพร้อมรับมือกับวิกฤติที่ไม่สามารถคาดเดาได้ในอนาคต

new normal

นายนาถ ลิ่วเจริญ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท ซีดีจี เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา มีการใช้คำว่า “ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน” กันมาก แต่มีเพียง 21% ที่พร้อมรับมือโดยสมบูรณ์จริงๆ ซึ่งไวรัสโควิด-19 ครั้งนี้ นับเป็นสนามดิสรัปชันที่เข้ามาท้าทายการบริหารจัดการขององค์กร เข้าใจถึงสถานการณ์ที่ลำบากซึ่งส่งผลต่อการทำงานของหน่วยงานทุกระดับตั้งแต่ภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ถึงภาคเอกชน

ทั้งนี้ หากลองมองในมุมที่ต่างจะเห็นส่วนที่เป็นโอกาสใหม่ ๆ โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างองค์กรและธุรกิจที่ต้องขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่กระตุ้นการเกิดการทรานส์ฟอร์มองค์กร เพื่อการบริหารจัดการงานภายในและภายนอกได้อย่างรวดเร็ว เสริมความแข็งแกร่ง และเป็นทางรอดในวิกฤตต่าง ๆ ที่ไม่มีใครคาดการณ์ได้ จึงจำเป็นที่ต้องกระตุ้นให้หน่วยงานทั้งขนาดเล็กและใหญ่เห็นประโยชน์และความสำคัญของเทคโนโลยี

“คาดว่าวิกฤตินี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้องค์กรอีก 79% ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันอย่างเป็นรูปธรรมและจับต้องได้มากขึ้น และเชื่อมั่นว่าศักยภาพคนศตวรรษที่ 20 จะช่วยสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ นำเสนอต่อสังคม หากทุกภาคส่วนมีความตระหนักถึงการเตรียมความพร้อมทั้งความรู้ความสามารถบุคลากร ศักยภาพของเทคโนโลยี และการประเมินสภาพการเปลี่ยนแปลงของโลก หรือ disruptive waves ให้ถี่ถ้วนมากเพียงพอ” นายนาถกล่าว

นอกจากนั้น วิกฤติครั้งนี้ ยังทำให้ต้องทบทวนแผนการทำงานเชิงรุกที่วางไว้ ทั้งแผนระยะสั้น และระยะยาว ปรากฏการณ์ “New Normal” หรือสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังวิกฤติผ่านพ้นไป คือการนำดิจิทัลเข้ามาใช้ในทุกภาคส่วน เพราะพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของประชาชนต้องปรับเปลี่ยน การบริการของหน่วยงานภาครัฐต้องสามารถเข้าถึงได้มากขึ้นด้วยช่องทางออนไลน์ ภาคธุรกิจต้องปรับตัวรับมือกับผู้บริโภคที่ไม่ใช่แค่เด็กรุ่นใหม่ แต่รวมถึงทุกช่วงอายุจะสามารถเข้าถึงการใช้งานดิจิทัลได้อย่างคุ้นเคย

นาถ ลิ่วเจริญ ซีดีจี 2

ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ภาคธุรกิจต้องเตรียมตั้งรับ 3 ปรากฏการณ์ความปกติใหม่ หรือ “New normal” ที่จะเกิดขึ้นหลังวิกฤติโควิด-19 ดังนี้

1. Remote Working มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เมื่อการทำงานที่บ้าน (Work From Home) ถูกนำมาปรับใช้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ความคุ้นชินกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อการรับ-ส่งงาน ทำให้การทำงานของพนักงานไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานประเภทไหน จะไม่จำกัดด้วยเวลาและสถานที่ และยังคงประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้าได้ดีเหมือนเดิม

หลายองค์กรมีการลงทุนปรับรูปแบบการเก็บข้อมูลอยู่บนคลาวด์เพื่อความสะดวกในการใช้งานนอกสถานที่ การวางระบบจัดเก็บข้อมูลของหน่วยงาน การสร้างระบบเชื่อมต่อเพื่อเข้าถึงข้อมูลอย่างปลอดภัย รวมทั้งการตรวจสอบความพร้อมในการเรียกใช้งานข้อมูล

2. Digital Platforms and Data Usage โลกเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างกระทันหัน ธุรกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชน ถูกปรับมาอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ เครื่องมือหรือเทคโนโลยีเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลที่หลั่งไหลมาจากดิจิทัลแพลตฟอร์มต่าง ๆ จึงมีมูลค่ามากในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร

3. Health Conscious องค์กรขับเคลื่อนด้วยคนเป็นปัจจัยสำคัญ วิกฤติโควิด-19 ส่งผลให้องค์กรเพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัยด้านสุขภาพให้พนักงาน ด้วยมาตรการสร้างพื้นที่ปลอดเชื้อภายในอาคาร การใช้เครื่องมือตรวจสอบสุขภาพพนักงาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะยังคงอยู่หลังวิกฤติผ่านไป และแน่นอนว่า การส่งเสริมสุขภาพของพนักงานจะถูกนำมาเป็นหัวข้อหลักของการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านบุคคล

CDG 3 NEW NORMAL 2

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรเพิ่มอย่างเร่งด่วนเพื่อรับมือปรากฏการณ์ดังกล่าว คือการวางแผนปรับเปลี่ยนองค์กรในเชิงดิจิทัล เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจในระยะยาว โดยเปิดรับการใช้เทคโนโลยีเข้ามาพัฒนางาน พัฒนาบุคลากร

สำหรับ ซีดีจี ได้เตรียมแผน 3P รับมือวิกฤติ คือ

  • Product มองหาสิ่งที่ลูกค้าต้องการบนพื้นฐานเทคโนโลยีควบรวมกับความรู้ความสามารถของบุคลากรในองค์กร เกิดเป็นนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตรงตามสภาวะการณ์อย่างทันท่วงที
  • Process การนำเสนอนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในขั้นตอนกระบวนการทำงานของลูกค้าทั้งหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ตอบรับพฤติกรรมการทำธุรกรรมบนโลกดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น
  • People เสริมศักยภาพให้บุคลากร ปรับแพลตฟอร์มการเรียนรู้เป็น virtual training และ e-learning นำเทคโนโลยีที่มีมาใช้ เข้าถึงง่ายและเหมาะสมต่อสถานการณ์ ทำให้องค์กรแข็งแกร่งยิ่งขึ้นในยามวิกฤต ต้องมองว่าเมื่อวิกฤตผ่านไป ทุกหน่วยงานที่ต้องการปรับตัวสู่ดิจิทัล จะต้องอาศัยทักษะของคนในองค์กรเพื่อขับเคลื่อนความสามารถของเทคโนโลยี นำพาหน่วยงานหรือธุรกิจ ทำให้การทรานส์ฟอร์มขององค์กรเห็นผล และฝ่าคลื่นดิสรัปชันลูกต่อ ๆ ไป เพื่อความแข็งแกร่ง และยั่งยืนในระยะยาว