Business

New Normal ใช้ ‘เจลแอลกอฮอล์’ ในชีวิตประจำวัน ดันยอดขาย ‘กลีเซอลีน’ เพิ่มระยะยาว

อานิสงส์ โควิด-19 สร้าง “New Normal” คนใช้เจลแอลกอฮอล์ในชีวิตประจำวัน ดันยอดขาย “กลีเซอลีน” GGC เพิ่มระยะยาว  ขณะที่ “เมทิลแอลกอฮอล์” ไตรมาส 1 ยอดขายเพิ่ม 28%  รับตลาดไบโอดีเซลขยายตัว

GGC 20.01.203639 ตัด

นายวิทูร ซื่อวัฒนากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) ในเครือ GC  กล่าวว่า  ผลประกอบการในไตรมาส 1/2563 บริษัทมีกำไรสุทธิ 239 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 217 ล้านบาท จากกำไรสุทธิในช่วงเดียวกันของปีก่อน

ส่วนหนึ่งมาจากความต้องการในตลาด “เมทิลเอสเทอร์” ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ในไตรมาส 1/2563 บริษัท สามารถขายผลิตภัณฑ์เมทิลเอสเทอร์เป็นจำนวน 101,371 ตัน เพิ่มขึ้นจำนวน 22,346 ตัน หรือ  28%  เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2562

แม้ว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะทำให้ประชาชน เริ่มเดินทางน้อยลง แต่จากการปรับอัตราส่วนผสมขั้นต่ำในไบโอดีเซลของรัฐบาล ตามการประกาศให้ไบโอดีเซล B10 เป็นเชื้อเพลิงพื้นฐานแทนไบโอดีเซล B7 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 และเร่งการขยายจำนวนสถานีบริการน้ำมัน B10 ที่เพิ่มขึ้นเป็น 4,953 สถานี ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 ทำให้ความต้องการเมทิลเอสเทอร์ ในไตรมาสนี้ยังคงสูงกว่าในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

อย่างไรก็ตามสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กำลังระบาดไปทั่วโลกในขณะนี้ รวมถึงประเทศไทย ส่งผลให้กิจกรรมเศรษฐกิจของไทยในไตรมาส 1 ปี 2563 หดตัวลงเกือบทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและการส่งออก

ขณะที่มาตรการการปิดเมือง (Lockdown)ของหลายประเทศ ก็มีผลกระทบต่อภาคการขนส่ง GGC ก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นปริมาณการใช้ดีเซล ที่ลดลงตาม การเดินทางของประชาชนที่ลดลง ทำให้ปริมาณความต้องการการใช้ B100 หรือ เมทิลเอสเทอร์ก็ลดลงด้วย

บวกกับการที่หลายประเทศประกาศใช้มาตรการปิดเมือง ทำให้บริษัท ไม่สามารถส่งออกผลิตภัณฑ์แฟตตี้แอลกอฮอล์ ยังประเทศคู่ค้าที่มีการประกาศปิดเมืองได้ อาทิ จีน อินเดีย และยุโรป เป็นต้น แม้ว่าบางประเทศจะกลับมาเปิดประเทศบางส่วนแล้ว แต่กำลังซื้อ ยังไม่กลับมามากนัก ส่งผลให้ความต้องการซื้อ เกิดการชะลอตัวด้วย

ส่วนความต้องการ ในตลาดแฟตตี้แอลกอฮอล์จากธรรมชาติ (Natural Fatty Alcohols)ในไตรมาส 1/2563 มีการปรับตัวลดลง16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

สาเหตุหลัก มาจากการแพร่ระบาดอย่างหนักของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ รัฐบาลจีนประกาศปิดเมือง และระบบท่าเรือบางส่วนของประเทศ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนั้น ทำให้ผู้ซื้อหลักหลายรายในประเทศจีนต้องหยุดการดำเนินการผลิตต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน

อีกทั้งไวรัสโควิด-19 ยังกระจาย และแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง ไปยังประเทศต่างๆทั่วโลก ส่งผลกระทบให้มีการปิดเมืองไปอีกหลายประเทศ เช่น อินเดีย และผู้ซื้อจากฝั่งยุโรป

ขณะที่ความต้องการการใช้กลีเซอรีนมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น จากการนำกลีเซอรีนไปเป็นส่วนผสมเพื่อผลิตเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ แต่คาดว่าจะไม่กระทบกับตลาดโดยรวมมากนัก เนื่องจากกลีเซอรีนเป็นส่วนประกอบที่ให้ความชุ่มชื้นในเจลดังกล่าวเพียง 0-2% เท่านั้น

แต่สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลง คือ พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่จะหันมาใช้เจลแอลกอฮอล์เป็นประจำทุกวัน จนเป็นเรื่องปกติ (New Normal) ซึ่งนั่นก็อาจจะส่งผลให้เกิดความต้องการมากขึ้นได้

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ปรับเป้า กำลังการผลิตของเมทิลเอสเทอร์ลงมา แต่ยังอยู่เหนือระดับ 400,000 ตันต่อปี จากกำลังการผลิตติดตั้งเมทิลเอสเทอร์ทั้ง 2 โรงงานที่ 500,000 ตันต่อปี ขณะที่แฟตตี้แอลกอฮอล์ และกลีเซอรีนบริสุทธิ์ ยังคงตั้งเป้ากำลังการผลิตเต็ม 100 % คือ 100,000 ตันต่อปี และ 31,000 ตันต่อปี ตามลำดับ

ส่วนรายได้ของปีนี้ บริษัทคาดการณ์ว่าจะดีขึ้นจากปีที่ผ่านมา จากปัจจัยของธุรกิจเมทิลเอสเทอร์ที่ตอบรับกับนโยบาย B10 ของภาครัฐบาล