Business

นำร่องติดกล้องตรวจจับป้ายทะเบียน ‘หน้าด่าน’ คาดแก้รถติดได้ 50%

เปลี่ยนวิธีเก็บเงิน “มอเตอร์เวย์” เดือน ต.ค. นี้ นำร่องใช้ระบบติดกล้องวงจรปิดตรวจจับ “ป้ายทะเบียน” แล้วเรียกเก็บเงินออนไลน์ ไม่ต้องมีไม้กั้น คาดแก้ปัญหา “รถติดหน้าด่าน” ได้ 30-50%

105313

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหารถติดหน้าด่านบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ของกรมทางหลวง (ทล.) และบนทางพิเศษ (ทางด่วน) ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) วานนี้ (23 เม.ย.) ว่า

ทล. รายงานว่า ได้ศึกษารูปแบบการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางแบบไม่มีไม้กั้น (M-FLOW) ที่จะมีการนำระบบกล้องตรวจจับป้ายทะเบียนรถอัตโนมัติมาใช้ในการจัดเก็บค่าผ่านทาง คาดว่าจะเปิดใช้งานได้ในเดือนตุลาคม 2563 นำร่อง 1 เส้นทาง 4 ด่าน คือ มอเตอร์เวย์หมายเลข 9  เส้นทางสายวงแหวนรอบนอกด้านตะวันออก (ตอนบางปะอิน-บางพลี) คือ ด่านฯ ธัญบุรี 1, ด่านฯ ธัญบุรี 2, ด่านฯ ทับช้าง 1 และ ด่านฯ ทับช้าง 2

“ระบบนี้ ทล. จะเปิดประมูลจัดจ้าง โดยให้เอกชนติดตั้งระบบและบริหารจัดการด้วย เพราะเราต้องการให้เอกชนรับความเสี่ยงในการบริหาร รัฐทำหน้าที่แค่รับส่วนแบ่งรายได้เท่านั้น ซึ่งเป็นระบบที่ดี ส่วนระบบการชำค่าผ่านทางจะต้องเป็น ระบบ Post-paid คือ การบันทึกข้อมูลบิลไว้แล้วจ่าย แต่ได้ขอให้ ทล. กลับไปจัดทำข้อมูลเพิ่มเติมโดยเปรียบเทียบข้อมูลด้านการลงทุนและการบริหารจัดการ ระบบ M-FLOW กับระบบเดิมของ ทล. อีก 2ระบบคือ ระบบเงินสด กับ M-PASS ว่าแตกต่างกันอย่างไร รวมถึงทำแอคชั่นแพลนให้ชัดเชนและนำกลับมาเสนอภายใน 2 สัปดาห์” นายศักดิ์สยามกล่าว

S 48414968

อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ไปบูรณาการข้อมูลเรื่องป้ายทะเบียนรถยนต์กับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยด้วย เนื่องจากจะต้องเป็นหน่วยงานสำคัญที่ดูแลและควบคุมเรื่องการรับชำระค่าผ่านทางจากการใช้กล้องจับป้ายทะเบียนรถยนต์ รวมทั้งจะต้องหามาตรการและบทลงโทษที่รุนแรงมากขึ้น จากปัจจุบันที่ใช้มาตรการชะลอการต่อใบอนุญาตในกรณีผู้ใช้ทางผ่านฝืนไม่ยอมจ่ายค่าผ่านทาง

นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ กทพ. กลับไปปรับปรุงระบบจัดเก็บค่าผ่านทางระบบไม่มีไม้กั้นให้เป็นระบบเดียวกับของกรมทางหลวง  เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า ง่ายต่อการกำกับดูแล และอำนวยความสะดวกกับประชาชนที่ใช้ระบบเดียวกัน ไม่อยากให้มีปัญหาเหมือนกับการใช้ระบบตั๋วร่วมที่ต้องมาปรับระบบให้เป็นรูปแบบเดียวกันภายหลังซึ่งเกิดความยุ่งยาก โดยให้ ทล. เป็นเจ้าภาพในการช่วย กทพ. ปรับปรุงระบบ

S 419946501

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า ระบบ M-FLOW จะมีความสามารถในการรองรับความเร็วรถได้ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบายรถได้ 2,000 คันต่อช่องต่อชั่วโมง จะทำให้รถผ่านได้เร็วขึ้น ลดความล่าช้าของรถติดหน้าด่านได้ 30-50% ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับระบบจัดเก็บค่าผ่านทางแบบเงินสด แล้วมีความเร็วมากกว่า 4-5 เท่า และหากเปรียบเทียบกับระบบ M-PASS มีความเร็วมากกว่า 2.5 เท่า

“ ระบบ M-FLOWจะเป็นทางเลือกใหม่ของผู้ใช้ทาง เพราะผู้ใช้ทางสามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น เว็บไซต์ และทำการขับรถผ่านช่องทางได้เลย โดยระบบจะแจ้งบิลค่าผ่านทางผ่านระบบอิเล็คทรอนิกส์ มือถือ หรือแอปพลิเคชั่น ซึ่งผู้ใช้สามารถชำระเงินได้แบบ Post-paid ผ่านบัตรเครดิต พร้อมเพย์ บัญชีธนาคาร หรือคิวอาร์โค้ดได้  โดยขณะนี้ ทล. อยู่ระหว่างแก้ไขกฎกระทรวงเรื่องค่าธรรมเนียมเพื่อให้รองรับการชำระเงินแบบอิเล็ทรอกนิส์ คาดว่าจะทำให้ผู้ใช้ทางหันมาเปลี่ยนมาใช้ระบบนี้ 47%” นายสราวุธกล่าว