Business

ไร้กังวลระบบล่ม ลงทะเบียน 5,000 ‘เราไม่ทิ้งกัน’ รับ transactions ได้ 3.48 ล้านคน/นาที

มั่นใจไร้กังวล ลงทะเบียนออนไลน์รับ 5,000 บาท ระบบรับ transactions ได้ถึง 3.48 ล้านคนต่อนาที พร้อมใช้ AI คุมเข้มสวมสิทธิ์ ย้ำคลังพร้อมขยายวงเงินจาก 45,000 ล้าน หากมีผู้ลงทะเบียน และผ่านคุณสมบัติ มากกว่า 3 ล้านคน

13147891

นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง) กล่าวว่า เว็บไซด์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ที่ใช้ลงทะเบียนรับสิทธิ์เงินเยียวยา จากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รายละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน มีความพร้อม ที่จะเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 18.00 น.ของวันนี้ (28 มี.ค.63) เป็นต้นไป

โดยทุกคนสามารถเข้าไปลงทะเบียนได้ทุกช่วงเวลา เนื่องจากเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำเป็นต้องมาลงทะเบียนตั้งแต่วันแรก เพราะยังมีเวลาให้ทุกคนเตรียมข้อมูลส่วนตัว โดยระบบสามารถ รองรับการทำธุรกรรมได้ถึง 58,000 รายการ ในเวลาเดียวกัน หรือคิดเป็นจำนวน 3.48 ล้านคนต่อนาที

คาดว่าระบบจะสามารถรองรับจำนวนประชาชน ที่ต้องการเข้ามาลงทะเบียนออนไลน์ได้แบบไร้กังวล และย้ำให้ผู้ลงทะเบียนควรใช้โทรศัพท์มือถือประจำตัว ที่สามารถติดต่อสื่อสารถึงผู้ใช้สิทธิ์ เพื่อระบบจะได้แจ้งผลการลงทะเบียน และสิทธิ์ตามมาตรการตอบกลับมายังผู้ลงทะเบียนผ่านทางข้อความ SMS เมื่อลงทะเบียนแล้ว

ทั้งนี้ระบบพร้อมจ่ายเงินเยียวยาเข้าบัญชีเร็วสุดภายใน 7 วันทำการ โดยจะโอนเงินให้บัญชีพร้อมเพย์ ที่ผูกกับเลขบัตรประจำตัวประชาชน ผ่านบัญชีธนาคารที่มีชื่อ และนามสกุลเจ้าของบัญชีตรงกับชื่อ และนามสกุลนำมาลงทะเบียน โดยการลงทะเบียนรับสิทธิ์ครั้งนี้แตกต่างจากโครงการ ชิม ช้อป ใช้ ที่ใครลงก่อนได้ก่อน

มาตรการรับเงินเยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะให้สิทธิ์เฉพาะคนที่มีคุณสมบัติตรงตามที่ระบุไว้เท่านั้น ประกอบด้วย

1.ผู้ลงทะเบียนต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป

2.เป็นผู้ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม

3.เป็นแรงงาน ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระ

และให้เตรียมหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชน ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลประกอบอาชีพ ข้อมูลนายจ้าง โดยกระทรวงการคลังอยากให้คนเดือนร้อนจริงๆ เข้ามาลงทะเบียน

เปิดหน้าเว็บครั้งงแรก1 2
สำหรับระบบคัดกรองคุณสมบัติผู้ที่ได้สิทธิ์รับเงินเยี่ยวยาจำนวน 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน พฤษภาคม และ มิถุนายน โดยทางธนาคารกรุงไทยนำระบบ AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ เข้ามาใช้ในการคัดกรองคุณสมบัติผู้ลงทะเบียน ซึ่งมีความถูกต้องแม่นยำสูง

ทางกระทรวงการคลังมั่นใจว่าจะช่วยลดปัญหา และป้องกันการสวมสิทธิ์ จากพวกมิจฉาชีพได้ ทั้งนี้ หากมีผู้ลงทะเบียนและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติมากกว่า 3 ล้านคนจากเป้าหมายที่กำหนดไว้ กระทรวงการคลังพร้อมจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมจากเดิมที่เสนอไว้ 45,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ทางกระทรวงการคลังยังจัดตั้งศูนย์เครือข่ายช่วยเหลือ เพื่อรับร้องเรียนจากประชาชน โดยมอบหมายให้กรมบัญชีกลาง ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมกัน ประสานแนวทางแก้ปัญหาหนี้ ทั้งเงินกู้ฉุกเฉิน วงเงินไม่เกิน 10,000 บาทต่อคน อัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 0.1% ไม่ต้องใช้หลักประกัน ซึ่ง 6 เดือนแรกไม่ต้องจ่ายทั้งต้นและดอก ส่วนเดือนที่ 7 เริ่มผ่อนจ่ายยาวไปเป็นเวลานานถึง 24 เดือน หรือผ่อนชำระไม่ถึง 500 บาทต่อเดือน เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนที่เดือดร้อน ป้องกันการเป็นหนี้นอกระบบ มอบให้ธนาคารออมสิน และ ธกส.เป็นผู้ดูแล

ส่วนสินเชื่อพิเศษ วงเงินไม่เกิน 50,000 บาทต่อคน อัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 0.35% แต่ต้องมีหลักประกัน คือ สลิปเงินเดือน ส่วนเงื่อนไขการผ่อนชำระขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละบุคคล โดยโครงการนี้มอบหมายให้ธนาคารออมสินเป็นผู้ดูแล

ผู้ที่ได้รับผลกระทบ สามารถติดต่อทั้ง 3 หน่วยงานนี้ผ่านระบบออนไลน์ได้ โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงาน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19