“ทุ่งกุลาร้องไห้” การบูรณาการเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ เพื่อการเกษตรที่ยั่งยืน
“การวิเคราะห์ศักยภาพเชิงพื้นที่เพื่อจัดการทรัพยากรดินและน้ำ โดยใช้ระบบภูมิสารสนเทศ เพื่อปลูกข้าวขาวดอกมะลิ 105 อย่างยั่งยืน : กรณีศึกษาทุ่งกุลาร้องไห้ จังหวัดร้อยเอ็ด”
มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ศักยภาพเชิงพื้นที่ในการจัดการทรัพยากรดินและน้ำสำหรับปลูกข้าวหอมมะลิ 105 อย่างยั่งยืนในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ โดยใช้ระบบภูมิสารสนเทศ (Geographic Information System : GIS) การศึกษาครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัดได้แก่ ร้อยเอ็ด, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, มหาสารคาม และยโสธร

พบว่าปัญหาหลักในพื้นที่คือการขาดแคลนน้ำช่วงต้นฤดูเพาะปลูก, น้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก และดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำและมีลักษณะเค็ม การวิเคราะห์ศักยภาพพื้นที่ใช้ 5 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความอุดมสมบูรณ์ของดิน, การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning), พื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง, พื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม และตำแหน่งแหล่งรับซื้อข้าว

ผลการศึกษาพบว่า จังหวัดร้อยเอ็ดมีพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิ 105 มากที่สุดและมีศักยภาพในการปลูกสูงกว่าจังหวัดอื่น อย่างไรก็ตาม พื้นที่นี้ก็ประสบปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซากเช่นกัน ปัจจัยที่ส่งผลให้ศักยภาพของพื้นที่ต่ำที่สุดคือ ความอุดมสมบูรณ์ของดินที่ต่ำ และภัยแล้งซ้ำซาก
พื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้เป็นแหล่งผลิตข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่สำคัญของประเทศ มีเนื้อที่กว่า 2.1 ล้านไร่ ครอบคลุม 5 จังหวัด การทำเกษตรในพื้นที่ส่วนใหญ่พึ่งพาน้ำฝน ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งและน้ำท่วมในฤดูฝนบ่อยครั้ง
นอกจากนี้ ดินในพื้นที่ยังขาดความอุดมสมบูรณ์และบางส่วนมีลักษณะเค็ม เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ กรมพัฒนาที่ดินจึงได้นำระบบภูมิสารสนเทศมาใช้ในการจัดทำและปรับปรุงฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ เพื่อวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรดินและน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีการศึกษา
รวบรวมข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิ ได้แก่ แผนที่ชุดดิน, สภาพการใช้ที่ดิน, แผนที่เสี่ยงภัยแล้งและน้ำท่วม, และภาพถ่ายดาวเทียม จากนั้นนำข้อมูลเข้าสู่โปรแกรม ArcGIS 10.X เพื่อวิเคราะห์ศักยภาพพื้นที่ โดยใช้ปัจจัย 4 ปัจจัย คือ ความอุดมสมบูรณ์ของดิน การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning) พื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง (Drought) พื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม (Flood) มีการกำหนดเกณฑ์และคะแนนถ่วงน้ำหนักสำหรับแต่ละปัจจัยเพื่อจัดระดับความเหมาะสมของพื้นที่ปลูกข้าว โดยแบ่งเป็น 4 ระดับ คือ เหมาะสมสูง (S1), เหมาะสมปานกลาง (S2), เหมาะสมน้อย (S3) และ ไม่เหมาะสม (N)

ผลการศึกษาและสรุปผล
ผลการวิเคราะห์พบว่าปัจจัยความอุดมสมบูรณ์ของดินที่ต่ำและพื้นที่เกิดภัยแล้งซ้ำซากมีเนื้อที่มากที่สุด ซึ่งส่งผลให้ศักยภาพในการปลูกข้าวขาวดอกมะลิ 105 โดยรวมต่ำ หากต้องการเพิ่มศักยภาพจำเป็นต้องส่งเสริมความรู้เรื่องการปรับปรุงบำรุงดิน, การเพิ่มอินทรียวัตถุ, และการใช้ปุ๋ย รวมถึงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง
นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมตามแผน Zoning ก็จะช่วยเพิ่มคะแนนศักยภาพโดยรวมได้เช่นกัน ถึงแม้ศักยภาพในการปลูกจะอยู่ในระดับต่ำ แต่กลับพบว่าทุ่งกุลาร้องไห้ จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นแหล่งปลูกข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่มีคุณภาพดี การเพิ่มศักยภาพทางการตลาดเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาควบคู่กันไปด้วย เพื่อเพิ่มมูลค้าสินค้าเกษตรให้ได้ 3 เท่าใน 4 ปี ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

สรุป
การนำระบบภูมิสารสนเทศมาใช้ในการวิเคราะห์ศักยภาพพื้นที่ ช่วยให้สามารถวางแผนและบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างเป็นระบบและสะดวกยิ่งขึ้น
การศึกษาในครั้งนี้ได้นำข้อมูลที่สำคัญมาวิเคราะห์เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของกรมพัฒนาที่ดินในการแก้ไขปัญหา ซึ่งสามารถพัฒนาพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ให้เกิดความยั่งยืนต่อไป



บทความโดย : นายประมวล บัวกฎ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ กลุ่มวิชาการเพื่อการพัฒนาที่ดิน สพข.4 กรมพัฒนาที่ดิน
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- การจัดการอินทรียวัตถุในพื้นที่ดินเค็ม เพื่อการผลิตข้าวขาวดอกมะลิ 105 จ.ร้อยเอ็ด
- ‘วิเคราะห์ดินเค็มด้วยค่าการนำไฟฟ้า EC 1:5’ ง่ายแต่แม่นยำ
- โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X: https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg