Business

ศึกสงครามส่งด่วน! มูลกว่า 1 แสนล้าน ‘เทียบฟอร์มบริษัทขนส่งพัสดุ’ ใครจะอยู่ ใครจะไป?

สงครามส่งด่วน! ศึกใหญ่นับ 1 แสนล้าน “เทียบฟอร์มบริษัทขนส่งพัสดุ” ใครจะอยู่ ใครจะไป?

ธุรกิจขนส่งพัสดุด่วน (Express Delivery) ในประเทศไทย กำลังกลายเป็นสนามรบขนาดใหญ่ที่มีผู้เล่นจากทุกทิศตบเท้าเข้ามาชิงเค้กก้อนโตกว่าแสนล้านบาท ภายใต้สมรภูมิที่ทั้งร้อนแรง แข่งขันดุเดือด และไม่มีวันหยุด

ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa), ศูนย์วิจัยธนาคารพาณิชย์ และบทวิเคราะห์จากภาคเอกชนหลายแห่ง สะท้อนว่าตลาดขนส่งพัสดุเป็นตลาดที่ใหญ่และโตต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าตลาดรวมในปี 2567-2568 ที่ประมาณ 80,000 – 100,000 ล้านบาทต่อปี ด้วยปริมาณพัสดุที่จัดส่งเฉลี่ยสูงถึง 10-12 ล้านชิ้นต่อวัน

นอกจากนี้ แนวโน้มการเติบโตยังเป็นบวก ตามอัตราการขยายตัวของ E-Commerce และ Social Commerce เพราะฉะนั้น ใครที่สามารถครองการส่งพัสดุได้ เท่ากับว่าคุมเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจดิจิทัลไปในตัว

ขนส่งพัสดุ

9 ผู้เล่นตลาดขนส่งพัสดุในไทย

ผู้เล่นรายสำคัญในตลาดขนส่งพัสดุในไทย ประกอบไปด้วย ไปรษณีย์ไทย, KEX (Kerry เดิม), Flash, J&T, Shopee (SPX), Lazada (LEX), DHL, SCG และ BEST วันนี้เราจะมาเจาะจุดต่างและเกมกลยุทธ์ของแต่ละแห่ง สรุปให้เห็นภาพแบบง่ายๆ

1. บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (Thailand Post)
ผู้ให้บริการส่งพัสดุและจดหมายของรัฐ ดำเนินการมานานกว่า 100 ปี ผู้เล่นรัฐวิสาหกิจที่มีเครือข่ายครอบคลุมทุกตำบลทั่วประเทศ
จุดแข็ง: ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ (มากกว่า 1,300 แห่ง) และมีความน่าเชื่อถือสูง
จุดอ่อน: การปรับตัวให้ทันการแข่งขันด้าน E-Commerce ยังช้ากว่าผู้เล่นเอกชนบางราย ความคล่องตัวยังสู้เอกชนไม่ได้
กลยุทธ์: เน้นพัฒนาบริการด่วน เช่น EMS, EMS World และเปิดบริการใหม่ EMS One Price ตอบโจทย์ตลาดออนไลน์

ขนส่งพัสดุ

2. บริษัท เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KEX)
ผู้ให้บริการส่งพัสดุด่วนภาคเอกชนรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
จุดแข็ง: มีเครือข่ายจุดส่งและรับพัสดุกว้างขวางทั่วประเทศ ความรวดเร็ว และความน่าเชื่อถือ
จุดอ่อน: โครงสร้างต้นทุนที่สูง ทำให้ความสามารถในการแข่งขันด้านราคาด้อยกว่าผู้เล่นใหม่
กลยุทธ์: มุ่งลดต้นทุน เพิ่มความสามารถในการทำกำไร ปรับโครงสร้างองค์กรโดย SF Holding เข้ามาถือหุ้นใหญ่ (ยักษ์ใหญ่ขนส่งของจีน) และเตรียมถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ

3. บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด (Flash Express)
สตาร์ทอัพไทยที่เติบโตรวดเร็วมาก ก่อตั้งปี 2560 และระดมทุนรอบสำคัญที่ทำให้เป็นยูนิคอร์นในปี 2564 มูลค่าบริษัทเกิน 30,000 ล้านบาท
จุดแข็ง: ราคาประหยัด เปิดให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุด บริการรับถึงหน้าบ้าน (Pick-up Service)
จุดอ่อน: การเผาเงินที่สูงมากในช่วงแรก และการแข่งขันด้านราคาส่งผลต่อกำไรสุทธิที่บางเฉียบ รวมถึงความท้าทายด้านคุณภาพบริการ
สถานะตลาด: เป็น unicorn logistics รายแรกของไทย
กลยุทธ์: เติบโตผ่านการขยายศูนย์กระจายพัสดุ (Sorting Hub) และตั้งบริษัทแม่ Flash Group สู่ธุรกิจ Fintech และ Fulfillment บริการคลังสินค้าครบวงจร

4. บริษัท โกลบอล เจท เอ็กซ์เพรส (ไทยแลนด์) จำกัด (J&T Express)
บริษัทขนส่งจากประเทศอินโดนีเซีย ขยายมาสู่ไทยและทั่วภูมิภาคอาเซียน
จุดแข็ง: มีระบบ IT ที่แข็งแกร่ง สามารถส่งได้ 365 วันไม่มีวันหยุด มีบริการ pick-up
จุดอ่อน: ใช้ต้นทุนการขยายที่สูงและเผาเงินหนัก พึ่งพิงตลาด E-Commerce สูง ส่วนระบบสาขาที่เติบโตเร็ว อาจควบคุมคุณภาพได้ยาก
กลยุทธ์: แข่งขันด้านราคาแบบรุนแรง เน้นเพิ่มส่วนแบ่งตลาด E-Commerce

5. บริษัท เอสซีจี เอ็กซ์เพรส จำกัด (SCG EXPRESS)
เป็นบริการส่งพัสดุด่วนในเครือ SCG Logistics ที่เน้นบริการระดับพรีเมียม
จุดแข็ง: บริการควบคุมอุณหภูมิ (Cool TA-Q-BIN) เน้นความปลอดภัยและรักษามาตรฐานสินค้า ตอบโจทย์การส่งสินค้าราคาแพงหรือที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ เช่น เครื่องสำอาง อาหารสด
จุดอ่อน: ฐานลูกค้าแคบ ต้นทุนต่อหน่วยสูง และเครือข่ายให้บริการยังไม่ทั่วถึงเท่าคู่แข่งรายใหญ่
กลยุทธ์: เน้นเจาะตลาดพรีเมียมที่ยังมีช่องว่างจาก Mass สร้างภาพจำว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญตลาดพรีเมียมที่มีมาตรฐานบริการสูง

6. บริษัท ดีเอชแอล อีคอมเมิร์ซ โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด (DHL eCommerce Thailand)
ผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนในประเทศและระหว่างประเทศ เน้นกลุ่มลูกค้า e-Commerce, SME และ B2B ในเครือ DHL Group (เยอรมนี)
จุดแข็ง: ความเชี่ยวชาญระดับโลกด้าน Logistics และ Supply Chain มีระบบติดตามพัสดุแบบ Real-Time มีเครือข่ายคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่
จุดอ่อน: ต้นทุนบริการสูงกว่าผู้เล่นในตลาด Mass เจาะตลาด B2C ได้จำกัด และการเป็นแบรนด์ระดับโลก แต่ขาดการสื่อสารแบบ Localized
กลยุทธ์: เจาะลูกค้า B2B และ E-Commerce รายใหญ่ พัฒนาระบบ Fulfillment สำหรับร้านค้าออนไลน์ พร้อมกับขยาย Partner Network และร้านค้ารับพัสดุ

7. บริษัท เอสพีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (Shopee Xpress: SPX
บริการจัดส่งในเครือของ Shopee (Sea Group) สำหรับคำสั่งซื้อบนแพลตฟอร์ม

จุดแข็ง: เชื่อมต่อโดยตรงกับระบบ E-Commerce ทำให้บริหารจัดการเส้นทางและคำสั่งซื้อได้เร็ว
จุดอ่อน: ยังมีข้อจำกัดในการเปิดให้บุคคลทั่วไปใช้งานนอก Shopee
กบยุทธ์: ขยายคลังสินค้าและฮับขนส่งทั่วประเทศเพื่อลดระยะเวลาส่งสินค้าแบบ next-day

ขนส่งพัสดุ

8. บริษัท ลาซาด้า เอ็กซ์เพรส จำกัด (Lazada Logistics: LEX)
หน่วยจัดส่งของ Lazada (Alibaba Group)
จุดแข็ง: ใช้ระบบวิเคราะห์และจัดเส้นทาง (route optimization) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ เน้นควบคุมการจัดส่งคำสั่งซื้อภายใน Lazada ให้รวดเร็วภายใน 1-2 วัน
จุดอ่อน: จำกัดการใช้งานเฉพาะคำสั่งซื้อในแพลตฟอร์ม Lazada ความเชื่อมั่นในแบรนด์ LEX ยังไม่แข็งแรง
กลยุทธ์: พัฒนาคลังสินค้าอัตโนมัติ (Smart Warehouse) และระบบติดตามแบบ Real-Time

9. บริษัท เบสท์ โลจิสติกส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด (BEST Express)
บริการจัดส่งพัสดุจากกลุ่ม Best Inc. ประเทศจีน เข้าสู่ไทยในปี 2562
จุดแข็ง: ระบบ IT จากจีน ลงทุนด้านเทคโนโลยีสูง ราคาค่าบริการค่อนข้างต่ำ
จุดอ่อน: แบรนด์ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง คุณภาพบริการไม่สม่ำเสมอ ขาดความแตกต่าง
กลยุทธ์: ใช้ระบบแฟรนไชส์ช่วยขยายพื้นที่ให้ครอบคลุม เป้าหมายต้องการเป็น Top 3 Logistics Player ในไทย

จะเห็นว่าสนามการแข่งขันนี้ยังคงแน่นไปด้วยผู้เล่น ทั้งเจ้าเก่าก็ยังแกร่งด้วยความน่าเชื่อถือ กลุ่มเอกชนสายดุที่เน้นราคาและความเร็ว กลุ่มพรีเมียมเฉพาะทาง รวมไปถึงแพลตฟอร์ม E-Commerce ก็เข้ามาทำระบบขนส่งเพื่อสร้าง Ecosystem ของตัวเอง

โจทย์ใหญในยุคพัสดุถล่มเมือง แม้ตลาดดูสดใส แต่สงครามราคาส่งพัสดุ และการแข่งขันที่รุนแรงอาจกลายเป็นดาบสองคม ดังนั้น ผู้เล่นที่จะอยู่รอดไม่ใช่แค่ราคาถูก แต่ต้องบริหารต้นทุนให้ดี บวกกับมีเทคโนโลยีสนับสนุน และสามารคิดกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าเฉพาะทางได้ด้วย

บทสรุปของศึกนี้ยังอีกยาว ในสมรภูมิที่ไม่มีวันหยุด ความได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่ใครส่งเร็วสุด หรือ ใครราคาถูกสุดเสมอไป แต่อยู่ที่ว่าใครจะปรับตัวเร็ว เข้าใจลูกค้าได้ลึกกว่ากัน ผู้ชนะอาจไม่ใช่รายที่ใหญ่ที่สุด แต่เป็นรายที่เข้าใจเศรษฐกิจดิจิทัลไทยอย่างแท้จริง

อ่านข่าวเพิ่มเติม 

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo
แชร์วิธีคิด แบ่งปันความรู้ การเงิน การลงทุน