Business

ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ โตก้าวกระโดด รายได้รวมแตะ 7.3 พันล้าน

ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ โตก้าวกระโดด รายได้รวมแตะ 7.3 พันล้าน ตอบโจทย์ผู้ปกครองรายได้สูง เพิ่มฐานะทางสังคม

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ทำการวิเคราะห์ธุรกิจดาวเด่นประจำเดือนเมษายน 2568 จากคลังข้อมูลธุรกิจ DBD DataWarehouse+ พบว่า

ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติในไทยมีแนวโน้มเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง และเป็นธุรกิจที่น่าจับตามอง

ปัจจุบันกลุ่มผู้ปกครองในประเทศไทยที่มีรายได้สูงนิยมส่งบุตรหลานเข้าเรียนในโsงเรียนนานาชาติ รวมทั้งนักธุรกิจและเจ้าหน้าที่องค์กรระหว่างประเทศที่เข้ามาทำงานในไทยพร้อมครอบครัวก็นิยมส่งบุตรหลานเข้าเรียนโsงเรียนนานาชาติในไทยเช่นกัน เนื่องจากมีการขยายหลักสูตร เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ปกครองที่ต้องการการศึกษาคุณภาพสูงและมีมาตรฐานเทียบเท่าสากล

ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ

ตอบโจทย์ผู้ปกครองรายได้สูง

รวมทั้งให้ความสำคัญต่ออัตราส่วนระหว่างครูผู้สอนกับจำนวนนักเรียน โดยมีอัตราครู 1 คน ต่อนักเรียน 8 คน สะท้อนถึงคุณภาพการศึกษาที่สูงขึ้นและการให้ความสำคัญกับการดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิดมากขึ้น

ส่งผลให้โsงเรียนนานาชาติในไทยมีมาตรฐานเทียบเท่าโsงเรียนนานาชาติในระดับสากล ผู้ปกครองชาวไทยและต่างชาติจึงนิยมส่งบุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนนานาชาติของไทย จากเดิมที่นิยมส่งบุตรหลานไปเรียนที่ต่างประเทศเป็นหลัก

นอกจากนี้ ปัจจัยสนับสนุนเชิงจิตวิทยาที่ส่งผลให้โรงเรียนนานาชาติได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้ปกครองที่มีรายได้สูง 1 ในปัจจัยสำคัญ คือ สถานะทางสังคม หรือ Status แม้ว่าการเรียนในโรงเรียนนานาชาติจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าทางเลือกทั่วไป แต่ผู้ปกครองที่มีรายได้สูงก็เลือกที่จะลงทุนด้านการศึกษาให้แก่บุตรหลาน เนื่องจากได้รับการยอมรับในสังคมและการมีส่วนร่วมในเครือข่ายสากล ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จและความมั่งคั่ง

นอกจากนี้ ความชอบในสิ่งที่ ‘Exclusive’ หรือ มีความพิเศษกว่า ยังเป็นอีก 1 ปัจจัยที่ผู้มีรายได้สูงมักมองหาประสบการณ์หรือสิ่งที่ไม่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป โรงเรียนนานาชาติมีหลักสูตรเฉพาะ การเข้าถึงเครือข่ายระดับโลก และสภาพแวดล้อมที่จะช่วยสร้างโอกาสการพัฒนาทักษะระดับสากล จึงสามารถตอบโจทย์กลุ่มผู้ปกครองที่มีรายได้สูงเป็นอย่างดี

ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ

เติบโตก้าวกระโดด รายได้รวม 7,327 ล้านบาท

จากข้อมูลนิติบุคคลธุรกิจการศึกษาในประเทศไทย (ณ วันที่ 30 เมษายน 2568) พบว่า มีธุรกิจการศึกษาในประเทศไทย จำนวน 7,511 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 50,633.46 ล้านบาท แบ่งตามขนาดธุรกิจการศึกษา ขนาดเล็ก (S) 7,362 ราย (98.02%) ทุนจดทะเบียนรวม 33,159.56 ล้านบาท ขนาดกลาง (M) 122 ราย ทุน 11,239.55 ล้านบาท และ ขนาดใหญ่ 27 ราย (0.36%) ทุน 6,234.35 ล้านบาท ประกอบธุรกิจในรูปแบบ บริษัทจำกัด 6,717 ราย (89.43%) ทุน 48,171.92 ล้านบาท ห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 790 ราย (10.52%) ทุน 1,116.64 ล้านบาท และ บริษัทมหาชนจำกัด 4 ราย (0.05%) ทุน 1,344.90 ล้านบาท

ข้อมูลสำคัญที่ทำให้ธุรกิจการศึกษาในประเทศไทยเป็นที่น่าจับตามอง หากวิเคราะห์ย้อนหลังไป 5 ปี (2563-2567) เห็นได้ชัดว่าการจัดตั้งธุรกิจและทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย ปี 2563 จำนวน 502 ราย ทุน 1,012.18 ล้านบาท ปี 2564 จำนวน 512 ราย (เพิ่มขึ้น 12 ราย หรือ +1.99%) ทุน 719.10 ล้านบาท ปี 2565 จำนวน 616 ราย (เพิ่มขึ้น 12 ราย หรือ +1.99%) ทุน 1,496.04 ล้านบาท ปี 2566 จำนวน 889 ราย (เพิ่มขึ้น 273 ราย หรือ +44.32%) ทุน 1,733.03 ล้านบาท และ ปี 2567 จำนวน 979 ราย (เพิ่มขึ้น 90 ราย หรือ +10.12%) ทุน 1,875.37 ล้านบาท สำหรับเดือนมกราคม – เมษายน 2568 มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 319 ราย ทุน 610.34 ล้านบาท

ด้านผลประกอบการ 3 ปีที่ผ่านมา (2564-2566) มีรายได้รวม ปี 2564 รายได้ 33,126.88 ล้านบาท ปี 2565 รายได้ 39,033.54 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 5,906.66 ล้านบาท หรือ +17.83%) และปี 2566 รายได้ 46,290.96 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 7,257.42 ล้านบาท หรือ +18.59%) ผลประกอบการ (กำไร/ขาดทุน) ปี 2564 กำไร 1,491.08 ล้านบาท ปี 2565 กำไร 3,368.36 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 1,877.28 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 1.26%) และปี 2566 กำไร 5,785.58 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 2,417.22 ล้านบาท หรือ +71.76% )

สำหรับการลงทุนของชาวต่างชาติในประเทศไทย พบว่า มีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 5,732.96 ล้านบาท โดยสัญชาติที่ลงทุนมากที่สุด คือ อังกฤษ 1,706.29 ล้านบาท (30%) จีน 636.07 ล้านบาท (11%) สิงคโปร์ 428.45 ล้านบาท (7%) และ อื่นๆ 2,962.15 ล้านบาท (52%)

ทั้งนี้ ปัจจุบัน ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรมีการระบุว่าโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย ในปี 2566 รายได้รวมเติบโตอย่างก้าวกระโดดเป็น 7,327 ล้านบาท (+28.04% เมื่อเทียบกับปี 2565) ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการขยายฐานนักเรียนและอาจรวมถึงการเพิ่มค่าเล่าเรียนหรือการขยายหลักสูตรเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ปกครองที่ต้องการการศึกษาคุณภาพสูงสำหรับบุตรหลาน

ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ

ยังมีโอกาสเติบโตแม้การแข่งขันสูง

สำหรับโอกาสในการขยายตลาดของโsงเรียนนานาชาติในไทย ไม่เพียงแต่การเพิ่มจำนวนสาขาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการตอบสนองความต้องการของผู้เรียนยุคใหม่ ตั้งแต่การเข้าสู่จังหวัดท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก การพัฒนาหลักสูตรพิเศษ

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจโsงเรียนนานาชาติยังมีความท้าทายที่ต้องเผชิญ เช่น อัตราการเกิดของประชากรที่อาจลดลงในระยะยาว ซึ่งอาจกระทบต่อจำนวนนักเรียนใหม่ในอนาคต นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เช่น ค่าแรงครู และการบำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลต่ออัตรากำไรสุทธิในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภาวะที่การแข่งขันจากโรงเรียนต่างชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มรุนแรงขึ้น แต่ยังคงมีโอกาสสร้างการเติบโตผ่านช่องทางการตลาดอื่นๆ ได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo