Business

ตลาดที่อยู่อาศัยภาคใต้ 4 จังหวัด ท่องเที่ยวหนุนฟื้นตัว

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เผยผลสำรวจตลาดที่อยู่อาศัยจังหวัดภาคใต้ ครึ่งหลัง ปี 2567 ฟื้นตัวมากกว่าภาคอื่น จากท่องเที่ยวขยายตัว ยอดโอนเพิ่มหลังโควิด และสงครามรัสเซีย-ยูเครน

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รายงานสถานการณ์ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยที่ยังอยู่ระหว่างขายในช่วงครึ่งหลังปี 2567 ของจังหวัดภาคใต้ 4 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดภูเก็ต สงขลา, สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช

ตลาดที่อยู่อาศัย

จากผลสำรวจพบว่า ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในภาคใต้ฟื้นตัวมากกว่าภาคอื่น ๆ ซึ่งมาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ

1. การโอนที่เกิดจากการขายโครงการเก่าที่ชะลอการโอนกรรมสิทธิ์จากช่วงหลังการแพร่ระบาดของ COVID -19

2. การขยายตัวของธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ

3. สงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งมีผลโดยตรงกับตลาดวิลล่าและคอนโดมิเนียมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดภูเก็ต

สำหรับภาพรวมในครึ่งหลังปี 2567 ภาคใต้ 4 จังหวัด มีจำนวนที่อยู่อาศัยเสนอขาย 26,442 หน่วย เพิ่มขึ้น 15% มูลค่า 175,205 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.9% แบ่งเป็น
โครงการอาคารชุด 17,254 หน่วย มูลค่า 13,1192 ล้านบาท และ โครงการบ้านจัดสรร 9,188 หน่วย มูลค่า 44,013 ล้านบาท

ทั้งนี้ โดยมีที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่จำนวน 12,019 หน่วย เพิ่มขึ้น 69.6% มูลค่า 86,770 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.5% แบ่งเป็นโครงการอาคารชุด 10,826 หน่วย มูลค่า 80,389 ล้านบาท และ โครงการบ้านจัดสรร 1,193 หน่วย มูลค่า 6,381 ล้านบาท

สำหรับที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่ในช่วงเวลาเดียวกันมีจำนวน 9,430 หน่วย เพิ่มขึ้น 49.6% มูลค่า 69,008 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 92.4% ในจำนวนที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่ดังกล่าวแบ่งเป็นโครงการอาคารชุด 7,305 หน่วย มูลค่า 58,880 ล้านบาท และ โครงการบ้านจัดสรร 2,125 หน่วย มูลค่า 10,127 ล้านบาท

จำนวนที่อยู่อาศัยเหลือขาย 17,012 หน่วย เพิ่มขึ้น 1.9% มูลค่า 106,197 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.3 ในจำนวนดังกล่าวแบ่งเป็น โครงการอาคารชุด 9,949 หน่วย มูลค่า 72,312 ล้านบาท และ โครงการบ้านจัดสรร 7,063 หน่วย มูลค่า 33,885 ล้านบาท

เมื่อเปรียบเทียบระหว่างตลาดที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างขายของ 4 จังหวัดนี้ พบว่า จังหวัดภูเก็ต และ จังหวัดสงขลา เป็นจังหวัดที่มีขนาดตลาดเป็นลำดับ 1 และ 2 ในทุกด้าน

สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยจังหวัดภูเก็ต

จังหวัดภูเก็ต มีที่อยู่อาศัยที่เสนอขายทั้งสิ้น 17,627 หน่วย มูลค่า 138,251 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.2% และ เพิ่มขึ้น 51.3% โดยแบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร 2,116 หน่วย มูลค่า 11,629 ล้านบาท โครงการอาคารชุด 15,511 หน่วย มูลค่า 126,622 ล้านบาท

รูป 2 0

 

ในช่วงครึ่งหลังปี 2567 มีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาด 10,613 หน่วย เพิ่มขึ้น 79.5% มูลค่า 81,180 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้ 67.2% ส่วนจำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่มีจำนวน 7,468 หน่วย เพิ่มขึ้น 72.1% มูลค่า 61,173 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 116.8% โดยมีจำนวนที่อยู่อาศัยเหลือขาย 10,159 หน่วย เพิ่มขึ้น 19.4% มูลค่า 77,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566

ทำเลที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่สูงสุด 5 อันดับแรก

อันดับ 1 โซนหาดบางเทา-หาดสุรินทร์ จำนวน 3,428 หน่วย มูลค่า 39,848 ล้านบาท

อันดับ 2 โซนฉลอง-วิชิต จำนวน 905 หน่วย มูลค่า 3,011 ล้านบาท

อันดับ 3 โซนหาดราไวย์ จำนวน 790 หน่วย มูลค่า 5,611 ล้านบาท

อันดับ 4 โซนหาดกะรน-หาดกะตะ จำนวน 707 หน่วย มูลค่า 4,331 ล้านบาท

อันดับ 5 โซนเทพกระษัตรี-ศรีสุนทร จำนวน 520 หน่วย มูลค่า 1,913 ล้านบาท

ทำเลที่อยู่อาศัยเหลือขายสูงสุด 5 อันดับแรก

อันดับ 1 โซนหาดบางเทา-หาดสุรินทร์ จำนวน 4,466 หน่วย มูลค่า 46,411 ล้านบาท

อันดับ 2 โซนหาดราไวย์ จำนวน 1,418 หน่วย มูลค่า 9,173 ล้านบาท

อันดับ 3 โซนฉลอง-วิชิต จำนวน 952 หน่วย มูลค่า 2,965 ล้านบาท

อันดับ 4 โซนหาดกะรน-หาดกะตะ จำนวน 731 หน่วย มูลค่า 4,066 ล้านบาท

อันดับ 5 โซนเทพกระษัตรี-ศรีสุนทร จำนวน 706 หน่วย มูลค่า 2,762 ล้านบาท

รูป 1 0

สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยจังหวัดสงขลา

ครึ่งหลังปี 2567 ในพื้นที่สำรวจจังหวัดสงขลา มีที่อยู่อาศัยที่เสนอขายรวมทั้งสิ้น 4,850 หน่วย ลดลง 5.9% มูลค่า 18,250 ล้านบาท ลดลง 13.5% โดยแบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร 3,355 หน่วย มูลค่า 14,796 ล้านบาท โครงการอาคารชุด 1,495 หน่วย มูลค่า 3,454 ล้านบาท

ที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวน 1,083 หน่วย เพิ่มขึ้น 207.7% มูลค่า 3,670 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.7% ส่วนจำนวนหน่วยขายได้ใหม่ 1,166 หน่วย เพิ่มขึ้น 14.5%  มูลค่า 4,218 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.3% โดยมีจำนวนที่อยู่อาศัยเหลือขาย 3,684 หน่วย ลดลง 11% มูลค่า 14,032 ล้านบาท ลดลง 19.1%

ทำเลที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่สูงสุด 5 อันดับแรก

อันดับ 1 โซนในเมืองหาดใหญ่ จำนวน 417 หน่วย มูลค่า 1,091 ล้านบาท

อันดับ 2 โซนท่าข้าม-ควนหิน จำนวน 168 หน่วย มูลค่า 744 ล้านบาท

อันดับ 3 โซนควนลัง จำนวน 147 หน่วย มูลค่า 694 ล้านบาท

อันดับ 4 โซนคอหงส์-ทุ่งงาย จำนวน 137 หน่วย มูลค่า 494 ล้านบาท

อันดับ 5 โซนบ้านพรุ จำนวน 104 หน่วย มูลค่า 431 ล้านบาท

ทำเลที่อยู่อาศัยเหลือขายสูงสุด 5 อันดับแรก

อันดับ 1 โซนท่าข้าม-ควนหิน จำนวน 1,002 หน่วย มูลค่า 4,496 ล้านบาท

อันดับ 2 โซนคอหงส์-ทุ่งงาย จำนวน 843 หน่วย มูลค่า 2,228 ล้านบาท

อันดับ 3 โซนควนลัง จำนวน 506 หน่วย มูลค่า 2,521 ล้านบาท

อันดับ 4 โซนคลองแห จำนวน 464 หน่วย มูลค่า 1,848 ล้านบาท

อันดับ 5 โซนบ้านพรุ จำนวน 313 หน่วย มูลค่า 1,157 ล้านบาท

สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ครึ่งหลังปี 2567 สำรวจในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีที่อยู่อาศัยที่เสนอขายรวมทั้งสิ้น 2,602 หน่วย ลดลง 24.2% มูลค่า 10,988 ล้านบาท ลดลง 17.1% แบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร 2,354 หน่วย มูลค่า 9,872 ล้านบาท โครงการอาคารชุด 248 หน่วย มูลค่า 1,116 ล้านบาท

ในช่วงครึ่งหลังปี 2567 มีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวน 277 หน่วย ลดลง 58.8% มูลค่า 1,690 ล้านบาท ลดลง 40.4% ส่วนจำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่มีจำนวน 531 หน่วย ลดลง 18.2% มูลค่า 2,276 ล้านบาท ลดลง 16.0% โดยมีที่อยู่อาศัยเหลือขาย 2,071 หน่วย ลดลง 25.6% มูลค่า 8,172 ล้านบาท ลดลง 17.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566

shutterstock 1370997494

ทำเลที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่สูงสุด 5 อันดับแรก

อันดับ 1 โซนประดู่-บางชุมโถ จำนวน 180 หน่วย มูลค่า 622 ล้านบาท

อันดับ 2 โซนมะขามเตี้ย จำนวน 105 หน่วย มูลค่า 337 ล้านบาท

อันดับ 3 โซนบางใบไม้ – คลองน้อย จำนวน 96 หน่วย มูลค่า 367 ล้านบาท

อันดับ 4 โซนหาดเฉวง-บ่อผุด จำนวน 77 หน่วย มูลค่า 565 ล้านบาท

อันดับ 5 โซนแม่น้ำ จำนวน 35 หน่วย มูลค่า 257 ล้านบาท

ทำเลที่อยู่อาศัยเหลือขายสูงสุด 5 อันดับแรก

อันดับ 1 โซนประดู่-บางชุมโถ จำนวน 1,049 หน่วย มูลค่า 4,177 ล้านบาท
อันดับ 2 โซนมะขามเตี้ย จำนวน 424 หน่วย มูลค่า 1,303 ล้านบาท
อันดับ 3 โซนบางใบไม้ – คลองน้อย จำนวน 315 หน่วย มูลค่า 1,278 ล้านบาท
อันดับ 4 โซนหาดเฉวง-บ่อผุด จำนวน 181 หน่วย มูลค่า 1,431 ล้านบาท
อันดับ 5 โซนขุนทะเล จำนวน 42 หน่วย มูลค่า 75 ล้านบาท

สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยจังหวัดนครศรีธรรมราช

จังหวัดนครศรีธรรมราช มีที่อยู่อาศัยที่เสนอขายรวมทั้งสิ้น 1,363 หน่วย ลดลง 13.1% มูลค่า 7,715 ล้านบาท ลดลง 5.1% ซึ่งทั้งหมดเป็นโครงการบ้านจัดสรร มีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวน 46 หน่วย ลดลง 76.3% มูลค่า 230 ล้านบาท ลดลง 91.3%

ส่วนจำนวนหน่วยขายได้ใหม่มีจำนวน 265 หน่วย ลดลง 11.1 มูลค่า 1,339 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.7% โดยมีจำนวนที่อยู่อาศัยเหลือขาย 1,098 หน่วย ลดลง 13.6% มูลค่า 6,376 ล้านบาท ลดลง 8.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566

ทำเลที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก

อันดับ 1 โซนอ้อมค่าย จำนวน 127 หน่วย มูลค่า 547 ล้านบาท

อันดับ 2 โซนในเมือง จำนวน 66 หน่วย มูลค่า 589 ล้านบาท

อันดับ 3 โซนเบญจม จำนวน 44 หน่วย มูลค่า 124 ล้านบาท

ทำเลที่อยู่อาศัยเหลือขายสูงสุด 3 อันดับแรก

อันดับ 1 โซนอ้อมค่าย จำนวน 577 หน่วย มูลค่า 2,807 ล้านบาท

อันดับ 2 โซนในเมือง จำนวน 306 หน่วย มูลค่า 3,027 ล้านบาท

อันดับ 3 โซนเบญจม จำนวน 153 หน่วย มูลค่า 392 ล้านบาท

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo