Business

‘ซีพีเอฟ’ เพิ่มเงินลงทุน ‘เวียดนาม-จีน’ มั่นใจมีโอกาสเติบโตสูง

“ซีพีเอฟ” เพิ่มเงินลงทุนในเวียดนาม และจีน มั่นใจเวียดนามโดดเด่น มีโอกาสเติบโตสูง กำไรเพิ่มตามสัดส่วนการลงทุนที่เพิ่มขึ้น และผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้นดีขึ้น

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ มีมติอนุมัติให้ ซีพีเอฟ อินเวสต์เมนต์ จำกัด (CPF Investment Limited) บริษัทย่อยที่ดำเนินกิจการลงทุน เข้าซื้อเงินลงทุนเพิ่มอีกจำนวน 23.8% ให้เป็น 100% ใน C.P. Pokphand Co., Ltd. หรือ CPP บริษัทย่อย ที่ลงทุนในธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม และอาหารครบวงจรในเวียดนาม รวมถึงการลงทุนในธุรกิจไก่เนื้อครบวงจร ธุรกิจอาหาร ธุรกิจสัตว์น้ำ ธุรกิจอาหารสัตว์ และธุรกิจสุกรในจีน

ซีพีเอฟ

การลงทุนในเวียดนาม และจีน ที่ได้รับการอนุมัติดังกล่าวจะมีมูลค่ารวม 1,100 ล้านดอลลาร์ โดยเป็นการซื้อจาก ITOCHU Corporation ซึ่งจะส่งผลให้ซีพีเอฟเป็นผู้ถือหุ้น 100% ใน CPP

การเป็นผู้ถือหุ้นแต่เพียงรายเดียว จะช่วยให้ซีพีเอฟมีความคล่องตัวมากขึ้นในการบริหารจัดการ และสามารถดำเนินงานเชิงกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจเพิ่มเติมในประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศที่มีโอกาส และศักยภาพในการเติบโตสูง

หากรัฐบาลเวียดนามอนุญาตให้บริษัทต่างชาติเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ บริษัทก็เตรียมเดินหน้าขับเคลื่อนการเข้าจดทะเบียนฯ

นอกจากนี้ ยังดำเนินการปรับแนวทางการทำธุรกิจในประเทศจีน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันให้ดีขึ้น

จากสัดส่วนการถือหุ้นของกลุ่มซีพีเอฟใน CPP ที่เพิ่มขึ้นจาก 76.2% เป็น 100% จะส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของซีพีเอฟจาก CPP เพิ่มขึ้น และจะมีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (Return on Equity: ROE) ที่ดีขึ้นด้วย

โดยการกำหนดมูลค่าเงินลงทุนที่เข้าซื้อ ได้อ้างอิงจากมูลค่าที่เหมาะสมกับการเติบโตในอนาคตของธุรกิจ ซึ่งประเมินโดยที่ปรึกษาทางการเงินด้วยวิธีต่าง ๆ ตามหลักมาตรฐานสากล

ประกอบด้วย วิธีการคิดลดกระแสเงินสด (Discounted Cash Flow) รวมถึงวิธีเปรียบเทียบอัตราส่วนราคาตลาด กับกิจการในอุตสาหกรรมเดียวกัน (Market Comparable Approach)

เช่น วิธีอัตราส่วนมูลค่ากิจการต่อกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EV/EBITDA) และวิธีอัตราส่วนราคาตลาดต่อกำไรสุทธิ (P/E)

ซีพีเอฟ

ท างด้านนายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหารซีพีเอฟ ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า นับตั้งแต่ความร่วมมือที่เริ่มต้นระหว่างกันมาเป็นเวลากว่า 10 ปี ความสัมพันธ์ทางธุรกิจได้ก่อให้เกิดสร้างคุณค่าทางธุรกิจร่วมกัน ทั้งทางการค้าระหว่างกัน และการลงทุนร่วม

จากความสามารถที่เสริมระหว่างกันในด้านต่าง ๆ อาทิเช่น การจัดหาวัตถุดิบ หรือ การจัดจำหน่ายสินค้า ซึ่งแม้มีการเปลี่ยนแปลงในด้านการลงทุนดังกล่าว ความร่วมมือต่าง ๆ จะยังคงดำเนินต่อไป โดยมีเป้าหมายในการสร้างพลังความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X: https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

Avatar photo