“เผ่าภูมิ” ประกาศ “Zero Tolerance” ลั่นสินค้าเลี่ยงภาษีสรรพสามิตต้องเป็นศูนย์ 3 แนวทางยกระดับจับกุม-ปรามปรามทุกมิติ
ดร. เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมกรมสรรพสามิต โดยกล่าวว่า ในด้านการจัดเก็บภาษี ขอให้มุ่งเน้นต่อยอดนโยบายที่ส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขันของประเทศไทย ซึ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการรถยนต์ประเภท Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) รวมทั้ง ผู้ประกอบการน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันเพื่อศึกษาเทคโนโลยีการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF : Sustainable Aviation Fuel)
โดยจะนำข้อมูลที่ได้รับมาพิจารณากำหนดแนวทางการดำเนินนโยบายของกระทรวงการคลังที่พร้อมให้การสนับสนุนส่งเสริมด้านความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป

Zero Tolerance สินค้าเลี่ยงภาษีสรรพสามิตต้องเป็นศูนย์
สำหรับด้านการปราบปรามผู้กระทำผิดตามกฎหมายสรรพสามิต ได้กำชับให้กรมสรรพสามิตดำเนินงานตามนโยบาย “Zero Tolerance : สินค้าหลีกเลี่ยงภาษีสรรพสามิตต้องเป็นศูนย์”
โดยให้กรมสรรพสามิตเดินหน้าจับกุมและปราบปรามอย่างจริงจัง มุ่งเน้นการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายที่ลักลอบนำเข้ามาโดยไม่ได้เสียภาษี โดยเฉพาะตามเส้นทางบริเวณชายแดนที่นำเข้ามาจำหน่ายในพื้นที่ต่าง ๆ หรือการขายสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษีบนเครือข่ายออนไลน์ที่พบเห็นมากขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าสรรพสามิตและปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตตามนโยบายรัฐบาล

3 แนวทางปราบปราม
จึงกำหนดแนวทางยกระดับการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต ประกอบด้วย
1.การเน้นการขยายผลการจับกุมรายเล็กไปจนถึงรายใหญ่ เพื่อขจัดต้นตอการผลิตหรือลักลอบนำเข้าสินค้าสรรพสามิต โดยเฉพาะสินค้าสุราและยาสูบ โดยขอให้บูรณาการกับหน่วยงานภายนอกเพื่อตรวจสอบเส้นทางการขนส่งตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด
2.เพิ่มศักยภาพด้วยการใช้เทคโนโลยีเคลื่อนที่ในการช่วยตรวจสอบสินค้า และบูรณาการความร่วมมือ MOU กับบริษัทขนส่งทุกบริษัท ในการตรวจสอบเส้นทางการขนส่งสินค้า และให้มีการขยายผลหาผู้กระทำความผิดเพื่อตัดวงจรการขนส่งสินค้าผิดกฎหมายสรรพสามิต
3.สร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชน เน้นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปแจ้งเบาะแสผ่านช่องทางระบบร้องเรียน หรือสายด่วน 1713 โดยผู้ร้องเรียนมีสิทธิขอรับเงินสินบนรางวัลได้เมื่อคดีสิ้นสุดลง
ขอให้กรมสรรพสามิตเร่งรัดการปราบปรามให้เข้มงวดยิ่งขึ้นเพื่อเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล โดยต้องดำเนินการให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม และตั้งเป้าหมายให้สินค้าที่ลักลอบนำเข้าโดยไม่ได้เสียภาษีโดยเฉพาะสินค้าสุราและยาสูบลดลงให้มากที่สุด เพราะสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษีนี้ อาจเป็นสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพมาตรฐานความปลอดภัยซึ่งส่งผลต่อสุขภาพและชีวิตของพี่น้องประชาชน และยังสร้างความเสียหายต่อผู้ประกอบการที่เสียภาษีโดยสุจริต และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย

ยกระดับปราบครามครอบคลุมทุกมิติ
ดร. กุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า กรมสรรพสามิตพร้อมขับเคลื่อนนโยบายด้านการจัดเก็บภาษีและการปราบปรามดังกล่าว ให้ความสำคัญในการดำเนินมาตรการภาษีสรรพสามิตเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และดูแลพี่น้องประชาชน มุ่งเน้นในการดำเนินนโยบายด้าน ESG อย่างต่อเนื่อง และนำกลยุทธ์ SMART Excise มาใช้เพื่อยกระดับการทำงานทั้งระบบ
โดยในด้านการส่งเสริมความยั่งยืน กรมสรรพสามิตได้มีการศึกษาและพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างภาษีสินค้าในพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตที่จัดเก็บในปัจจุบันและขยายฐานภาษีไปยังสินค้าประเภทใหม่ รวมทั้งพิจารณาการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่อุตสาหกรรมตามที่รัฐบาลต้องการส่งเสริมด้วย
ในด้านการยกระดับการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 โดยเฉพาะสินค้าสุราและบุหรี่เถื่อน ได้สั่งการให้สำนักงานสรรพสามิตภาค สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ และสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม ดำเนินการปราบปรามการกระทำผิดอย่างเข้มงวดและจริงจัง ให้ครอบคลุมทุกมิติ ดังนี้
1. ด้านการลักลอบนำเข้าสินค้าที่มิได้เสียภาษีสรรพสามิต กรมสรรพสามิตจะจัดกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจตั้งจุดตรวจร่วมกับหน่วยงานที่ได้มีการบูรณาการความร่วมมือไว้ เพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวังเส้นทาง การขนส่งตามแนวชายแดนทั้งทางบกและทางทะเล ที่เป็นจุดเสี่ยงที่อาจเกิดการลักลอบนำเข้าอย่างเข้มงวด
2. ด้านการลักลอบขนส่งสินค้าที่มิได้เสียภาษีสรรพสามิตผ่านบริการขนส่งพัสดุ กรมสรรพสามิตจะพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานของศูนย์ปราบปรามสินค้าออนไลน์ และยกระดับความร่วมมือไปยังสำนักงานสรรพสามิตภาคทั่วประเทศ เพื่อให้ช่วยในการตรวจสอบการขายสินค้าผิดกฎหมายผ่านทางออนไลน์ และเร่งทำความตกลงบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานขนส่งทุกบริษัท เพื่อให้มีข้อมูลเพิ่มขึ้นในการใช้ในการวิเคราะห์ คัดกรอง และจัดทำ Big Data เพื่อใช้ในการสืบค้นข้อมูลและขยายผลหาผู้กระทำความผิด เพื่อตัดวงจรการขนส่งสินค้าผิดกฎหมายสรรพสามิตต่อไป
3. ด้านการลักลอบขายสินค้าที่มิได้เสียภาษีสรรพสามิต กรมสรรพสามิตบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานปกครองในทุกพื้นที่ เพื่อตรวจสอบการเสียภาษีสรรพสามิตและตรวจสอบใบอนุญาตขายสุราและใบอนุญาตขายยาสูบของกรมสรรพสามิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานด้านการจัดเก็บภาษี รวมถึงป้องกันและปราบปรามการกระทำผิด อีกทั้ง ได้จัดกำลังชุดเจ้าหน้าที่สายตรวจเข้าตรวจสอบร้านค้าและเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการลักลอบขายสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษีสรรพสามิต

ดร.กุลยาฯ กล่าวต่อว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ในช่วง 5 เดือนแรก ผลการปราบปรามของกรมสรรพสามิตเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 14,851 คดี สูงกว่าปีก่อน 15.54% เงินค่าปรับนำส่งคลังจำนวน 198.11 ล้านบาท ซึ่งกรมสรรพสามิตจะเร่งยกระดับการทำงานเชิงรุกในด้านการปราบปรามทั้งระบบ และศึกษาแนวทางการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปราม รวมถึง บูรณาการหาความร่วมมือในการทำงานร่วมกับหน่วยงานภายในและหน่วยงานภายนอกองค์กรเพิ่มเติมต่อไป
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- นายกฯ สั่งทุกหน่วย เร่งเบิกจ่ายงบลงทุน 1.46 ล้านล้านบาท กระตุ้น GDP หลังพบเบิกจ่ายต่ำกว่าเป้า
- ‘นายกรัฐมนตรี’ เรียกประชุม ‘ทีมคลัง’ ติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
- เคาะแล้ว! แจกเงินหมื่นเฟส 3 ให้วัยรุ่น 2.7 ล้านคน ประเดิมดิจิทัลวอลเล็ต เป็นวัยตื่นรู้ทางเทคโนโลยี
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook : https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X : https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram : https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg