“สารัชถ์” เผยแนวคิดลงทุนธุรกิจนอกกลุ่มพลังงาน ชี้ทั้งอินทัช-เอไอเอส-คริปโต ล้วนเป็นเทรนด์แรงระดับโลก ชี้ไทยต้องเร่งปรับตัวเอง พร้อมแข่งขัน ลั่นหยุดนิ่งเท่ากับถอยหลัง
นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวอลลอปเมนท์ และประธานกรรมการบริหาร แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส กล่าวในงาน CHULA THAILAND PRESIDENTS SUMMIT 2025 หัวข้อเรื่อง Future Thailand: Energizing Socirtty

นายสารัชถ์ กล่าวว่า ภาพรวมของธุรกิจพลังงานไทยเมื่อ 30 ปีที่ผ่านมา เริ่มจากถ่านหิน เนื่องจากราคาถูกที่สุด และภาครัฐให้การสนับสนุน แต่ก็เป็นพลังงานที่ถูกต่อต้านมากจากรณีเหมืองแม่เมาะ ทำให้กัลฟ์ ทำโรงงานไฟฟ้าถ่านหินมานาน 7 ปี 4 รัฐบาลยังไม่สำเร็จ
ต่อมาเกิดพลังงานก๊าซธรรมชาติ ที่เป็นทางเลือกที่ดีกว่า และมีบทบาทในการผลิตไฟฟ้าอย่างมาก ช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศ จนกระทั่งเกิดสถานการณ์ราคาก๊าซผันผวนเมื่อเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน
จนกระทั่งในปัจจุบัน โลกเริ่มให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาด มีการลงทุนมากขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนถูกลง ซึ่งกัลฟ์เอง มีการลงทุนพลังงานสะอาดหลายแห่งโดยแฉพาะในต่างประเทศ เพื่อตอบสนองทิศทางพลังงานโลก ที่ต้องการพลังงานสะอาดในราคาถูก
สำหรับการลงทุนพลังงานสะอาดในต่างประเทศ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะในช่วงโควิดทำให้สามารถซื้อหรือลงทุนได้ในต้นทุนที่ถูกลง เช่นการซื้อโรงงานพลังงานลมในเยอรมนี โรงงานก๊าซในชิคาโก และโรงงานพลังงานลมในประเทศอังกฤษ ซึ่งการเลือกลงทุนในต่างประเทศ ยังช่วยให้สามารถเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อนำมาปรับใช้พัฒนา

จากธุรกิจพลังงาน ไปสู่การลงทุนในธุรกิจต่างขั้ว อย่าง อินทัช ที่มีเอไอเอส เป็นบริษัทในเครือ ตลอดจนการลงทุนในธุรกิจคริปโตเคอเรนซี่ หรือเงินดิจิทัลนั้น เป็นการเกาะกระแสเทรนด์โลกมาแรงจากธุรกิจใหม่ที่ตอบสนองทั้งในปัจจุบันและในอนาคต
ทั้งนี้ จากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ธุรกิจหลายอย่างต้องปรับตัว มีการใช้แรงงานคนในระดับปฏิบัติการน้อยลง ทำให้ตัดสินใจลงทุนธุรกิจคอนเทนเนอร์ที่ท่าเรือแหลมฉบัง โดยใช้ระบบอัตโนมัติ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในต้นทุนที่ถูกลง
ส่วนที่มาของการลงทุนในอินทัช เนื่องจากปัจจุบัน มีการใช้ดาต้ามากขึ้นตามปริมาณดาต้าที่เพิ่มขึ้นมหาศาลจากการพัฒนาเทคโนโลยี จึงเลือกลงทุนในอินทัช ซึ่งเป็นบริษัทที่ดี มีทีมบริหารที่ดี และเป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์ได้ระยะยาว
พอมีอินทัช คนพูดถึงบิตคอยน์กันมากเลยคิดว่าควรเข้าไปเรียนรู้ และได้เป็นพันธมิตรกับไบแนนซ์ เปิดตลาด Exchange ในเมืองไทย เพราะตลาดบิดคอยน์ใหญ่มาก ถ้าเราไม่เข้าไป เราจะขาดความรู้และเสียโอกาสหากตลาดเงินทุนไหลไปที่คริปโตแทน
ทั้งนี้ ปัญหาที่น่าห่วงของประเทศไทยคือ ปัญหาเศรษฐกิจในประเทศที่รัฐบาลต้องแก้ไข และทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน เพื่อให้เศรษฐกิจของไทยกลับมาเป็นผู้ยำในภูมิภาคได้ เพราะตอนนี้ถือว่าคงที่หรือเติบโตน้อย ซึ่งเท่ากับถอยหลัง เพราะทำให้หลายประเทศแซงหน้าไทยไปแล้ว
- ‘เครือซีพี’ ตั้ง ‘ซิกเว่ เบรกเก้’ คุมธุรกิจโทรคมนาคม-ดิจิทัล มีผล 1 มี.ค. นี้
- ‘GULF’ ได้รับการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ปี 2567 ระดับ AAA
- มองหุ้น ‘GULF’ ลุ้นทํา ‘นิวไฮ’ ในโค้งสุดท้าย
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X: https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yx