“ดร.กอบศักดิ์” เตือนไทย เตรียมพร้อมเจรจา รับมือ “สงครามการค้า” จากนโยบาย “ทรัมป์ 2.0” เปลี่ยนความปั่นป่วนมาเป็นโอกาส หลังผู้นำสหรัฐ มีคำสั่งเก็บภาษีนำเข้า 25% สินค้าจากแคนาดา และเม็กซิโก พร้อมขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนอีก 10%
วันนี้ (2 ก.พ.) ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Kobsak Pootrakool กล่าวถึงสถานการณ์ล่าสุด ที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ลงนามในคำสั่งผู้บริหาร เก็บภาษีนำเข้า 25% ต่อสินค้าจากเม็กซิโก และแคนาดา รวมถึง ขึ้นภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าจากจีนอีก 10%

ดร.กอบศักดิ์ ระบุว่า เป็นเรื่องที่มาตามสัญญา สำหรับ “สงครามการค้า” ของ “ทรัมป์ 2.0” ซึ่งจะเป็นเรื่องที่เขย่าเศรษฐกิจ ตลาดการเงินโลกสัปดาห์หน้า
ในเวลา 12.01 น. วันอังคารนี้ (4 ก.พ.) สหรัฐจะเริ่มเก็บภาษีนำเข้า เม็กซิโก 25% สำหรับสินค้าทุกประเภท เช่นเดียวกับแคนาดา ที่จะโดนเรียกภาษีนำเข้าต่อสินค้าทุกประเภท 25% ยกเว้นกลุ่มพลังงาน ที่จะต้องจ่ายภาษีนำเข้า 10% และจีนโดนภาษีนำเข้าเพิ่มอีก 10% สำหรับสินค้าทุกชนิด
พร้อมกันนี้ ผู้นำสหรัฐ ยังประกาศยกเลิกการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้านำเข้าจากประเทศเหล่านี้ ที่ราคาต่ำกว่า 800 ดอลลาร์ต่อคนต่อวัน ซึ่ง ดร.กอบศักดิ์ ระบุว่า จุดนี้เคยเป็นช่องโหว่สำคัญในการนำเข้าสินค้ามายังอเมริกา โดยเฉพาะจากจีน ทำให้สินค้าราคาต่ำเข้ามาโดยไม่ได้รับการตรวจสอบ เข้ามาตีตลาด และทำร้ายเอสเอ็มอีสหรัฐ
“น่าจะพูดได้ว่า เป็นจุดจบของสนธิสัญญาการค้าโลกฉบับสำคัญ คือ NAFTA ที่ใช้มาตั้งแต่ 2537 และเป็นจุดเริ่มต้นของมหากาพย์ใหม่ สงครามการค้าโลก!”
ทั้งนี้ ยังต้องดูว่า แคนาดา เม็กซฺิโก และจีน จะตัดสินใจตอบโต้อย่างไร จะยอมคุกเข่าให้ ก่อนเที่ยงวันอังคาร ขอเจรจากับสหรัฐ เหมือนกับโคลอมเบียที่ยอมมาแล้ว หรือจะตอบโต้เพื่อรักษาศักดิ์ศรี
“แต่ถ้าเลือกจะตอบโต้ จะมีหมัดสอง โดนสหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าเพิ่มเติมหรือไม่ ดังเช่นที่เคยขู่โคลอมเบียว่า ถ้าไม่ยอม ก็จะขึ้นไปที่ 50%”

ดร.กอบศักดิ์ มองว่า การที่สหรัฐไม่ได้ประกาศบังคับใช้ทันที ส่วนหนึ่งก็น่าจะเป็นเพราะอยากให้ 3 ประเทศมีเวลาหารือ ตกลงใจ เลือกว่าจะเดินทางไหน จะยอม หรือ ลุกขึ้นมาต่อต้าน เพราะสหรัฐได้คำนวณแล้วว่า การค้าระหว่างประเทศของแคนาดาอยู่ที่ 67% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เม็กซิโกที่ 73% จีนที่ 37% และสหรัฐที่ 24%
นอกจากนี้ สหรัฐยังเป็นคู่ค้าหลักของแคนาดา และเม็กซิโก โดย 75% ของสินค้าส่งออกของแคนาดา ส่งมาที่สหรัฐ ส่วนเม็กซิโกมีสัดส่วนอยู่ที่ 77% ซึ่งความเป็นตายของ 2 ประเทศนี้ ขึ้นอยู่กับตลาดสหรัฐ สำหรับจีนพึ่งพาสหรัฐไม่มาก ที่ 15%
แต่การเริ่มคิดภาษีกับสินค้านำเข้าที่ต่ำกว่า 800 ดอลลาร์ จะช่วยเริ่มจัดการปัญหาสินค้าราคาถูกจากอีคอมเมิร์ซจีนที่หลั่งไหลเข้ามาท่วมตลาดสหรัฐได้
ทั้งหมดนี้ ทีมทรัมป์ คงคิดเรียบร้อยแล้วว่า ถ้าสู้กันสหรัฐได้เปรียบแน่ ๆ ส่วนหลังจากนี้ คงต้องมาติดตามกันว่า ประเทศเหล่านี้จะทำอย่างไร จะเลือกทางไหน
อย่างไรก็ดี ที่น่ากังวลใจยิ่งไปกว่านั้น ก็คือ 3 ประเทศนี้ คือ คู่ค้าที่สำคัญสุดของสหรัฐ เป็นท็อป 3 ของการนำเข้าสินค้าสหรัฐ ที่รวมกันแล้วคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 42% ของการนำเข้าทั้งหมด เป็นท็อป 3 ของการส่งออกสินค้าสหรัฐ ที่รวมกันแล้วคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 40% ของการส่งออกทั้งหมด
ถ้าสหรัฐกล้าทำกับคู่ค้าหลักของสหรัฐได้อย่างนี้ ประเทศอื่น ๆ ที่สำคัญน้อยกว่ามาก ก็อยู่ในข่ายสำหรับรอบถัด ๆ ไปเช่นกัน โดยเฉพาะ ยุโรป เวียดนาม ที่อยู่ต้น ๆ ของรายชื่อประเทศที่สหรัฐขาดดุลการค้าด้วยมาก
และคนอื่น ๆ รวมถึงประเทศเล็ก ๆ อย่างไทย ก็คงต้องเตรียมการไว้ได้เลย ว่าจะเจรจาอย่างไร จะยอมอย่างไร ที่จะอยู่ร่วมกับทรัมป์ 2.0 พร้อมรับมือ และ เปลี่ยนความปั่นป่วนมาเป็นโอกาสของเรา
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- สภาสหรัฐ ถก ‘คำสั่งทรัมป์’ ระงับ ‘งบช่วยต่างชาติ 90 วัน’ หวั่น ‘จีน’ ได้ประโยชน์
- เจาะแนวโน้มปี 2568 โอกาสและความเสี่ยงการลงทุน ยุคทรัมป์ 2.0
- ‘เดอะวิสดอมกสิกรไทย’ เตือนเศรษฐกิจโลก ยุค ‘ทรัมป์ 2.0’ ผันผวน แนะกระจายความเสี่ยง-ขยายพอร์ตลงทุน
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X: https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg