เรื่องที่ต้องรู้ ลงทุนหุ้นสร้างบ้าน 2568 เพื่อช่วยนักลงทุนวางแผนการลงทุนในกลุ่มหุ้นสร้างบ้านได้
แม้ที่ผ่านมาในปี 2567 “หุ้นสร้างบ้าน” หรือผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย จะต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก ทั้งจากอุปสงค์ที่อยู่อาศัยที่อ่อนแอ มาตรการสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น ตลอดจนการแข่งขันทางการตลาดที่กดดันกำไรของแต่ละบริษัท
ทว่าสำหรับภาพการลงทุนในปี 2568 ยังคงเต็มไปด้วยอุปสรรคที่นักลงทุนต้องระวัง หรือจะเต็มไปด้วยโอกาสและจุดเปลี่ยนสำคัญที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม บทความได้สรุปมุมมองการลงทุน พร้อมบทวิเคราะห์ภาพรวมตลาดจาก บล. กสิกรไทย ชี้ให้เห็นถึงประเด็นสำคัญในการลงทุน ทั้งแนวโน้มกำไร การเปิดตัวโครงการใหม่ และกลยุทธ์การปรับตัวของบริษัทในอุตสาหกรรม เพื่อช่วยนักลงทุนวางแผนการลงทุนในกลุ่มหุ้นสร้างบ้านอย่างมั่นใจในปีนี้

1. ยอดขายโค้งสุดท้ายไตรมาส 4/2567 ยังไม่โต
คาดยอดขายไตรมาส 4 ปี 2567 ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ 10 ราย ได้แก่ AP, BRI, LH, LPN, ORI, PSH, QH, SC, SIRI และ SPALI จะรายงานยอดขายรวมที่ 5.29 หมื่นล้านบาท ปรับลดลง 25% YoY และลดลง 10% QoQ ตามยอดขายทั้งในกลุ่มบ้านแนวราบและคอนโดมิเนียมที่เติบโตติดลบ เนื่องจากอุปสงค์ที่อยู่อาศัยที่อ่อนแอ ทำให้ฉุดยอดขายปี 2567 ลง
2. การแข่งขันที่สูงยังคงกดดันกำไร
โดยประเมินกำไรไตรมาส 4/2567 จะยังคงติดลบ พร้อมส่งผลกระทบต่อภาพรวมทั้งปี 2567 หนึ่งในสาเหตุสำคัญมาจากการแข่งขันที่สูงซึ่งกดดันอัตรากำไร รวมถึงดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้น นอกจากนี้ มาตรการสินเชื่อที่เข้มงวดจากสถาบันการเงิน และการเลื่อนกิจกรรมการเปิดตัวโครงการของหลายบริษัท ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันผลประกอบการของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์
3. ปี 2568 เปิดตัวคอนโดฯ เพิ่มขึ้น ส่วนบ้านแนวราบลดลง
มูลค่าเปิดตัวโครงการในปี 2567 ของทั้ง 10 บริษัทจะอยู่ที่ 2.612 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ในขณะที่การวิเคราะห์แนวโน้มการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2568 คาดว่าโครงการบ้านแรวราบจะมีมูลค่าเปิดตัวโครงการใหม่ที่ลดลงอย่างมาก เพื่อรับมือกับอุปสงค์ที่ชะลอตัว
แต่เชื่อว่าจะเห็นมูลค่าโครงการคอนโดฯ ใหม่ในปี 2568 เพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากการปรับสมดุลของอุปสงค์และอุปทานของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ อย่างไรก็ตาม มูลค่าโครงการแนวราบใหม่จะยังคงสูงกว่าคอนโดฯ
4. แนวโน้มธุรกิจอสังหาฯ ยังคงท้าทาย โดยเฉพาะช่วงครึ่งปีแรก
มองว่าแนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2568 ยังคงเผชิญกับความท้าทายอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 กลยุทธ์การระบายสินค้าคงเหลือจะยังคงดำเนินต่อไป ส่งผลให้ฐานกำไรจะอยู่ในระดับต่ำ และทำได้เพียงระดับทรงตัวเท่านั้น

5. ราคาหุ้นสะท้อนแนวโน้มที่อ่อนแอไปมากแล้ว
แต่อย่างไรก็ดี ด้วยราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ทำให้กลุ่มอสังหาริมทรัพย์มีการซื้อขายที่ระดับ -1SDV ของ PER เฉลี่ย 5 ปี และต่ำกว่าระดับ -2SDV ของ PBV เฉลี่ย 5 ปี หมายความว่าตลาดได้สะท้อนแนวโน้มที่อ่อนแอในราคาหุ้นไปพอสมควรแล้ว
6. ORI และ SC คือหุ้น Top Pick
คาดกำไรทั้งกลุ่มในปี 2568 จะทรงตัว แต่ ORI และ SC จะเติบโตโดดเด่นที่สุด เพราะแผนกลยุทธ์ที่มีคอนโดฯ ซึ่งจะสร้างเสร็จใหม่จำนวนมากในปี 2568 จึงมองว่า ORI และ SC จะสามารถสร้างการเติบโตของกำไรในระดับ 2 หลักได้อย่างโดดเด่นในปีนี้
แต่ผู้นำในอุตสาหกรรมอย่าง SIRI และ AP จะเผชิญความเสี่ยงที่ต่ำกว่าในหลายมิติเมื่อเทียบกับรายอื่นๆ เนื่องด้วยยังมีความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง และมีสถานะทางการเงินที่มั่นคง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านการเงินให้แก่การลงทุน
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เทรนด์ทำงานไฮบริด กระทบตลาดสำนักงานให้เช่า เผชิญภาวะโอเวอร์ซัพพลาย
- นายจ้างต้องรู้ 87% ของ Gen Z ให้ความสำคัญกับโอกาสเลื่อนตำแหน่ง
- SAM เปิดประมูลทรัพย์มือสอง มูลค่ารวม 697 ล้านเดือนก.พ.นี้
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์ : https://www.www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X (Twitter): https://twitter.com/BangkokInsigh
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yx