Business

เปิดเอกสารลับ! สบน.ปมร้อนถึง ‘การบินไทย’

เปิดเอกสารลับ สบน.ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เบรกจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้ว ชัดเจนกลัวกระทรวงการคลัง เสียสิทธิลงมติออกเสียง ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นเจ้าหนี้แล้ว จับตาประเด็นร้อนต้นปีหน้า ศาลล้มละลายกลาง นัดฟังคำสั่ง 21 ม.ค.68  คลังมีสิทธิโหวตหรือไม่ 

เปิดเอกสารลับ รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ หรือสบน. ปฎิบัติราชการแทนผู้อำนวยการสบน. ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 เรื่องการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วจากการแปลงหนี้เป็นทุน ของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กับกระทรวงพาณิชย์

ตามเอกสารลับที่ รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ทำถึงอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยระบุเนื้อหาว่า ด้วยเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 ได้มีการประชุมเจ้าหนี้ของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อพิจารณาแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการ และในการประชุมดังกล่าวเจ้าหนี้มีมติให้เลื่อนการประชุมเป็นวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 ประกอบกับบริษัทได้แจ้งต่อคณะกรรมการเจ้าหนี้ว่า บริษัทจะจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้ว จากการแปลงหนี้เป็นทุนกับกระทรวงพาณิชย์ ในวันที่ 6 ธันวาคม 2567

สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ขอเรียนว่ากระทรวงการคลังในฐานะเจ้าหนี้ของบริษัท ได้ทราบว่าบริษัทได้ยื่นขอจดทะเบียนแปลงหนี้เป็นทุนกับกระทรวงพาณิชย์แล้ว  หากมีการแปลงหนี้เป็นทุนก่อนวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 จะมีผลให้กระทรวงการคลังในฐานะเจ้าหนี้เสียสิทธิในการลงมติออกเสียงในการพิจารณาต่างๆ สำหรับการประชุมเจ้าหนี้ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567

เอกสารลับ

ดังนั้นเพื่อไม่ให้กระทรวงการคลังเสียสิทธิในการลงมติออกเสียง สำหรับการประชุมเจ้าหนี้ในวันดังกล่าว จึงขอให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วจากการแปลงหนี้เป็นทุนของบริษัทการบินไทย ภายหลังการประชุมเจ้าหนี้ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567  เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรมกับกระทรวงการคลัง ในฐานะเจ้าหนี้ของบริษัทการบินไทย

การทำหนังสือถึงกระทรวงพาณิชย์ แสดงให้เห็นว่า รู้อยู่แล้วว่าได้มีการแปลงหนี้เป็นทุนแล้ว และจะไม่มีสิทธิ์โหวต แต่ออกหนังสือด้วยเจตนาที่ไม่ชอบเป็นการละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เพราะการชะลอการจดทะเบียน ทำให้เกิดความเสียหายแก่การบินไทยต้องจ่ายดอกเบี้ยวันละ 2 ล้านบาท เท่ากับเปิดโอกาสให้กระทรวงคมนาคม  และกระทรวงการคลัง ส่งคนเข้ามาเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูฯ อีก 2 คน คือ นายปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งแบะจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม และนายพลจักร นิ่มวัฒนา รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กระทรวงการคลัง ตามความต้องการของการเมือง  ส่งผลให้คนจากรัฐบาลกุมเสียงข้างมาก 3 ใน 5 ของผู้บริหารแผนฟื้นฟูฯ  จนทำให้เกิดความห่วงใยว่าการเมืองจะเข้าไปแทรกแซงการบินไทยจนเกิดปัญหาเหมือนในอดีตได้

ในที่สุดการประชุมเจ้าหนี้เมื่อวันที่  29 พฤศจิกายน 2567  สามารถผลักดันจน 2 รายชื่อ ที่เสนอเข้าไปเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูฯ ใหม่ได้สำเร็จ ด้วยคะแนนที่ชนะกันฉิวเฉียด 50.4% และไม่เห็นชอบ 49.6% ชนะกันเพียงแค่  0.8% เท่านั้น หลังชนะโหวต มีการไปยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในวันเดียวกันให้ขึ้นทะเบียนได้

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีเจ้าหนี้ 8 รายยื่นคัดค้านต่อศาลล้มละลายไม่ให้รับรองมติดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าในทางปฏิบัติการแปลงหนี้เป็นทุนมีผลเปลี่ยนสถานะกระทรวงการคลัง พ้นจากความเป็นเจ้าหนี้ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 โดยศาลล้มละลายกลางพิจารณาครั้งแรกวันที่ 12 ธันวาคม 2567  ก่อนจะเลื่อนฟังคำสั่งเป็นวันที่ 21 มกราคม 2568

เอกสารลับ

ขณะที่นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานคณะผู้บริหารแผนฯ ระบุว่า หากวันที่ 21 มกราคม 2568  ศาลชี้ว่าการประชุมเจ้าหนี้เมื่อ 29 พฤศจิกายน 2567 ไม่ชอบด้วยกฎหมายจะส่งผลให้มติเป็น “โมฆะ” แต่หากชี้ว่าเห็นชอบการประชุมเจ้าหนี้ก็เดินตามขั้นตอนต่อไป หรือศาลฯอาจจะชี้ไม่เห็นชอบในแต่ละวาระ จากทั้งหมด 3 วาระ โดยคำคัดค้านของเจ้าหนี้ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่ต้องชี้แจง

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ผลจะออกมาอย่างไร ยังคงเป็นที่น่าติดตามต่อไปในช่วงเดือนมกราคม 2568 การบินไทยจะเป็นอย่างไรในอนาคต จะกลับไปสู่ แดนสนธยา ของการเมืองหรือไม่น่าติดตามยิ่งนัก เพราะการบินไทย ยังคงต้องมีเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างอีกมากมาย โดยเฉพาะการจัดหาฝูงบิน

อ่านข่าวเพิ่มเติม 

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight