Business

‘7 เจ้าหนี้การบินไทย’ ยื่นศาลล้มละลายกลาง ประชุม 29 พ.ย.’ไม่ชอบด้วยกฎหมาย’

การบินไทยป่วนหนัก! 7 เจ้าหนี้การบินไทย ยื่นคำร้องค้านแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการ ต่อศาลล้มละลายกลาง จากการประชุมเจ้าหนี้ เมื่อ 29 พ.ย.67 “ไม่ชอบด้วยกฎหมาย” กระทรวงการคลังไม่ได้อยู่ในฐานะ “เจ้าหนี้” ไม่มีสิทธิโหวตเพิ่ม 2 ผู้บริหารแผนฟื้นฟู 

วันนี้ (12 ธ.ค.) ศาลล้มละลายกลาง นัดพิจารณาผลการประชุมการแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ทั้ง 3 วาระ จากการประชุมเจ้าหนี้เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567  ประอกบด้วย

1. วาระขอลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (Par Value) เพื่อล้างขาดทุนสะสมที่มี 60,000 ล้านบาท

2. วาระพิจารณาชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ตามแผนฟื้นฟู โดยการบินไทยจะเสนอชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ก่อนกำหนด เป็นจำนวนเงินไม่น้อยกว่าจำนวนเงินปันผลที่จะมีการเสนอจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นในครั้งนั้นๆ

3. ขอเพิ่มผู้บริหารแผนฟื้นฟู 2 ราย ประกอบด้วย นายปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบาย และแผนการขนส่งและจราจร และนายพลจักร นิ่มวัฒนา รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ จากเดิมมีผู้บริหารแผน 3 ราย ทั้ง 3 วาระผ่านการโหวตจากเจ้าหนี้ แบบเฉียดฉิว โดยเจ้าหนี้ฝั่งกระทรวงการคลัง ชนะการบินไทยที่ 50.4% ต่อ 49.6% ห่างกันเพียง 0.8%

การบินไทย

นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าตามกระบวนการภายหลังประชุมเจ้าหนี้การบินไทยเสร็จ  ศาลล้มละลายกลางนัดพิจารณาผลการประชุมการแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการทั้ง 3 วาระ จากการประชุมเจ้าหนี้เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 หรือไม่  ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล ต้องดูว่ามีเจ้าหนี้รายไหนยื่นคำร้องคัดค้านประเด็นไหนบ้าง

การบินไทย

รายงานข่าว จากบริษัทการบินไทย เปิดเผยว่า ผลการประชุมทั้ง 3 วาระที่ผ่านการโหวตจากที่ประชุมเจ้าหนี้ กำลังกลายเป็นประเด็นปัญหาเกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นวาระการลดพาร์และลดเงินปันผล เพราะมีเจ้าหนี้บางรายได้ยื่นคำร้องคัดค้านไม่เห็นด้วย ต่อศาลขอไต่สวนใหม่แล้ว

นอกจากนี้ ในส่วนของการขอเพิ่มผู้บริหารแผนฟื้นฟู 2 ราย ล่าสุดพบว่ามีเจ้าหนี้ 7 ราย ได้ยื่นร้องคัดค้านการประชุมเจ้าหนี้ต่อศาลฯไปแล้วว่า การประชุมเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 “ไม่ชอบด้วยกฎหมาย” โดยเฉพาะการขอเพิ่มผู้บริหารแผนฟื้นฟู 2 ราย เพราะกระทรวงการคลังได้แปลงหนี้เป็นทุนไปแล้ว ไม่ได้อยู่ในฐานะ “เจ้าหนี้” ไม่มีสิทธิโหวตเพิ่ม 2 ผู้บริหารแผนฟื้นฟู  เมื่อมีผู้ยื่นคำร้องแก้ไขแผนนี้ อาจทำให้ศาลต้องมีการไต่สวนทั้งสองฝ่ายได้

โดยเจ้าหนี้ทั้ง 7 ราย ที่ยื่นคำร้องไปแล้ว เป็นเจ้าหนี้ฝั่งสหกรณ์ออมทรัพย์ 4 ราย อีก 3 รายเป็นผู้ถือหุ้นกู้ โดยสหกรณ์ออมทรัพย์ทั้งหมดตอนนี้เป็นเจ้าหนี้การบินไทยรายใหญ่ถึง 40,000 ล้านบาท ถือเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ มากกว่าเจ้าหนี้ธนาคารทุกแห่งรวมกันซึ่งอยู่ที่ 30,000 ล้านบาท แต่เจ้าหนี้ธนาคารที่ใหญ่ เป็นธนาคารกรุงเทพ ตอนนี้เจ้าหนี้สหกรณ์ที่ยื่นคำร้องแล้ว 4 ราย คือ

1. สหกรณ์ออมทรัพย์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

2. สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)

3. สหกรณ์ออมทรัพย์องค์การเภสัชกรรม

4. สหกรณ์จากจังหวัดสุราษฎธานี

“กลุ่มที่ยื่นร้องคัดค้านการประชุมเจ้าหนี้รอบนี้เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ ในส่วนของกฟผ.อยู่ที่ประมาณ 8,000 ล้านบาท” แหล่งข่าว ระบุ และว่าถ้าการประชุม

แหล่งข่าว กล่าวว่าในประเด็นเพิ่มผู้บริหารแผน เดือนเมษายน 2568 ก็จะมีการประชุมผู้ถือหุ้นอยู่แล้ว ผู้ถือหุ้นก็สามารถเสนอกรรมการเข้ามาตามสัดส่วนการถือหุ้นได้ จะมีคนจากทุกส่วนไม่ว่ากระทรวงการคลัง หรือกระทรวงคมนาคม แต่การเข้ามาตอนนี้ทำให้เกิดความวุ่นวาย ซึ่งอาจจะกระทบต่อความเชื่อมั่นในการขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ช่วงวันที่ 6-12 ธันวาคมนี้ได้ สถานการณ์ตอนนี้ก็มีความเป็นห่วงกันพอสมควรว่าจะถูกแทรกแซงกลับไปเหมือนเดิม

การบินไทย

“ตอนนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามีผู้สนใจจองซื้อหุ้นมากน้อยแค่ไหน อาจต้องดูวันที่ 12 ธันวาคมนี้อีกครั้ง เพราะเป็นวันสุดท้าย ผู้สนใจซื้อส่วนใหญ่ก็จะซื้อวันสุดท้าย เพราะไม่อยากเอาเงินไปจมไว้หลายวัน เพราะการซื้อต้องจ่ายเงินเลย” แหล่งข่าว ระบุ

แม้การประชุมเจ้าหนี้ครั้งที่ผ่านมา จะมีเจ้าหนี้บางรายอ้างว่าสถานะยังไม่สิ้นสุดสามารถโหวตได้ เนื่องจากกระบวนการแปลงหนี้ยังไม่แล้วเสร็จ ยังไม่มีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วของบริษัท ส่งผลให้คลังยังคงสิทธิเป็นเจ้าหนี้การบินไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม 

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo
ทีมบรรณาธิการข่าว The Bangkok Insight