Business

35 ปี ‘JLL’ ชี้เทรนด์ธุรกิจมาแรงปี 68 ต่างชาติแห่ลงทุน ดาต้าเซ็นเตอร์ โลจิสติกส์อุตสาหกรรม โรงแรม

JLL เผยแนวโน้มต่างชาติลงทุนไทยปี 2568 ดาต้าเซ็นเตอร์มาแรงสุด ตามด้วยโลจิสติกส์และอุตสาหกรรม รับอานิสงส์ค่ายรถอีวีจีนแห่ตั้งโรงงานในไทย ขณะที่โรงแรม ออฟฟิสยังเนื้อหอม ทั้งเปิดใหม่-ซื้อกิจการ

นายไมเคิล แกลนซี่ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์(ประเทศไทย) จํากัด (JLL) ประจำประเทศไทยและอินโดนีเซีย เปิดเผยในโอกาสดำเนินธุรกิจครบรอบ 35 ปีในไทย ถึงธุรกิจและอุตสาหกรรมมาแรงในปี 2568 ว่า ต้องยกให้ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์เป็นอันดับหนึ่ง เนื่องจากมีนักลงทุนต่างชาติ สนใจเข้ามาลงทุนในไทยอย่างมาก 

shutterstock 2481173669

ทั้งนี้เห็นได้จากการมีนักลงทุนรายใหญ่เข้ามาดูพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมหลายทำเล เช่น พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี พื้นที่ย่านสมุทรปราการ รวมถึงตอนเหนือของกรุงเทพ โดยต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่ เพื่อเปิดดำเนินธุรกิจ

ส่วนธุรกิจมาแรงรองลงมา คือ ธุรกิจโลจิสติกส์และอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นธุรกิจมีการเติบโตต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยได้รับอานิสงส์จากค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน ที่เข้ามาตั้งโรงงานผลิตในประเทศไทยหลายราย โดยเฉพาะในจังหวัดชลบุรีและระยองและเป็นการใช้พื้นที่จำนวนมาก ตั้งแต่ 20 ไร่ ถึง 1,000 ไร่

นอกจากนี้ จากนโยบายไชน่าพลัสของจีน และนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ คาดว่าจะส่งผลให้มีการซื้อขายที่ดินเพื่อการขยายฐานผลิตมากขึ้น และจะมีผลให้ราคาที่ดินในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมปรับตัวสูงขึ้นไปแีก

อีกสองธุรกิจที่น่าจับตา คือ ธุรกิจโรงแรมและอาคารสำนักงาน โดยธุรกิจโรงแรมจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งการเปิดใหม่และการซื้อกิจการ เนื่องจากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวดีขึ้น ขณะที่อาคารสำนักงาน จะเติบโตจากโครงการเปิดใหม่ที่มีความทันสมัยมากขึ้น ทำให้เกิดการย้ายออฟฟิสไปเช่าที่ใหม่มากขึ้น

สำหรับตลาดที่อยู่อาศัย มองว่าปี 2568 จะเป็นปีแห่งการฟื้นตัวของคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะตลาดเช่า เนื่องจากปัญหากู้สินเชื่อไม่ผ่านยังสูง และเทรนด์คนรุ่นใหม่สนใจเช่ามากกว่าซื้อ ส่งผลให้อพาร์ทเมนต์ในพื้นที่กรุงเทพค่าเช่าสูงขึ้นถึง 40%

JLL 002

ความสำเร็จของเจแอลแอล ประเทศไทย

นายไมเคิล ยังเผยถึงความสำเร็จของ JLL ประเทศไทย หลังเปิดดำเนินการครบ 35 ปีว่า ได้ก้าวขึ้นมาในฐานะผู้นำในหลายภาคธุรกิจ โดยภาคธุรกิจตลาดทุน บริษัทฯ ได้ให้คำแนะนำด้านการลงทุน การปล่อยเช่าและซื้อขายอสังหาริมทรัพย์มูลค่ารวมกว่า 1.3 พันล้านดอลลาร์ ในช่วงปี 2559-2566

สำหรับภาคธุรกิจโลจิสติกส์และอุตสาหกรรม เจแอลแอลได้ปิดการขายที่ดินหลายแปลงขนาดรวมประมาณ 1 หมื่นไร่ ในช่วงปี 2561-2566 สำหรับภาคธุรกิจโรงแรมและบริการต้อนรับ เจแอลแอลได้เป็นตัวแทนซื้อขาย โรงแรมถึง 54 แห่ง รวมมูลค่ากว่า 6.6 หมื่นล้านบาทนับตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งรวมถึงการเจรจาซื้อขายโรงแรมมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย

ด้านการจัดการอสังหาริมทรัพย์และสินทรัพย์ เจแอลแอลได้บริหารพอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์รวมมากกว่า 7.1 ล้านตารางเมตรทั่วประเทศไทย ซึ่งรวมถึงโครงการระดับโลกที่เพิ่งเปิดใหม่ไปเมื่อไม่นานมานี้อย่าง One Bangkok และได้ให้คำปรึกษากับโครงการมากกว่า 360 โครงการ มีมูลค่าโครงการรวมเกินกว่า 5 แสนล้านบาท ตั้งแต่ปี 2558 ถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ บริษัทกำลังปรับปรุงรูปแบบการนำเสนอบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการที่กำลังเปลี่ยนแปลงของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผ่าน 4 แผนงานหลัก ได้แก่ บริการด้านกลยุทธ์การจัดพื้นที่สำนักงานและการบริหารการเปลี่ยนแปลง (Workplace Strategy & Change Management), บริการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Energy & Sustainability Services: ESS), ฝ่ายปรับปรุงและพัฒนาสินทรัพย์ (Asset Enhancement) และบริการให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยี (Tech Advisory)

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

Avatar photo